ตอนบ่าย 3 โมง ของวันที่ 2 ธันวาคม ผมได้มีโอกาสชมการถ่ายทอดสด ฟุตบอลชายของไทยรอบรองชนะเลิศ (ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี)  ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย  ในมหกรรมกีฬาซึเกมส์ ครั้งที่ 23 ของไทยมีโค้ชคือ นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ส่วนของอินโดนีเซียมีโค้ชคือ ปีเตอร์ วิช ครึ่งแรกไทยนำอยู่ 2-0 คิดว่าครึ่งหลับปีเตอร์ วิช จะแก้เกมส์ได้ พอเล่นครึ่งหลังจริง ทำได้ฝ่ายละประตู ผลไทยชนะไป 3-1

     พูดถึงฟุตบอลชายของไทย มีความกดดันที่ต้องเป็นแชมป์หรือได้แชมป์กลับมาอย่างเดียวเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จ อาจจะเทียบเคียงกับคำพูดที่ว่า "การทำให้ได้แชมป์นั้นแสนยาก แต่การรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ ยากยิ่งกว่า"

     
 

 
 

 ภาพนักฟุตบอลของไทย ขณะฝึกซ้อม

 

     ในรอบแรก ไทยชนะฟิลิปินส์ 1-0, ชนะมาเลเซีย 2-1 และชนะกัมพูชา 1-0 เข้ารอบเป็นที่ 1 ของสายมี 9 คะแนนผลงานในรอบแรกไม่ค่อยดีนัก แต่รอบลึกๆ ค่อยๆ ดีขึ้น และจุดสูงสุดหรือเล่นดีที่สุด น่าจะเป็นในนัดชิงชนะเลิศ (หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น)

    ทำให้ผมนึกถึงฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว (2002) ที่ญี่ปุ่นและเกาหลี ทีมชาติบราซิลผ่านรอบคัดเลือกมาอย่างทุลักทุเล เล่นบอลรอบแรกๆ ก็ไม่ค่อยดี แต่ก็ชนะมาได้ และโรนัลโดดาวยิงก็ไม่สมบูรณ์ แต่สมบูรณ์และทีมลงตัวพร้อมในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งชนะเยอรมันไป 2-0 (ทีมที่เป็นแชมป์หรือรองแชมป์จะได้เล่น 7 นัด)

    ข้อคิดในการแข่งขันกีฬาคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ท็อปฟอร์มในช่วงวันที่แข่งขันพอดี ก็จะสามารถกำชัยชนะไว้ได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือ "การวางแผน" และ "การเตรียมความพร้อม" ระหว่างผู้ฝึกสอนและนักกีฬา

   นักกีฬาเดี่ยวหรือเล่นคนเดียวดูจะไม่ยากเท่าไร แต่นักกีฬาที่เล่นเป็นทีมค่อนข้างจะยาก ที่จะทำให้ทั้งทีมเล่นได้ดีที่สุดในวันที่ต้องการ

   สิ่งเหล่านี้ก็ขอฝากเป็นข้อคิดไว้วันนี้ และหวังว่าทีมฟุตบอลไทยจะนำความสำเร็จหรือการเป็นแชมป์กลับประเทศไทย เพราะว่าทั้งทีมเล่นได้ดีในนัดชิงชนะเลิศ ครับ.......

     
     
 

 สัญลักษณ์ ซีเกมส์ครั้งที่ 23 ที่ฟิลิปปินส์

 
     

หมายเหตุ ก่อนหน้าบันทึกนี้ บล็อกนี้ มี Balance blog ที่ 169 : 169  พอหลังบันทึกนี้ Balance blog กลายเป็น 171 : 171 ครับ (10.40 น.วันที่ 3 ธ.ค.48)