ผมมีโอกาสไปบ้านนาหว้า ที่จะนะ จังหวัดสงขลา ไปเที่ยวคุยกับลุงเคล้า แก้วเพชร ผู้รู้ภูมิปัญญาด้านการเงิน(กลุ่มออมทรัพย์) 1 ใน 4 ปราชญ์ชาวบ้านสงขลา ผมอยากรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในความคิดของลุงเคล้า .....
ลุงเคล้าบอกว่า "ตัวเองพอเพียง เลี้ยงครอบครัว ครอบครัวพอเพียง เลี้ยงชุมชน ชุมชนพอเพียงเลี้ยงตำบล ตำบลพอเพียงเลี้ยงอำเภอ อำเภอพอเพียงเลี้ยงจังหวัด จังหวัดพอเพียงเลี้ยงภูมิภาค ภูมิภาคพอเพียงเลี้ยงประเทศ ประเทศพอเพียงเลี้ยงประชาคมโลก"..........
"ความพอเพียง" ของลุงเคล้า หมายถึง "ชาวบ้านอยู่รอด อยู่ได้"
ผมพอเข้าใจบ้าง แต่บอกคนอื่น เข้าใจหรือไม่ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมก็เห็นคำกล่าวแบบนี้ อยู่ในป้ายประกาศว่าคำขวัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของตำบลสุขเดือนห้า กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท โดยท่านรัฐมนตรีมหาดไทยคนเก่าในยุครัฐบาลทักษิณเขียนในป้ายประกาศว่า "ชุมชนพอเพียงเลี้ยงตำบล ตำบลพอเพียงเลี้ยงอำเภอ อำเภอพอเพียงเลี้ยงจังหวัด จังหวัดพอเพียงเลี้ยงประเทศไทย" เมื่อ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๙
ชื่อบ้านโสกเดือนห้า ตำบลสุขเดือนห้า ตกลงว่าชาวบ้าน "สุขหรือทุกข์" เพราะว่า ชาวบ้านทำเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกอ้อย ปลูกมัน แล้วซื้อข้าวกิน เดิมเรียกบริเวณนี้ว่า "อีสานภาคกลาง"
ชาวบ้านคงเข้าใจกัน "พอเพียง ไม่ใช่ประหยัด แต่ไม่ฟุ่มเฟือย" เพราะว่าไม่มีข้อห้าม แต่ระวังอย่าเผลอไผลจ่ายเพลิน ให้ดูเอา เองว่าอะไรเกินความจำเป็นก็ไม่ซื้อหามาให้เป็นภาระ เป็นหนี้สิน เพียงเท่านี้ดูเหมือนง่าย แต่ทำยาก และถ้าชาวบ้านจะอยู่รอด อยู่ได้ ต้องเป็นอย่างไร?
ลุงเคล้าบอกว่า " ชาวบ้านที่อยู่ไม่ได้ ก็เพราะขาดสวัสดิการ" "ข้าราชการอยู่ได้ เพราะมีสวัสดิการ"
สวัสดิการที่ว่าของลุงเคล้า มีเนื้อหามากน้อยเพียงใด ลุงเคล้าบอกว่า "บ้านนาหว้า มีกองทุนสวัสดิการสำหรับสมาชิก ๘๖ กองทุน" ผมถามว่า พอหรือยัง ลุงเคล้าบอกว่า "ยังไม่พอ?"
แล้วเท่าไหร่? จึงจะพอเพียง ลุงเคล้าบอกว่า ไม่แน่นอนตามความต้องการของชาวบ้าน ตามลักษณะของพื้นที่
มีอะไรมาวัดมั้ย?ว่าชาวบ้านพอเพียง ลุงเคล้าบอกว่า มีครับ.....แต่ไม่สามารถจัดเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจน มีแต่หลักการที่ใช้เป็นเครื่องมือให้ชาวบ้านพอเพียง มีสวัสดิการชาวบ้าน โดยยึดเอา "เงินเป็นสื่อในการพัฒนาคน ให้คนพัฒนา"งาน" ให้งานพัฒนา "เงิน" ให้เงินพัฒนา "องค์กร" โดยใช้ระบบประชาธิบไตย"
เดิมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนาหว้า ประสบปัญหาเรื่องเงินเหลืออยู่ในกลุ่ม เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎระเบียนของกรมการพัฒนาชุมชน จึงไม่สามารถพัฒนากลุ่มออมทรัพย์ ให้เกิดดอกออกผลตามที่กำหนดเอาไว้ พอถึงสิ้นปีต้องปันผล แก่สมาชิกเงินปันผลไม่เป็นไปตามที่ต้องการที่กลุ่มฯตกลงกันสมาชิกไว้ ชาวบ้านจะไม่เชื่อถือกลุ่มฯได้
นอกเหนือจากเงินปันผลแล้ว กองทุนสวัสดิการอื่น ๆ ก็พลอยไม่มีเข้ากองทุนด้วย เกิดความระสำระสาย สวัสดิการชาวบ้านไม่มีในปีนั้น ชาวบ้านจะเดือดร้อนได้
คณะกรรมการกลุ่มฯจึงต้องออกระเบียบใหม่ เพื่อให้เงินทุนที่ได้เกิดลูกเกิดหลาน มีดอกผล เพื่อสวัสดิการของชาวบ้านจะคงอยู่ต่อไป
"ผ่านปีนั้นไป ปีใหม่ต้องคิดแก้ปัญหากันอีก ไม่หยุดอยู่กับที่" ลุงเคล้าบอก
เพราะฉะนั้น ตัวชี้วัดเรื่องเงิน บ้านนาหว้ามีเงินหมุนเวียน 44 ล้านบาท(พอเพียงหรือไม่ไม่รู้) เรื่องงาน มีกองทุนสวัสดิการชาวบ้าน 86 กองทุน แต่ที่นี่ยังต้องพัฒนาต่อไปอีก เพราะ ณ วันนี้ ลุงเคล้าก็บอกว่าชาวบ้าน ยังไปไม่ถึงความพอเพียง ที่ลุงเคล้าคิดไว้ในใจ...........
เงินหมุนเวียนในหมู่บ้านเดียว เนี่ยนะ 44 ล้านบาท
เยอะจังคะ
ที่หมู่บ้านที่ เด็กรักป่า ทำงาน มีแค่ ไม่กี่แสนเอง
แวะมาสวัสดีคะ
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม........
ที่กลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ มี ๑๑ หมู่บ้าน ประชากร ๔ พันคน ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เริ่มจาก ๕๖ คน เงินสัจจะเดือนแรก ๒,๘๕๐ บาท ปัจจุบัน ปี ๒๕๕๐ มีเงินสัจจะสะสม ๑๕๗,๘๕๖,๖๖๓ บาท
เฉพาะปี ๒๕๕๐ มีกำไรของกลุ่ม ๑๙,๐๑๔,๑๑๐ บาท เป็นตัวเลข ไม่ลาสุดแล้ว เพราะผมไม่เก็บมาวันที่ ๒๔ และ๒๕ มีนาคม เป็นตัวเลขเมื่อ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๐
สิ่งที่เล่าเป็นความจริง ..... เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่บ้านลุงเคล้ามีเงิน ๔๔ ล้านจริง ครับ
สวัสดีค่ะ...
จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่ากลุ่มต้องพัฒนาต่อไป ไม่ทราบว่าจะให้ข้อเสนอแนะต่อกลุ่มได้อย่างไรค่ะ รบกวนนะค่ะกำลังศึกษาเรื่องกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนาหว้าจากที่ได้อ่านประวัติมาแล้วถือได้ว่ากลุ่มก็มีวิธีการบริหารจัดการต่างๆ ได้ดีแล้วไม่ทราบจะเสนอแนะเรื่องใดดี
ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง
นักศึกษาโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต
ขอเรียนตามตรงนะครับว่า ..ผมก็ช่วยคิดโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตด้วยครับ เพียงแต่ไม่เป็นอาจารย์สอน(เพราะวุฒิไม่ได้ครับ)...คุณนักศึกษาได้ไปศึกษากลุ่มออมทรัพย์นาหว้า มาแล้วบอกว่าดีครับ....ดีครับ แต่เป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ ลุงเคล้า เป็นผู้นำ เป็นชาวบ้านในบ้านนาหว้า ลุงเคล้ามองว่ายังไม่ดีพอ(ดีแล้วเมื่อเทียบกับหมู่บ้านอื่น ๆ แต่ยังไม่ดีเยี่ยมหรือดีเท่าที่ใจคิดของลุงเคล้า).....
เมื่อลุงเคล้าบอกว่ายังไม่ดีพอ....คำถามเรื่องคำแนะนำนี้ผมไม่ตอบก่อนให้คุณนักศึกษาไปถามลุงเคล้าเสียก่อนว่า...ลุงเคล้าว่าอย่างไร? ควรเพิ่มเติมอะไร? ควรเสริมตรงไหน? หรือสนับสนุนอะไรอีก? เมื่อคุณนักศึกษาไปถามลุงเคล้าแล้ว กลับมาคุยกันใหม่นะครับ....แล้วผมจะตอบว่า ควรแนะนำอะไร? หรือเสนอแนะเรื่องอะไร? เพราะถ้าเราเป็นคนนอก(เจอความเจริญมากกว่า)มองเข้าไปในหมู่บ้านแล้วไม่เห็นศักยภาพ/ไม่เห็นพลังของชุมชน เราก็คิดว่าควรจะไปเพิ่มโน้น แต่งนี่ครับ แต่เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าเขามีศักยภาพ/มีพลังของชุมชน การเกิดกองทุนสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อตอบปัญหาของชุมชน แก้ปัญหา(ความไม่เข้าใจกระแสหลัก/กระแสโลก)แล้วทำตัวอย่างอ่อนน้อม แต่ช่วยตัวเองได้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะสร้างกองทุนสวัสดิการเพื่อรับใช้ชาวบ้านบ้านเขาเอง.......ลองไปถามลุงเคล้าดูก่อนนะครับ...กลับมาเที่ยวหน้าผมจะตอบคำถามคุณนักศึกษาทั้งหมดครับ
ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำ ช่วงนี้กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยฯ เยอะมากไม่ได้เข้ามาดู ต้องขออภัยนะค่ะ แล้วจะเรียบดำเนินการโดยด่วน เพราะต้องส่งงานในเดือนหน้านี้แล้ว
ขอบคุณค่ะ