บริการที่ Wellness-life Academy มอบให้กับสังคมคือการสัมมนาหนึ่งวันที่ผมเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้เข้าสัมมนาตลอดไป ถ้าผู้นั้นต้องการเปลี่ยน หากกล่าวในเชิงปรัชญาอาจกล่าวได้ว่า "การสัมมนานี้เป็นเพียงการชี้ประตูให้ แต่การจะออกไปข้างนอกนั้น ผู้นั้นต้องเป็นผู้ผลักประตูเอง"
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ศกนี้ ผมมีโอกาสไปร่วมประชุมภาคีการจัดการความรู้ภาคชุมชน โดยได้รับเกียรติจากคุณ "อ้อ" ที่กรุณาให้โอกาสได้ไปเล่าเรื่องราวกิจกรรมที่ผมทำมาเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว
ในวันนั้น "หัวปลา" ที่ผมนำไปขายในที่ประชุมคือ "โรงเรียนพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี" หรือที่ผมตั้งเป็นภาษาต่างชาติว่า Wellness-life Academy ก็ต้องขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่กรุณาถาม โดยเฉพาะอาจารย์หมอวิจารณ์ อาจารย์ประพนธ์ คุณปานแห่ง สรส. อาจารย์สลิลทิพย์แห่งวิทยาลัยการจัดการทางสังคม อาจารย์เนาวรัตน์จากมหาวิทยาลัยมหิดลที่กรุณาแสดงความเห็นด้วยในเรื่องหลักการที่สอดคล้องกันกับสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่
ในวันนั้น ผมได้เรียนรู้จากคำถาม และข้อคิดเห็นอย่างมาก ต้องถือโอกาสขอบคุณอีกครั้งมา ณ โอกาสนี้ครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความชัดเจนในรูปแบบการดำเนินธุรกิจซึ่งผมพยายามจะสื่อให้สังคมทราบว่าเป็นรูปแบบ "วิสาหกิจสังคม" โดยผมจะใช้โอกาสนี้เพิ่มเติมความชัดเจนเท่าที่สามารถเปิดเผยได้ครับ
บริการที่ Wellness-life Academy มอบให้กับสังคมคือการสัมมนาหนึ่งวันที่ผมเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้เข้าสัมมนาตลอดไป ถ้าผู้นั้นต้องการเปลี่ยน หากกล่าวในเชิงปรัชญาอาจกล่าวได้ว่า "การสัมมนานี้เป็นเพียงการชี้ประตูให้ แต่การจะออกไปข้างนอกนั้น ผู้นั้นต้องเป็นผู้ผลักประตูเอง"
แรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจนี้ ต้องขอบคุณ สคส. ครับ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้เข้าไปเรียนรู้เรื่อง "การสร้างคุณอำนวย"
ก็ถือโอกาสนี้ เรียนเชิญเครือข่ายชุมชนทุกท่านครับ เรียนเชิญไปร่วมทดลองเข้าสัมมนาและเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งผมเชื่อว่าท่านจะได้แง่มุมในการนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรคุณอำนวยได้ แต่ก็ขอเรียนไว้ ณ ที่นี้ว่า มีค่าลงทะเบียนท่านละ 550 บาทครับ เป็นค่าเช่าห้องประชุมและค่าอาหารบุปเฟต์ของโรงแรมครับ การสัมมนาเริ่มเวลา 08.30-20.30 ครับ จัดขึ้นใน กทม. ครับ ลงทะเบียนโทร 089-136-0434