วิชชาธรรมกายเบื้องต้น เราจะสร้างบารมีอย่างไร ?

วิชชาธรรมกายเบื้องต้น เราจะสร้างบารมีอย่างไร ?

โดยอาจารย์การุณย์  บุญมานุช

     ถ้าท่าน ตั้งใจอ่าน ตั้งใจจดจำ ตั้งใจฝึกตาม ตั้งแต่ต้นจนถึงบทฝึกนี้ ด้วยการทบทวนให้บ่อยครั้ง แปลว่าท่านมีวาสนาบารมีที่จะกอบโกยบุญบารมี อย่างที่คิดไม่ถึงทีเดียว ท่านจะโชคดีตลอดชีวิตของท่าน

     สมมุติว่า มีใครคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเองเป็นเสี่ยใหญ่ สร้างวัดมา ๑๐ วัด เป็นเงิน ๑๐๐ ล้านบาท อีกรายหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า เขาพากเพียรให้เพื่อนคนหนึ่งทำวิชชา ๑๘ กายได้ จนเพื่อนคนนั้นเห็นธรรมกายชัดเจน

     ถามท่านว่า ท่านคิดอย่างไร ท่านจะอนุโมทนาเสี่ยใหญ่คนนั้น หรือท่านจะยินดีปรีดากับรายที่สอนให้เพื่อนเป็นธรรมกาย

     ท่านจะคิดอย่างไร เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่สำหรับความคิดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายินดีกับผู้สอนให้เป็นธรรมกาย เพราะบุญบารมีจากการทำให้คนเป็นธรรมกาย เป็นบุญสูงส่ง สามารถออกไปจากภพ ๓ ได้ ส่วนบุญจากการสร้างวัด อย่าว่าแต่ ๑๐๐ ล้านเลย อีกกี่ฟ้าครอบก็ออกนอกภพ ๓ ไม่ได้ บุญทั้ง ๒ ต่างกัน ท่านพิจารณาให้ดี

     ผู้เรียนก็ไม่ทราบว่า เขาทำธรรมกายได้วันนี้ ได้บุญได้บารมีเท่าไร วิปัสสนาจารย์อาจยังไม่ทราบว่า ที่ตั้งใจสอน ตั้งใจต่อวิชาให้แก่นักเรียน เกิดบุญเกิดบารมีแก่ท่านเท่าไร แค่ไหน อย่างไร เรื่องนี้ไม่ยากเลย เพราะท่านทำธรรมกายเป็นแล้ว เข้าธรรมกายไปถามพระพุทธองค์ในนิพพานดูได้ ถามทุกนิพพาน นิพพานใดตอบอย่างไร ท่านจำไว้ วันนี้ไม้ได้ความรู้ พรุ่งนี้ทำใหม่ พากเพียรทำไปจนกว่าจะฟังพระพุทธองค์ได้ยิน แล้วท่านจะทราบอานิสงค์ด้วยตัวท่านเอง 

     การเรียนวันต่อไป ให้แยกห้องเรียนเป็น ๕ ชั้น คือ

๑. ชั้นมูล คือ ชั้นที่ยังไม่เห็นดวงธรรม

๒. ชั้นอนุบาล คือ ชั้นที่ได้ดวงธรรม และเป็นธรรมกายแล้ว แต่ยังใช้การไม่ได้ ต้องอนุโลมปฏิโลมวิชา จนกว่าเดินวิชา ๑๘ กายได้คล่อง และเข้านิพพานได้คล่อง

๓ ชั้นประถม คือ ชั้นที่มาจากชั้นอนุบาล ให้มาเรียนหลักสูตรคู่มือสมภาร

๔. ชั้นมัธยม คือ ชั้นที่มาจากชั้นประถม ให้มาเรียนหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร

๕. ชั้นอุดมศึกษา เป็นชั้นที่เรียนวิชชาธรรมกายชั้นสูง จบหลักสูตรแล้ว ประสงค์สร้างบารมีขั้นปรมัตถ์ สามารถใช้วิชาให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันได้ ได้เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตั้งเวรให้แก่ผู้ได้ธรรมกาย ทำวิชาแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ได้ เช่น

(ก) แผนกแก้โรค ทำวิชาแก้โรคให้แก่ผู้เจ็บไข้ที่ไปร้องขอ ปรากฏว่ามีคนหายจากเจ็บไข้จำนวนไม่น้อย โดยไม่ต้องกินยา

(ข) แผนกเศรษฐกิจ ทำวิชาแก้ไขเหตุการณ์ข้าวยากของแพง

(ค) แผนกดินฟ้าอากาศ ทำวิชาแก้ฝนแล้ง แก้ไม่ให้เกิดพายุใหญ่ แก้ธรรมชาติให้สู่ความเป็นปกติ

(ง) แผนกอุบัติเหตุและสงคราม ทำวิชาแก้ทุกข์ภัยต่างๆ แก้ไม่ให้เกิดสงคราม

(จ) แผนกสะสางธาตุธรรม ทำวิชาละลายกิเลสอวิชชา ไม่ให้ธรรมภาคมารเข้ามาปนเป็นอยู่ในจิตใจของสัตว์โลก แยกพระแยกมารไม่ให้ปะปนกัน นับเป็นวิชาอาสวักขยญาณชั้นสูง รู้และเข้าใจกันในหมู่คณะของผู้ทำวิชาเท่านั้น จะไปพูดให้คนอื่นเข้าใจนั้น เห็นว่ายาก เพราะเป็นความรู้ขั้นละเอียดอ่อน ต้องเรียนจริงปฏิบัติจริงจึงจะรู้ได้เห็นได้

     ผมเห็นว่าวิชาธรรมกายเป็นประโยชน์จริง แม้จะทำความสำเร็จไม่ได้เท่าอาจารย์ แต่ก็พอเป็นไป

     ผมเอาใจช่วยสถาบันใดหรือวัดใด ที่จัดให้มีการสอนวิชาธรรมกายครบ ๕ ระดับชั้น ก็ต้องจัดว่าสถาบันนั้นเป็นแหล่งเพาะโพธิสัตว์ เป็นแหล่งเพาะพุทธภูมิ เป็นแหล่งเพาะผู้บำเพ็ญบารมีขั้นปรมัตถ์ ความเจริญจะเกิด ความทุกข์เข็ญจะสูญ ความดีจะชนะความชั่ว อย่างทันตาเห็น

     ใครมีความคิดอย่างที่ว่านั้น นับว่าโชคดีของท่าน เราเกิดมาคราวนี้ มีชีวิตเป็นแก่นสาร คือได้สร้างบุญไพศาล ได้สร้างบารมีขั้นปรมัตถ์ ได้แจ้งวิชา แจ้งนิพพาน แจ้งสวรรค์ แจ้งนรก แต่จะแจ้งได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของท่าน 

     เรามีบุญได้มาเจอวิชาธรรมกาย ได้มาเห็นของจริง วิชาจริง แค่นี้ก็บุญเหลือหลายแล้ว ชาตินี้โชคดีได้ลาภหลายชั้น เพราะมาพบวิชาธรรมกาย จะไปสร้างบุญใดก็ตาม จะสร้างบารมีใดก็ตาม ในโลกนี้ก็ไม่มีบุญใดไพศาลเท่ากับบุญอันเกิดจากการฝึกวิชาธรรมกาย

     เราไม่ควรหลงใหลบุญจากการสร้างวัตถุ เพราะชีวิตเราสั้นมาก อีกไม่กี่ปีเราก็ตาย แล้วเราจะได้บุญอะไรติดศูนย์กลางกายของเราไปได้บ้าง ได้บุญจากการบวชไปได้บ้าง ได้บุญจากการก่อสร้างไปได้บ้าง บุญแค่นั้น จะทำอะไรให้ท่านได้ มันเล็กน้อยเกินไป จนเราใช้การอะไรไม่ได้ แต่ชีวิตของเราก็จบลงแล้ว เห็นมีแต่บุญอันเกิดจากการฝึกธรรมกายเท่านั้นที่จะเป็นกอบเป็นกำ และติดตัวท่านไปได้และใช้ประโยชน์ได้ในปรภพเบื้องหน้า เพราะมากพอและไพศาลพอที่จะทำประโยชน์

     เราเป็นนักสร้างบุญ เป็นนักสร้างบารมีด้วยกัน ลองเข้าธรรมกายไปในอายตนะนิพพาน ทูลถามธรรมกายพระพุทธองค์ดูไปให้มากนิพพาน ว่าจะตอบตรงกันหรือไม่

     ถามว่า มาเป็นธุระให้เพื่อนสหธรรมิกทำธรรมกายให้มีขึ้นได้ ให้เป็นขึ้นได้ เพียงคนเดียว พระองค์ให้บารมีคือดวงบุญญาภิสันทาให้เราเท่าไร วันนี้เราไม่ได้เหตุผล พรุ่งนี้อารมณ์ดี เข้าไปถามใหม่ ทำจนกว่าเราจะได้เหตุผล ได้คำตอบแน่นอน เพราะรู้และญาณของเราไม่แก่กล้าเท่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ เราก็ต้องหมั่นฝึกทำให้ยิ่งขึ้น จนกว่าเราจะได้เหตุผล เราก็ทราบทันทีว่า ** ถ้ามีเพื่อนสหธรรมิกได้ธรรมกาย ๑ คน เราได้บุญมากกว่าบวชสงฆ์ ๔๐,๐๐๐ รูป จะไปเปรียบเทียบกับบุญสร้างวัด ๑๐๐ วัด ก็สู้บุญธรรมกายไม่ได้ทั้งนั้น **

     บุญบวชสงฆ์ก็ดี สร้างวัดก็ดี ถึงจะมากอย่างไร ก็ออกนอกภพสามนี้ไม่ได้ แต่บุญธรรมกายนี้ออกไปนอกภพสามได้

     แต่บรรลุเพียงเห็นดวงปฐมมรรค ก็ได้บุญระดับหนึ่ง 

     เป็นแค่ธรรมกายเบื้องต้น ก็ได้บุญระดับหนึ่ง

     หากทำได้ครบถ้วน ๑๘ กาย ได้บุญอีกระดับหนึ่ง

     เป็น ๑๘ กายแล้ว เข้าอายตนะนิพพานด้วย แถมทำอนุโลมปฏิโลมด้วย ก็ได้บุญอีกระดับหนึ่ง

     เรามาคำนวณดูว่า ถ้าเราเอาจริง เล่นทั้งสอนและเรียน คือสอนด้วย ตัวเราก็เรียนค้นคว้าชั้นสูงต่อไปด้วย รวม ๒ งาน กว่าเราจะตาย จะได้บุญได้บารมีสักปานใด น่าคิด น่าคิดครับ

     ถ้าไปยุ่งงานก่อสร้าง ยุ่งงานจิปาถะ ถามว่าเราได้อะไร สักเท่าไร เพราะอีกไม่นานเราก็จะลาโลกแล้ว ไม่วันนี้ ก็พรุ่งนี้มันแน่นอนที่ไหน

     การสร้างบุญบารมี สุดแต่ปัญญาใครปัญญามันเหมือนกัน 

     งานสร้างบารมีธรรมกายของท่าน ท่านได้เตรียมการอะไรไว้บ้างแล้วหรือยัง และท่านเตรียมตัวเตรียมใจ จะฝึกฝนแล้วหรือยัง 

     ขณะนี้ อายุท่านเท่าไร

     คาดว่า อีกกี่ปีจะตาย

     ท่านจะเอาบุญบารมีอะไรติดตัวท่านไปบ้าง

     ขณะนี้ ท่านทำอะไร ได้บุญอะไรบ้าง

     ความตายกำลังเรียกตัวท่าน

     ขอให้รีบ รีบ และจงรีบ แต่วันนี้

     พรุ่งนี้ ไม่แน่นอนอะไร ใครจะรู้ได้

     ถ้าใครคิดว่าพร้อมก็ทำ ไม่พร้อมก็ทำ เอาเท่าที่ได้ และต้องทำวันนี้ เวลานี้ด้วย

     มีก็ทำ ไม่มีก็ทำ ขาดก็ทำ เกินก็ทำ

     แปลว่าท่านชนะกิเลสอวิชชาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

     การตัดสินใจเช่นนั้นถูกต้อง

     เพราะยศเราเอาไปไม่ได้ ตำแหน่งก็เอาไปไม่ได้ อำนาจก็เอาไปไม่ได้ เงินก็เอาไปไม่ได้ ลูกเมียก็เอาไปไม่ได้ บริวารก็เอาไปไม่ได้ มีอะไรบ้างที่เราเอาไปได้

     บุญ กับ บาป เท่านั้น ที่เอาไปได้

     บุญก็ให้ผลเป็นสุข บาปก็ให้ผลเป็นทุกข์

     นี่คือ สัจจธรรม

     แล้วเรา จะเอาบาปไปทำไม

     ธรรมกายนี้ ตามเราไปทุกแห่งหน ทั้งที่เรามีลมหายใจ และยามเราสิ้นลมปราณ

     ธรรมกายท่านจริงต่อเรา แต่เราจริงต่อพระองค์แค่ไหน ถ้าจริงต่อพระองค์ เราก็ต้องหยุดต้องนิ่ง ให้เห็นพระองค์ใสแจ่มอยู่เสมอ จึงจะชื่อว่าจริงต่อพระองค์อย่างแท้จริง

     หากเป็นเพียงนับถือ ได้แต่บูชากราบไหว้ ยังไม่ถือว่า จริงที่แท้ จริงที่แท้จะต้องพากเพียร จนแก่กล้าในวิชชาธรรมกายอย่างนี้จึงเรียกว่า จริงต่อธรรมกาย และธรรมกายก็จริงต่อเรา หากใครจริงอย่างนี้ แปลว่าเขาผู้นั้นเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งศาสนาที่แท้

     เพราะธรรมกาย คือ “ของจริง” ให้คุณแก่ผู้ปฏิบัติได้ ไม่มีโทษเลย มีแต่คุณและประโยชน์อย่างเดียว แต่คุณหรือประโยชน์นั้นขึ้นอยู่กับการเข้าถึง ว่าเข้าถึงได้มาก ก็ได้คุณมาก เข้าถึงน้อย ก็ได้ประโยชน์น้อย เอาจริงมากก็ได้มาก เอาจริงน้อยก็ได้น้อย 

     ในการเรียนหรือการบำเพ็ญนั้น ต้องให้โอกาสแก่ตนพอสมควร อย่าด่วนชี้ขาด อย่าด่วนตัดสินใจ อย่าด่วนสรุป ด้วยความเห็นอัตโนมัติหรือคาดคะเน เพราะวิชชาธรรมกายเป็นธรรมอันสุขุมลุ่มลึกละเอียดและปราณีต เป็นของที่เห็นได้ยาก ทำเป็นได้ยาก ต้องใช้ความเพียรมาก ใช้ความอดทนมาก อย่างเช่นในทางโลกกว่าเราจะอ่านหนังสือออก ต้องเรียนถึงชั้นประถม ๖ ใช้เวลาเรียนอีก ๖ ปี ให้ได้ชั้นมัธยม ๖ เรียนมาแค่นี้ พอจะมีความรู้อยู่กับบ้านได้ แต่ถ้าจะรับราชการ ต้องไปเรียนต่อชั้นอุดมศึกษาอีก ๔ – ๖ ปี

     ลองนับเวลาที่เราเรียนดูว่า ใช้เวลากี่ปีจึงมีความรู้รับราชการได้ อย่างน้อย ๑๕ – ๑๖ ปี อย่างเดียวกับการเรียนภาวนาทางจิต คือวิชชาธรรมกาย เราต้องให้เวลาแก่ตน ให้โอกาสแก่ตน เรียนเดือนสองเดือนไม่เห็น มักตำหนิตัวเอง ว่าไม่มีบุญหรือออกความเห็นวิจารณ์ส่งเดช เรามักจะเป็นอย่างนี้

     เรื่องนรก สวรรค์ นิพพาน หรือตายแล้วไปไหน ตายไปแล้วเกิด หรือตายไปแล้วสูญ เป็นเรื่องเล็กสำหรับท่าน ท่านจะต้องแจ้งไม่วันใดก็วันใด ไม่มีศาสตร์ใด ๆ ในโลกนี้พิสูจน์ได้ มีก็แต่วิชชาธรรมกายที่พิสูจน์ได้ ขอแต่ว่าเรียนไปให้ถึงหลักสูตรเสียก่อน ให้ถึงเวลาเสียก่อน แล้วท่านจะเห็นเอง อย่าด่วนอยากเห็นโน่น อยากพิสูจน์นี่ เพราะเราเพิ่งเรียน เพิ่งทำความเพียร เพิ่งเอาจริง ขอให้เรียนสูงกว่านี้ ทำความเพียรมากกว่านี้ ขอให้มีชั่วโมงบินพอสมควรก่อน อย่าใจร้อน.........

********

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชชาธรรมกายเบื้องต้น



ความเห็น (1)

วี
IP: xxx.109.53.218
เขียนเมื่อ 

ดีมากครับ ถึงแม้นจะฝึกได้ยาก แต่จะพยายาม เพื่อจะได้เห้นภายในที่สงบ และเป็นสุข