วันนี้ได้เรียนเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ (Public Policy)ซึ่งงสอนโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิทย์
Ph.D. (Environmental Science and Public Policy  George Mason University, USA) ผมจึงได้นำเนื้อหาจากบทเรียนมาให้ทุกท่านได้อ่านกันดังนี้
นโยบายสาธารณะคืออะไร?
เป็นการดำเนินกิจกรรมของภาครัฐบาล การตัดสินใจดำเนินการของรัฐบาล การจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดในเกิดประโยชน์ต่อประชาชน


<p>“ทิศทาง หรือแนวทางที่สังคมโดยรวมเห็นว่า หรือเชื่อว่า ควรจะดำเนินการไป
ในทิศทางนั้น”
</p>
<p>ตัวอย่างของนโยบายสาธารณะ เช่น
    การพัฒนาประเทศโดยเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการค้าเสรี
    การพัฒนาให้ชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
    การส่งเสริมการเกษตรด้วยระบบเกษตรพันธะสัญญา 
    การพัฒนาเมืองให้เจริญเติบโตอย่างไร้ขอบเขต
</p>

    กระบวนการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม


<p>หัวใจสำคัญของนโยบายสาธารณะ 
    “กระบวนการ” ของการดำเนินการให้ได้มาซึ่งนโยบายสาธารณะ
     การส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องในสังคม
    จุดอ่อนของนโยบายสาธารณะในสังคมไทย



นโยบายสาธารณะที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ส่วนใหญ่ออกมาจากฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายราชการ โดยภาคประชาชน และวิชาการมีส่วนร่วมน้อย
</p>
<p>การแก้จุดอ่อนนี้ รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2540 ได้เขียนไว้ชัดเจน ตัวอย่างในมาตรา 76 ก็ระไว้ว่า
“รัฐต้องส่งเสริม และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ” นโยบายสาธารณะส่วนใหญ่ มุ่งไปที่เรื่องของเศรษฐกิจ และการได้โอกาสของคนบางกลุ่ม ในขณะที่คนส่วนใหญ่เสียโอกาส และเสียเปรียบ การสร้างนโยบายสาธารณะ ขาดข้อมูลหลักฐานทางวิชาการ ที่มีน้ำหนักเพียงพอ สร้างนโยบายขึ้นจากผลประโยชน์ ของคนบางกลุ่มบางหมู่ ขาดการคำนึงถึงผลกระทบที่รอบด้านพอ กระบวนการประเมินผลกระทบ และการกำหนดทางเลือกที่หลากหลาย

ความสำคัญของนโยบายสาธารณ

นโยบายสาธารณ มีคุณค่า และประโยชน์ต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
1. ฝ่ายรัฐบาล ได้รับศรัทราเชื่อถือ และเป็นที่นิยมชมชอบ เช่น
    โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
2. ฝ่ายข้าราชการ เป็นกลไก  เครื่องมือที่สำคัญในการกำหนดแนวทาง
    การดำเนินงานของหน่วยงานในภาครัฐ
3. ฝ่ายประชาชน ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งสามารถตัดสินใจ
     เลือกผู้แทน  พรรคการเมืองได้ง่าย
</p>
<p>การสร้างเสริมสุขภาพ
-   ระกับปฏิบัติการบริการสาธารณสุข เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ 
-   ระดับยุทธศาสตร์การสร้างสุขภาพ ซึ่งความหมายในระดับที่เป็นยุทธศาสตร์ มีการนำเสนอ โดยองค์การอนามัยโลกมาตั้งแต่ปี 2529 แล้ว โดยออกมาในรูปของกฎบัตรออตตาวาเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ (Ottawa Charter for Health Promotion) มีสารถสำคัญดังนี้
        1.  สร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ (build health public policy)
        2.  สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (create supportive environment)
        3.  เสริมสร้างกิจกรรมชุมชนในเข้มแข็ง (strengthen community action)
           4.   พัฒนาทักษะส่วนบุคคล (develop personal skills)
         5. ปรับเปลี่ยนบริการสาธารณสุข (reorient health services)
</p>
<p>คำประกาศจาการ์ตา : การส่งเสริมสุขภาพสู่ศตวรรษที่ 21 (The Jakarta Declaration on Health Promotion into the 21st Century) การประชุมนานาชาติ  เรื่องการส่งเสริมสุขภาพครั้งที่ 4 
ระหว่าง 21 – 25 กรกฎาคม 2540  ณ กรุงจาการ์ตา  ประเทศอินโดนีเซีย  เป็นการจัดประชุมนานาชาติ  เป็นครั้งแรกในประเทศกำลังพัฒนา  และก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีส่วนร่วมจากภาคเอกชน ในการสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพประเด็นสำคัญสำหรับการส่งเสริมสุขภาพในศตวรรษที่ 21
1. ส่งเสริมความรับผิดชอบของสังคมต่อสุขภาพ
2. เพิ่มการลงทุนในด้านการพัฒนาสุขภาพ
3. ผนึกและขยายภาคีทางสุขภาพ
4. เพิ่มศักยภาพของชุมชนและเสริมสร้างอำนาจของปัจเจกบุคคล
5. สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ
</p>
<p>การประชุมนานาชาติครั้งที่ 5   เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพ:
สะพานเชื่อมสู่ความเสมอภาค
จัดการประชุมโดย WHO ร่วมกับองค์การสาธารณสุขภาคพื้นอเมริกา
(PAHO/AMRO) และกระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโก กรุงเม็กซิโกซิตี้
ประเทศเม็กซิโก ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน 2543 กว่า 100
ประเทศทั่วโลกส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมเพื่อทบทวนกลยุทธทั้ง 5
ต่อการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิต
•         การเพิ่มความสำคัญของหลักฐานสนับสนุนเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
•          การเพิ่มการลงทุนในการพัฒนาด้านสุขภาพ
•          การส่งเสริมความรับผิดชอบของสังคมในเรื่องสุขภาพ
•          การพัฒนาสมรรถนะและการเพิ่มอำนาจให้ปัจเจกบุคคลและชุมชน
•          การมีหลักประกันด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
•          การปรับเปลี่ยนระบบสุขภาพและบริการตามมาตรการส่งเสริมสุขภาพ
</p>
<p>องค์การอนามัยโลกให้ความหมายของนโยบายสาธารณะ ที่เอื้อต่อสุขภาพไว้ว่า
“นโยบายสาธารณะที่แสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน ในเรื่องสุขภาพ พร้อมที่
จะรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสุขภาพ ที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายนั้น
ขณะเดียวกันก็เป็นนโยบาย ที่มุ่งสร้างเสริมสิ่งแวดล้อม ทั้งทางสังคม
และกายภาพ ที่เอื้อต่อการมีชีวิตที่มีสุขภาพดี และมุ่งให้ประชาชนมีทางเลือก
และสามารถเข้าถึงทางเลือก ที่ก่อให้เกิดสุขภาพดีได้”
</p>
<p>ในร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ที่คนไทยทุกฝ่ายช่วยกันจัดทำขึ้น เพื่อให้เป็น
กฎหมายแม่บทของระบบสุขภาพ หรือเป็นธรรมนูญสุขภาพคนไทย ให้คำจำกัด
ความเรื่องนี้ว่า หมายถึง
“แนวทางการพัฒนาที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อม ทั้งทางสังคม และทางกายภาพ
ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพ ทำให้ประชาชนเข้าถึงทางเลือกที่ก่อให้เกิดสุขภาพ”
นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ดี ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ ได้แก่ สันติภาพ
(ความสงบสุข) ที่อยู่อาศัย การศึกษา อาหาร รายได้ ระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อมที่
มั่นคง ทรัพยากรที่ยั่งยืน ความเป็นธรรม และความเท่าเทียมกันในสังคม
ผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ มีหลายฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล
ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และปัจเจกชนเอง
เครื่องมือสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
1.ใช้กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ (Policy formulation process)
ในสังคมไทย จำเป็นต้องชวนกันหันมาสร้างกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ
อย่างเป็นระบบ และมีหลักวิชาการมากขึ้น
2. ใช้กระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ
    (Health impact assessment : HIA)
</p>
<p>สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
ได้กำหนดให้มีแผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ และ
การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HPP / HIA) เพื่อสร้างความรู้
และสร้างบุคลากรด้านนี้ และเพื่อการขยายผลให้กว้างขวางออกไป
เรื่อยๆ โดยแผนงานนี้ ใช้วิธีไปปฏิบัติการอย่างมีเพื่อเรียนรู้ร่วมกับ
ฝ่ายต่างๆ ในสังคมเป็นหลัก
</p>
<p>สำหรับในร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ที่หวังให้เป็นธรรมนูญสุขภาพ หรือ
กฎหมายแม่บทด้านสุขภาพของสังคมไทย มีการเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 27 ว่า
“รัฐ มีหน้าที่ดำเนินการต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสปกป้องคุ้มครอง และจัดการเพื่อการ
สร้างเสริมสุขภาพ ให้ประชาชนให้ความสำคัญ กับนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
และต้องรับผิดชอบต่อการขจัดปัจจัยที่คุกคามสุขภาพประชาชน จากนโยบาย
สาธารณะ หรือการดำเนินงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นๆ ด้วยการดำเนินงานตาม
วรรคหนึ่ง ให้มีกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ จากนโยบายสาธารณะ
เพื่อป้องกัน และควบคุมปัจจัยที่คุกคาม และดำเนินการประเมินผลกระทบด้าน
สุขภาพ จากนโยบายสาธารณะ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด
ตลอดกระบวนการ”

ภาพกระบวนการสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ แบบมีส่วนร่วม
</p>