โครงการคู่ขนาน คือ การส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผู้สูงอายุที่ยังมีฟันแท้อยู่ให้ดูแล เพราะถ้าได้รับการดูแลให้ดี ฟันของเราก็จะอยู่กับเราได้ตลอด จนชั่วอายุขัย

 

การส่งเสริมสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ เป็นความคิดเริ่มต้นจากกองทันตฯ ค่ะ เพื่อที่จะทำควบคู่ไปกับ โครงการฟันเทียมพระราชทาน ซึ่งเป็นโครงการที่ทำขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับในหลวงฯ ด้วยการใส่ฟันเทียมให้ครบ 80,000 ราย ตั้งแต่ปี 2548-2550 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงค่ะ ได้เกินเป้าแน่นอน

แต่ว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของผู้สูงอายุตรงนี้ คือ การไม่มีฟันเคี้ยวอาหาร ก็จะได้รับแก้ไขปัญหาไปได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากค่ะ ที่ยังไม่ได้ใส่ฟัน

เราจึงทำโครงการคู่ขนาน คือ การส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผู้สูงอายุที่ยังมีฟันแท้อยู่ให้ดูแล เพราะถ้าได้รับการดูแลให้ดี ฟันของเราก็จะอยู่กับเราได้ตลอด จนชั่วอายุขัยนะคะ

เราครบรอบมาเยี่ยมเขตทางภาคใต้ที่ได้ทำกิจกรรมนี้ ก็คือ ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี ... เบื้องต้นก่อนการไปดูงานกัน เรามีการมาคุยกันค่ะ ซึ่งก็พอจะนำประเด็นมาเล่าให้ฟังอย่างกระชับๆ ได้ก็คือ

คุณหมอสุปราณี ... เจ๊ใหญ่ของเรา ผู้เป็นหลักในเรื่องของโครงการผู้สูงอายุ ค่ะ มาเล่าให้ชาวประชาที่มาเข้าร่วม ลปรร. กันในวันนี้ว่า

  • การสร้างสุขภาพผู้สูงอายุ เราคงต้องทำงานในลักษณะเครือข่าย เพราะผู้อยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุ จะมีโอกาสในการสร้างกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุได้อย่างเป็นจริงค่ะ
  • ในอนาคต ผู้สูงอายุจะมีอายุยืนยาวมากขึ้น ... คิดง่ายๆ คือ เดินมา 5 คน ก็เห็นเป็นผู้สูงอายุสัก 1 คน เข้าไปแล้ว ในปี 2558 จึงเป็นภาวะสังคมผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมากขึ้นตามไปด้วย
  • ผู้สูงอายุอาจดูได้เป็น 3 กลุ่ม ก็คือ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่แข็งแรง พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้ กลุ่มที่ 2 ป่วยไปแล้ว มีโรคประจำตัว แต่ยังช่วยเหลือตัวเอง ใช้ชีวิตประจำวัน กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ป่วย ผู้พิการ ซึ่งต้องนอนอยู่กับที่ และต้องมีผู้ดูแล ซึ่ง 3 กลุ่มนี้จะมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ต่างกัน เห็นได้ชัดเจน
  • ในเรื่องสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ มีการสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุยังมีการสูญเสียฟัน มีโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ที่ฟันโยก เป็นจำนวนมาก
  • จากพระราชดำรัสของในหลวงเมื่อปี 2547 ท่านก็ได้ดำรัสไว้ว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” ซึ่งท่านได้เอาเรื่องของฟัน ไปเชื่อมโยงกับเรื่องชีวิต ความเป็นอยู่ เรื่องความสุข เรื่องจิตใจ ว่ามีผลกระทบไปถึงเรื่องของร่างกาย
  • เราจึงคิดที่จะทำยังไง ... จึงจะให้ผู้สูงอายุคงสภาพฟันอยู่ไว้ ให้นานที่สุด โดยไม่สูญเสียฟันเพิ่มขึ้น
  • โดยที่ ผู้สูงอายุจะต้องทำให้ตัวเองมีสุขภาพดี และเผื่อแผ่ไปให้กับเพื่อนๆ ผู้สูงอายุ ตลอดจนลูกหลานด้วย
  • slogan ของผู้สูงอายุที่สำคัญก็น่าจะเป็น ผู้สูงอายุสมควรอยู่อย่างมีคุณภาพ มีศักยภาพ และมีศักดิ์ศรี ... เพราว่าในสังคม ท่านเป็นบุคคลที่มีความสามารถ เพราะสั่งสมประสบการณ์มามากมาย แก้ปัญหาต่างๆ มาตลอดชีวิต
  • แต่ละท่านมีภูมิปัญญา มีประสบการณ์ มีความพร้อม มีเวลา และมีจิตอาสาอยู่แล้ว เพื่อครอบครัว เพื่อเพื่อน เพื่อส่วนรวม และเพื่อของสังคมไทย
  • การทำงานนี้ เมื่อปี 2549 พบว่า เมื่อปีที่แล้ว เกิดกิจกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากจริงๆ เมื่อมีการไปคุยกัน แต่มากบ้างน้อยบ้างก็ต่างกันไป ตามความพร้อมของชมรมฯ
  • และที่ผ่านมาเราพบว่า มีเครือข่ายการดำเนินงานเกิดขึ้นมากมาย ในฝ่ายสาธารณสุขก็มีตั้งแต่ ศูนย์อนามัย สสจ. รพท. รพช. สอ. บางแห่งมีวิทยาลัยพยาบาลเข้ามาร่วมด้วย ในฝ่ายประชาชน ก็จะมี อบต. เทศบาล ชมรมผู้สูงอายุ สมาชิกของผู้สูงอายุด้วยกันเอง และสภาผู้สูงอายุ ที่เข้ามาช่วยร่วมมือกันทำกิจกรรม
  • เราได้สรุปปัจจัยที่ช่วยให้มีกิจกรรมสุขภาพช่องปาก ก็คือ ปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุมารวมกัน ที่ชมรม ที่วัด อบต. บางแห่งก็ช่วยในเรื่องงบฯ และบางแห่งโดดลงมาช่วยทำงาน สอ. ก็ช่วยผู้สูงอายุอยู่แล้ว ชมรมมีความเข้มแข็ง จึงได้เกิดกิจกรรมนี้ได้ โดยมีสิ่งสนับสนุนแต่พอสมควร และมีงบประมาณบางส่วนไปสนับสนุน
  • ในปี 2550 จึงเป็นปีต่อเนื่อง จากปี 2549 ซึ่งเครือข่ายเราก็มีมากขึ้น ซึ่งกองทันตฯ มีความคาดหวังผลลัพธ์จากการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ ก็คือ
    ... อยากให้การทำงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
    ... อยากเห็นผู้สูงอายุมีการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม ให้ฟันสามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต
    ... มีชมรมผู้สูงอายุที่เป็นต้นแบบ ของการดูแลสุขภาพช่องปาก และดูแลผู้สูงอายุด้วยเอง
    ... รูปแบบที่เกิดขึ้นสามารถไปขยายผลต่อในที่อื่นๆ ด้วยการเป็นสถานที่ดูงาน
    ... และนำกิจกรรมเข้าร่วม กิจกรรม ลปรร. กับชมรมอื่นๆ ได้ 

คุณหมอวรศักดิ์ ค่ะ ท่านได้ให้ข้อคิดเพิ่มเติมในเรื่องนี้ไว้ว่า

  • ตอนนี้ ... เราได้เครือข่าย ภาคี หรือคนที่มาร่วมงานกับเรา คือ จนท.สส. อสม. เทศบาล อบต. กันแล้วและก็กำลังมองต่อกันไปว่า ยังมีใครอีก ที่จะเข้ามาช่วยให้ความเข้มแข็งของเรามากขึ้น ทำกิจกรรมได้คล่องตัวขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป
  • เรื่องของความคิดที่จะได้จากการดูงานในวันนี้ ก็น่าที่จะนำกลับไปคิดกันต่อ เพื่อ
    ... คิดกิจกรรมที่จะทำให้เกิดผลดีด้านสุขภาพกับผู้สูงอายุ ในชมรมที่เราตั้งอยู่
    ... ให้เห็นความต่อเนื่องว่า เราจะดำเนินการต่อเนื่องไปอย่างไร
    ... ช่วยกันคิดพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับผู้สูงอายุของเรา และถ้าสามารถลงไปถึงผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ที่บ้าน หรือ รพ. ได้ด้วย
    ... สิ่งที่ทำได้หรือไม่ ก็คงจะขึ้นกับความเข้มแข็งของชมรม และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมคือ สิ่งที่เราต้องคิดกันต่อ
    ... เรื่องภูมิปัญญา ก็มีความสำคัญ เพราะผู้สูงอายุมีความสามารถกันหลายหลาก เช่น ความรู้เรื่องสมุนไพร ถ้ามีการพิสูจน์แล้วว่า นำไปใช้ได้ดีกับสุขภาพช่องปาก ก็น่าจะนำไปใช้ และมีการจดบันทึก เพื่อที่จะได้ทำการเผยแพร่กันต่อได้

บันทึกหน้าจะเป็นเรื่องราวของ ชมรมผู้สูงอายุที่ท่านัด ลองตามไปดูกันนะคะ ว่าเขามีดีอย่างไร