รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
ทำไม่ดีหรือทำผิดแล้วไม่รับผิด กลับโทษผู้อื่น
 
เย็นวันหนึ่งหลังจากที่อาจารย์ได้ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันทำงานเรื่องภูมิศาสตร์ของไทย กลุ่มของ  ด.ช. กั้ง ได้รับมอบหมายให้ทำเกี่ยวกับภาคใต้ โดยมีสมาชิกในกลุ่ม 8 คน
ซึ่งแต่ละคน ได้รับมอบหมายงานให้ทำต่าง ๆ กันและ ด.ช. กั้งได้นัดให้ทุกคนนำงานมารวมกันอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า
พอถึงกำหนดทุกคนก็เอางานมาครบ
ยกเว้น ด.ช. บีไม่ได้นำงานมา
ด.ช. กั้งจึงเข้าไปสอบถามได้ความว่า ด.ช. บี ไม่ทราบว่าต้องทำงานตรงไหนแล้วโทษว่าเมื่อมาถาม ด.ช. บอยกับด.ช. บูมทั้ง 2 คน ก็ไม่ยอมบอกว่าตนต้องทำอะไร ทั้ง ๆ ที่ด.ช. กั้งได้แบ่งงานไปแล้ว
การกระทำของ ด.ช.บี เข้าข่ายว่า"รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง"
A bad shearer never had a good sickle.
 A bad workman blames his tools. 
ถามว่า....ยังมีการใช้สุภาษิตนี้อยู่หรือในปัจจุบันนี้
ตอบว่า.....มีสิ 
ก็ปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยเห็นใครเป่าปี่  และไม่ค่อยจะรำกัน  จะเกี่ยวกันไหมนี่  
รำไม่ดีโทษปี่  โทษกลอง  ยังหมายถึง  การทำผลงานอะไรก็ตาม  ตัวเองทำไม่ดี  กลับไปว่า  กระดาษไม่ดี  หมึกไม่สวย กรรมการตาถั่ว... โน่น  นี่  นั่น แต่กลับไม่ว่าตัวเองเลย...