เมื่อสองวันก่อนได้คุยกับเพ็ญ นักเรียนทุนม.6 ที่กำลังถึงทางแยกของชีวิต เพ็ญมีเกรดสวยหรูถึงขั้นเลิศ ถ้าที่บ้านมีสตางค์หน่อยคงไม่ต้องคิดมากขนาดนี้
            ที่จริงเลขาฯได้รับเอกสารสมัครทุนอุดมศึกษาของเพ็ญแล้วก็คิดว่ามีโอกาสได้ทุนค่อนข้างสูงด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง และคิดว่าหนทางในการเรียนต่อของเพ็ญคงไม่มืดมิดนัก ดูจากตัวอย่างของน้องหลายๆคนที่ผ่านมา
            แต่พ่อของเพ็ญกลับไม่คิดไกล พ่อบอกว่าจะให้เพ็ญไปทำงานรับจ้างกับญาติ เพราะเป็นลูกคนโต ต้องช่วยหาเงินมาส่งเสียน้องๆและค่าใช้จ่ายของครอบครัว
            เพ็ญเองก็สับสน ใจหนึ่งก็อยากเรียน ใจหนึ่งก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัว คุยกันถึงทางเลือกต่างๆ เพ็ญก็ยังพบแต่ปัญหากับทุกๆทางที่ช่วยกันคิดได้
            ครั้งหนึ่งเลขาฯเคยคิดว่า ถ้าให้ทุนการศึกษาให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดการเรียนแล้ว น้องๆเหล่านี้ก็จะได้เรียนด้วยความปลอดโปร่ง จนสามารถเรียนจบไปทำงานได้ แต่จริงๆไม่ใช่เลย
            คงเป็นเรื่องดีที่เด็กไทยในชนบทส่วนใหญ่ยังคงมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว แต่ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องดีหรือเปล่า ที่พ่อแม่ในชนบทส่วนใหญ่ยังหวังพึ่งเงินทองจากลูกเพื่อมาใช้จ่ายที่บ้าน ที่บ้านนอก ที่ยังคงมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง แต่ก็มีสิ่งยั่วยวนกิเลสมากมายเหลือเกิน
            ทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่คิดกันได้ตอนนี้ คือเพ็ญขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพฯเพื่อส่งเงินไปช่วยทางบ้าน และเรียนรามคำแหงไปด้วย ในสาขาเทคโนโลยีอาหารที่ใฝ่ฝัน น่าจะเป็นที่พอใจของทุกคนรวมทั้งตัวเพ็ญเอง  ในความเป็นจริงแล้วเพ็ญจะเลือกทางไหน เลขาฯก็ได้แต่เอาใจช่วย และให้ข้อมูลเท่าที่จะทำได้