ไม่รู้เป็นไง..เด็ก ๆ เมืองไทย เนี๊ยะ มีน้อยคนที่จะมีความกล้า กล้าที่จะพูดสื่อสารกับฝรั่ง แค่เห็นก็วิ่งหนีซะแล้ว อาจจะมีสาเหตุที่สำคัญคือไม่รู้จะพูดอย่างไร พูดไม่เป็น ไม่คุ้นเคย แกรมมาได้เกรด A แต่สนทนาได้ D อย่างนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน โรงเรียนครูแอนห่างจากตัวอ.ปาย ซึ่งทุกคนคงจะรู้เกี่ยวกับเมืองปาย แม่ฮ่องสอน บ้าง นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาทุกวัน เป็นเมืองนานาชาติไปแล้ว นักเรียนหรือผู้คนที่ได้พบปะกับฝรั่งเป็นกิจวัตรประจำวันก็พูดคล่องป๋อเลย แต่ไม่รู้ว่าคำภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร ตอนนี้เมืองปายก็ช่วยกันรณรงค์ประเพณีชนเผ่า วัฒนธรรมที่ดีงามไว้ ครูแอนกลัวว่าอนาคตประเพณีเก่าแก่ วัฒนธรรมที่ดีดี จะหายไปพร้อมอารยธรรมตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามามากมายเหลือเกิน แต่คนปายก็คงต้องช่วยกัน ครูแอนไม่ใช่คนปายค่ะห่างบ้านมาไกลมาสอนที่บนดอย อาว..จะเข้าประวัติตัวเองแล้วไหมล่ะโทษที วันก่อน(วันวาเลนไทน์)มีโอกาสได้พานักเรียนไปเที่ยวย่านนักท่องเที่ยวตัวเมืองปาย เพราะเมื่อตอนที่ครูแอนเล็ก ๆ เห็นฝรั่งก็ต้องเผ่นเหมือนกัน พอขึ้นชั้นมัธยมคุณครูสอนภาษาอังกฤษแก้ปัญหานักเรียนกลัว และไม่กล้าพูดกับชาวต่างชาติ ก็เลยเชิญฝรั่งมาที่โรงเรียนโดยให้มีฝรั่ง 2 คน แล้วให้นักเรียนเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุย ทีละคน คนละ 10 นาที เอาละหว่า....ทำไงดี ไอ้รู้ว่าจะพูดอะไรเนี๊ยะมันรู้แต่ความไม่กล้ามีมากกว่า ฝรั่งเขาก็ชวนพูดน่ะครูแอนเลยมีความรู้สึกว่าถ้าเราได้มีโอกาสพูดคุยหรือสัมผัสกับฝรั่งบ่อย ๆ เราจะกล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น หลังจากที่จัดค่ายภาษาอังกฤษไปแล้ว เมื่อปีที่แล้ว นักเรียนก็มีความกล้ามากขึ้น จากประสบการณ์ของครูแอนเพราะเรามีเพื่อนฝรั่งเยอะ เราไม่กลัวเพราะเรารักที่จะพูด ที่จะพัฒนาตัวเอง ก็เลยนำนักเรียนชุมนุมมัคคุเทศก์น้อยฯของโรงเรียนจำนวน 16 คน ไปเที่ยวโดยให้ใบงาน และสังเกตการณ์ในการฝึกทักษะการสื่อสารของนักเรียน เด็ก ๆ สนุกสนานกันมากเลย พอดีวันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์พอดี ครูแอนก็สังเกตดูว่านักเรียนเขิน ๆ ที่จะทักทายฝรั่งก่อน ก็เลยซื้อสติกเกอร์รูปหัวใจให้แต่ละกลุ่ม เอาติดเสื้อของนักท่องเที่ยวแล้ว Happy Valentine แก่พวกเขา นักเรียนไม่เก้อเขินที่จะไปทักก่อน ให้เวลาเด็กครึ่งเช้าแล้วพากลับโรงเรียน เด็ก ๆ บ่นอุบอิบเลยอยากเที่ยวต่อไม่อยากกลับไปเรียนภาคบ่าย ที่กลับเพราะส่วนใหญ่ฝรั่งจะนอนกลางวัน และท่องราตรีตอนกลางคืนจ้า เขียนมาซะยาวเชียว ...ครูแอนก็รู้สึกดีใจน่ะเพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ยังต้องพัฒนาอีกมาก เป็นกำลังใจกันต่อไปน่ะค่ะ เอารูปมาให้ดูค่ะ
ได้ซ้อมกับเทศบ้างก็ดี พูดกับคนไทยส่วนมากก็จะฟังกันรู้เรื่อง เพราะผิดก็ผิดเหมือนกันๆ หลายครั้งผมพูดกับเทศฟังแล้วก็รู้ว่าต้อง ปรับคำนั้นโน้นนี้ใหม่
บางทีผมก็รู้สึกว่าไม่ใช่แต่วัฒนธรรมตะวันตกที่น่ากลัว บางทีกระแสกรุงเทพฯ ก็กวาดกลืน อะไรแถวบ้านไปหมดเหมือนกัน (ถึงแม้ว่ากระแสกรุงทพฯ หรือกระแสตะวันตก จะดีหรือไม่ดีก็ตาม)
แวะมาทักทายคุณครู แอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ อยากให้น้อง ๆ เก่งภาษาอังกฤษค่ะ
วันนี้ครูแอนกำลังจัดค่ายลูกเสืออยู่จ๊ะ ไว้กลางคืนจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ขอบคุณข้อคิดเห็นจากคุณวีร์ ขอบคุณน้องมะปรางที่แวะมาเยี่ยมเยือน และขอบคุณ อ.ขจิต น่ะค่ะ คงต้องขอปรึกษาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ที่เป็นเทคนิคของอาจารย์ บ้างน่ะค่ะ
ตอนนี้ขอตัวไปตรวจค่ายก่อนน่ะค่ะ
สวัสดีครับครูแอน
แอบตามอาจารย์ขจิตมาครับ ปกติแล้วผมเรียนภาษาอังกฤษแบบ"ครูพักลักจำ" ก็เลยชอบแอบมาดูคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย
แวะไปเยี่ยมบ้างก็ได้น่ะครับ
สวัสดีค่ะครูแอน อยากไปปายจังเลยค่ะ ขอให้มีความสุขในการทำงานนะคะ
ถ้ามีโอกาสอยากให้อาจารย์อ้อมมาสัมผัสวิถีชีวิตชนเผ่า ชาวเขา ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ในเมือง 3 หมอก ครูแอนอยูได้ 5 ปีแล้ว ยังหลงเสน่ห์เมืองปายอยู่ ยินดีต้อนรับค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ ไกด์Kareem ต้องบอกว่าเทคนิค ครูพักลักจำ เป็นเทคนิคที่ดีสำหรับคนชอบภาษาน่ะค่ะ ถ้าคนไม่ชอบ คงไม่ลักจำ ใช่ไหมค่ะ แวะมาทักทายกันบ่อย ๆ น่ะค่ะ
อย่าว่าแต่เด็ก ๆ เลยครับ...
ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนก็ไม่กล้า...
เด็กพูดผิดยังดูน่ารัก แต่ผู่ใหญ่พูดผิดน่าอายกว่าเด็กอีกนะครับ...
สวัสดีค่ะ Mr Direct
ถ้าอย่างนั้นมันก็คงยากน่ะค่ะที่จะพูดได้ สำหรับคนไม่กล้า ครูแอนว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องน่าอายเลยที่เราจะมีความมุ่งมั่น แล้วต้องบวกกับความมั่นใจ กล้าที่จะทำในสิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง สำหรับฝรั่งที่ครูแอนเคยพบและเคยได้พูดคุย ส่วนใหญ่เขาจะชื่นชมเราน่ะ และจะช่วยแนะนำให้ถูกด้วย ถ้าคนไหนยังคงไม่กล้าที่จะพูดเพราะกลัวผิดละก็ ขอให้ลองก่อนน่ะค่ะแล้วจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่ยากเกินไป ...ขอเป็นกำลังใจให้พูดภาษาอังกฤษให้เก่ง ๆ น่ะค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ...ครูแอน
แล้วจะพยายามครับจะได้ไม่อายเด็ก ๆ ครับ...
อายฝรั่งยังดีกว่าอายเด็ก ๆ นะครับ...
ต้องอย่างนี้สิค่ะ อยากให้ทุก ๆ คนคิดเหมือน Mr.Direct จัง สิ่งดีดีทำไปเถอะอย่าอาย แต่อยากให้อายต่อการทำชั่ว (ฝากทุกคนค่ะ)ต้องเชื่อมั่นในการกระทำของเราใช่ไหมค่ะ (แต่ต้องเป็นสิ่งดีดีเท่านั้นน่ะค่ะ ตอนนี้อยากให้ประเทศไทยสงบค่ะ)
เป็นกำลังใจในการทำงานให้น่ะค่ะ
คนเรา "ละอายชั่วกลัวบาป" ก็น่าจะพอ? (หิริโอตะปะ)
เรื่องอื่นก็คงพอถือ "ด้านได้อายอด" ได้
ทักษะหน้าหนายังมีประโยชน์ในการทำงานกับซอฟต์แวร์เสรีด้วย (http://opensource.thai.net/wiki/index.php/WorkingOnFreeSoftware)
Bright Lily
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ น้องน่ารักมากค่ะ
แล้วพบกันบันทึกต่อไปนะจ๊ะ
.ใช่แล้วค่ะคุณวีร์ หากคนไม่คิด ไม่ได้มีธรรมะในจิตใจเขาก็คงทำได้ทุกอย่าง สังคมถึงได้เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ด้านได้อายอดน่าจะใช้ได้กับคนจีบสาว
ท่าจะเวริ์คน่ะค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพี่ Bright
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพี่ Bright Lily คุณพี่ก็น่ารักมาก เซกซี่ด้วยค่ะ แวะมาทักทายกันบ่อย ๆ น่ะค่ะ
ผมว่าคุณครูแก้ปัญหาได้ยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ คนไทยส่วนมากนั้นไม่ค่อยกล้าจะพูดกับฝรั่ง หนึ่งในหลายๆเหตุผลและข้ออ้างร้อยแปด ก็คือกลัวผิดแกรมม่าครับ แต่ที่น่าตลกมากกว่าคืออะไรทราบไหมครับ ที่อเมริกานั้นมีหนังสือที่เขียนว่า George Bush ประธานาธบดีของอเมริกานั้นพูดผิดไวยกรณ์ขายกันได้เป็นเล่ม ที่พูดไม่ได้อยากจะบอกว่าเขาพูดผิดหรอกนะครับ แต่ว่าคนฝรั่งเองนั้นก็พูดผิดนั้นเต็มไปหมดครับ ปัญหาเรื่องแกรมม่านะไม่ค่อยสำคัญครับ แต่ปัญหาที่สำคัญคือบางทีเราคิดศัพท์ไม่ออกแล้วทำให้การสื่อสารไม่รู้เรื่อง ซึ่งเราสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้โดยการหมั่นหาความรู้ด้านศัพท์เยอะๆ และอีกเรื่องคือการออกเสียงครับ ซึงอันนั้นคงจะต้องรบกวนคุณครูสอนตั้งแต่เด็กแล้วครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ฝรั่งเขาไม่ได้เน้นGrammar เท่าไรหรอก คนไทยเท่านั้นที่กล้ว กลัวแบบไม่ได้ลองนอกจากการออกเสียง คำศัพท์ แล้วที่สำคัญคือพวกสำนวน คำแสลง เพราะถ้าคนไม่ศึกษาจะทำให้สื่อสารได้ลำบากเพราะแปลตรงตัว เลยไม่เข้าใจและแปลสารไม่รู้เรื่องค่ะ