ถนนเด็กเดิน Child Watch กลายมาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดกิจกรรมที่มุ่งสร้าง “พื้นที่คุณภาพ” ให้กับเด็กและเยาวชน

หลังจากที่จังหวัดมหาสารคามได้รับการประกาศให้เป็น “เมืองที่มีความสุขที่สุดในประเทศ”  (THE  HAPPIEST  CITY) ต่อจากนั้นไม่นานนักจังหวัดมหาสารคามก็ยังได้รับการพิจารณาประกาศให้เป็น 1  ใน  10  จังหวัดที่มีระบบการคุ้มครองเด็กดีฯ  โดยเมื่อวันที่  12 มกราคมที่ผ่านมาได้เดินทางเข้ารับรางวัล  Child  Watch  Award จาก  ฯพณฯ  นายกรัฐมนตรี

 

  

 

มหาสารคาม  ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษา (ตักสิลานคร)  และจากสภาพการณ์ปัจจุบันก็ยังฟ้องชัดว่าคำกล่าวนั้นยังคงเป็นจริง  หากแต่แปลกต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิงก็คือจำนวนนักเรียน นิสิตนักศึกษาได้ทบทวีจำนวนขึ้นมากมายมหาศาลกว่าอดีตเป็นยิ่งนัก 

 

 

จำนวนอันมากมายเช่นนี้  กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญทางชีวิตของคนเมืองมหาสารคาม  โดยเฉพาะการ “ท้าทาย” ของระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรคนท่ามกลางวัฒนธรรมทุนนิยมที่โหมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง

 

 ถนนเด็กเดิน  Child  Watch  กลายมาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดกิจกรรมที่มุ่งสร้าง “พื้นที่คุณภาพ”  ให้กับเด็กและเยาวชน  โดยการวาดหวังให้พื้นที่ดังกล่าวกลายมาเป็น “เวที หรือ มุมแห่งชีวิต”  หรือแม้แต่ “จุดนัดฝัน”  ที่เด็กและเยาวชนจะได้สัญจรมาพบทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างเปิดเผยและเปิดกว้าง  

 

 เด็กคนไหนใคร่แสดงก็ได้แสดง  ใครใคร่เต้น ได้เต้น  ใครใคร่ร้องได้ร้อง  และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

 

  

 

ถนนเด็กเดินเปิดตัวกิจกรรมครั้งแรกเมื่อวันที่  27  สิงหาคม  2550  ณ  บริเวณลานด้านหน้าห้างเสริมไทย (เวลา  15.00 – 20.00  น.) โดยจัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 3  ของทุกวันอาทิตย์

 

 

 

 

 

 

ถึงผมจะแย้งคิดอยู่อย่างเงียบ ๆ  ในเรื่องสถานที่การจัดงาน  แต่เมื่อครุ่นคิดถึงวิธีคิดและวิธีจัดการดังกล่าว  ก็ยอมรับว่าเป็นความคิดอันชาญฉลาดไม่น้อย 

 

เมื่อเราไม่สามารถนำเด็กออกจากโลกแห่งทุนนิยมได้อย่างสิ้นเชิง  เราก็ต้องเคลื่อนตนขับกิจกรรมออกไปยัง “พื้นที่” หรือ “เวที”  อันเป็นห้างสรรพสินค้าที่พวกเขามักที่จะใช้ชีวิตเริงเล่นอยู่ที่นั่น  แต่ต้องเน้นการบูรณาการพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง แต่ต้องไม่ลืมที่จะขับเคลื่อนให้มีพลังอย่างต่อเนื่อง  มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและสาระ  เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกเสพสิ่งต่าง ๆ ได้ตามความสนใจ 

 

 

 และแม้กระทำได้ตามนั้น  ก็ย่อมหมายถึงว่าเมืองมหาสารคาม ได้เกิด “พื้นที่คุณภาพ”  สำหรับเด็กและเยาวชนแล้ว  หรือเรียกให้ยิ่งใหญ่ขึ้นก็คือ “เมืองน่าอยู่สำหรับเด็ก”  (Child  Friendiy  City)