GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Redundancy in Language

Redundancy แปลว่า ซ้ำซ้อน รุ่มร่าม ไม่จำเป็นต้องมี


มาทดสอบตัวเองกัน
คุณเคยใช้ประโยคทำนองนี้ไหมคะ

1. Vegetables are more cheaper here.

2. I like blue color.

3. Have you eaten rice yet?

4. I like to sing songs.

5. Last night I read my book.

6. This is my friend.

ประโยคข้างต้นถูกหรือยังคะ ให้เลือกตอบดังต่อไปนี้
ก. ใช้ได้นี่ พอรู้เรื่อง
ข. ถูกเผง
ค. มันยังไงอยู่นา แต่ไม่รู้จะแก้ยังไง
ง. ผิดมหันต์ อภัยไม่ด้ายยย

เหอๆๆ ลองคิดกันเล่นๆ เอาไปถามฝรั่งหรือเพื่อนๆที่เค้าถนัดภาษาอังกฤษก็ได้ ว่าเค้าคิดว่าไง

แล้วจะมาเฉลย

แบบฝึกหัดนี้ได้ดัดแปลงมาจากเอกสารของ
รศ.คริสโตเฟอร์ แอล คอนลี่ ครูผู้เสียสละของ ม.น.

ใครที่เคยเรียนกับอาจารย์คริส น่าจะตอบได้
จำอังกฤษพื้นฐานที่เรียนแบบเรือโยงได้ไหมคะ
ใครไม่ชอบ แต่เราชอบ ได้ประสบการณ์จากการเป็น T.A.
มากมาย...

เราสามารถเรียนรู้จากคนที่เราชื่นชมได้ เพราะเรามี "ศรัทธา"  (Faith)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): englisherrorcorrectionredundancy
หมายเลขบันทึก: 79051
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 11
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

ขอตอบข้อ ค ก็แล้วกันค่ะ อ่านแล้วมันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

สวัสดีค่ะ อ.อ้อม

หนูจำไม่ได้ค่ะว่าเคยใช้ประโยคเหล่านี้ไหม แต่ถ้าเป็นประโยคที่ใกล้เคียงกันกับแบบนี้ น่าจะเคยใช้ สำหรับข้อ 6  ก่อนจะพูดประโยคนี้มันก็ต้องมีเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่บ่งบอกได้ว่าเราน่าจะพูดคล้ายกับประโยคนี้ อย่างเช่น เราไปงานๆ หนึ่ง แล้วก็มีเพื่อนเก่าไปด้วย แล้วก็ไปพบเพื่อนใหม่ มันก็ต้องมีการแนะนำกันนิดหน่อย แต่เราควรจะแนะนำเพื่อนโดยใช้ชื่อแทนไปเลยดีกว่าไหมค่ะ  เช่น John/Joy is my friend. หรือ This is John/Joy. He/she is my friend.

แต่หนูขอตอบข้อ ก. ค่ะ

ปล. ภาษาคือการสื่อสาร ถ้าพูดผิด (ก็ไม่ได้อยากจะพูดผิด แต่ความรู้ยังน้อยอยู่...ก็เรียนรู้จากสิ่งที่ผิด แก้ไข ปรับปรุงไปเรื่อยๆ) แต่ถ้ายังพอมีคนเข้าใจ ความหมายของเรา ก็น่าจะอภัยให้กันได้ค่ะ 

  • รู้แค่ more cheaper ทีเหลือนี่ต้องรออ.อ้อมมาเฉลยครับ

เฉลยเจ้าค่ะ

หัวเรื่องบอกว่า Redundancy in Language. การใช้ประโยคเหล่านี้ ดูเผินๆ อาจจะไม่ผิด แต่มันเป็นลัก๋ษณะการใช้ภาษาของ non-native speakers  ที่ภาษาแม่มีอิทธิพลต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มาดูเป็นข้อๆ ไป

1. Vegetables are cheaper here. อะไรที่มากกว่าจะเติม More ไว้ก่อน เป็นลักษณะจากภาษาไทยที่ว่า ผัก ถูก กว่า ที่นี่(ที่ตลาด) เขา แก่  กว่า ฉัน  ภาษาไทยไม่มีการเปลี่ยนรูปคำเพื่อบอกความหมายในระดับขั้นกว่าหรือขั้นสุด (comparative and superlative) นักเรียนไทยจึงไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนรูปคำ แต่นิยมเติมคำลงไป

2. I like blue color.   

      What does blue mean?  If it means "สีฟ้า หรือน้ำเงิน", why do we need "color". มีคนแย้งว่า blue ในความหมายนี้แปลว่า ความเศร้า
แต่อย่างไรก็ตาม ประโยคมันไม่สื่อความถ้าแปลอย่างนั้น

3. Have you eaten rice yet?
      กินข้าวรึยัง   กินข้าวหมายถึงกินอาหารหรือยัง เหมือนกับคำว่า หิว  ที่คนไทยมักว่า หิวข้าว ไม่ใช่หิวเฉยๆ เราใช้คำว่า ข้าว แทนอาหารจนชิน  เช่น มากินข้าวเร้ว  ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อมั้ย  เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวมื้อนึง
มื้อนั้นเราไม่ได้กินแต่ ข้าว ใช่ไหมคะ
Have you eaten?
that's it!

4. I like to sing songs.

sing แปลว่าอะไรคะ แปลว่าร้องเฉยๆ หรือแปลว่า ร้องเพลง 
แล้วเอา songs มาทำไม

I like to sing Bird Thongchai's songs.
บอกไปเลยว่าชอบร้องเพลงแบบไหน
ดูดีกว่าเยอะ
...

5. Last night I read my book.
ไม่มีใครอยากรู้หรอกว่าคุณจะอ่านหนังสือของใครหรือจะยืมใครมา บอกไปเลยว่าอ่านหนังสืออะไร

I read the physics text on chapter 4.

6. This is my friend.

ข้อนี้ให้ดูน้องแววตอบข้างบน
นี่สิสมเป็นลูกศิษย์ อ.คริส

ขอบคุณน้องแววนะจ๊ะที่ช่วยอ่านช่วยตอบ

ผมอยากพูดภาษาอังกฤษได้ในสามเดือน เพื่อทำงานร่วมกันกับเจ้านาย อยากให้อาจารย์แนะนำให้ด้วยครับว่าต้องทำอย่างไร

พูดภาษาอังกฤษให้ได้ภายในสามเดือน มีทางเดียวคือต้องพูดกับฝรั่งหรือใครก็ได้ที่สามารถโต้ตอบภาษาอังกฤษกับเราได้ทุกวัน ห้ามพูดภาษาไทยโดยไม่จำเป็น ที่ว่ามานี้เรื่องจริงเพราะนักเรียนต่างชาติที่มานิวซีแลนด์แล้วไปอยู่กับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ พูดภาษาอังกฤษตลอดเวลาไม่พูดภาษาแม่เลย ก็พูดพอได้ภายในสามเดือน คุณอยู่เมืองไทยหากไม่บังคับตนเองให้อยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ อย่างนี้ ซึ่งหายากมากก็คงต้องฝึกวันละนิดไปเรื่อยๆ ดิฉันเองฝึกมา 20 กว่าปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ม.ต้น ยังไม่ค่อยดีจนป่านนี้ ก็คงต้องฝึกกันต่อไป

ขอบคุณครับ รบกวนอาจารย์แนะนำอีกนิดครับว่า

ผมอยู่ที่พิษณุโลกจะทำอย่างไรให้สร้างสภาพแวดล้อมการพูด(กับฝรั่ง)ได้ทุกๆวันยกเว้นการจ้างอาจารย์มาสอนครับ

เอาง่ายๆ อาจจะสร้างข้อตกลงว่าที่ทำงานเราพักเที่ยงต้องพูดภาษาอังกฤษนะ ใครพูดไทยโดนปรับ พูดถูกผิดช่างมันไม่ต้องอาย แล้วเพื่มชั่วโมงหรือเป็นวันเลยก็ได้ หรือคุยกันเรื่องความรู้ภาษาภาษาอังกฤษใหม่ที่ไปได้ยินมา แบบนี้ไม่ได้ลงทุนก็ฝึกภาษาอังกฤษได้ค่ะ ว่าแต่ต้องสามัคคีกันหน่อย

ขอบคุณครับ ได้ผลอย่างไรจะนำมาแจ้งครับ

สวัสดีค่ะ อาจารย์อ้อม (ขออนุญาตเรียกอาจารย์เหมือนกระทู้ด้านบนนะคะ) กำลังสนใจศึกษาความซ้ำซ้อนในภาษาไทยพอดีเลยค่ะ แล้วเข้ามาเห็น ข้อความที่อาจารย์เขียนไว้ แล้วสนใจค่ะ เข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้มากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ