"ยังไม่เคยเอ่ยว่ารักเลยสักหน
แต่ในใจเปี่ยมล้นด้วยรักยิ่ง
ไม่เคยมีทีท่าว่ารักจริง
แต่ทุกสิ่งที่กระทำคือความรัก"
เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์


ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก
แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน
และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน
เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล
เฉลิมศักดิ์ (ศิลาพร) รงคผลิน
 
ภาษารักครึ่งแดมีแค่นี้
หมดฤดีตีแผ่จะแค่ไหน
ยิ่งคิดถึงเธอมากยิ่งอยากไกล
แต่กลับไปไม่รอดห่วงยอดรัก ๚
สวัสดิ์  ธงศรีเจริญ
 
 
 
 
 
ถ้ารักใครไม่ได้ก็ไม่รัก                           แต่กุจักชักดาบเข้าฉาบฉุด
ดั่งโคถึกคึกคะนองลำพองรุด                ใครจะยื้อใครจะยุดจะฉุดใจ
เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก                          ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน
ไม่รักกุกุก็จักไม่รักใคร                           เอ๊ะ  น้ำตากุไหลทำไมฤๅ
   ขรรค์ชัย     บุญปาน
   สุจิตต์     วงษ์เทศ
 

รักควรคู่สำหรับผู้รู้จักสงวน
รักอบอวลสำหรับผู้รู้จักถนอม
รักยืนยาวสำหรับผู้รู้จักออม
และรักพร้อมสำหรับผู้รู้จักรัก
หนึ่งจะมีรักใหม่อย่าให้รู้                       
สองจะอยู่กับใครอย่าให้เห็น
ให้ฉันเถิดขอร้องสองประเด็น                
แล้วจะเป็นผู้แพ้ที่แท้จริง
สนธิกาญจน์  กาญจนาสน์

สำหรับเธอที่ฉันเฝ้าฝันหา
หากถามว่าคืนนี้นอนที่ไหน
" จะตอบถ้อยที่ถามไปตามใจ
ฉันหลับแล้วอยู่ใกล้ใกล้หัวใจเธอ " ๚
ทวีสุข ทองถาวร
หนาวแสนหนาวก็อบอุ่นละมุนละม่อม
ราวซบอ้อมอกเอื้อเมื่อชิดใกล้
ดั่งเนื้อสัมผัสเนื้อมัดเยื่อใย
แต่นี่ใจสัมผัสใจมัดไมตรี
เอนก แจ่มขำ

กลอนบทแรกแม้จารเสียหวานฉ่ำ
ไม่กี่คำมักสะท้อนเป็นกลอนหม่น
ภาษากลอนย้อนมาฟ้องห้องกมล
โดยเผลอตนกรองกานท์ประจานใจ
ถ้าฉันขาดใจตายในวันนี้
ถึงไม่มีคนหมองช่วยร้องให้
ยังพอมีกลอนย้ำความอาลัย
ช่วยหม่นไหม้อาวรณ์ตอนสิ้นลม ๚
เกษมสุข บุณยมาลิก
ยามเช้า
รักปรากฏสดใสแต่ในฝัน
ความจริงนั้นคลาดเคลื่อนไม่เหมือนหมาย
อารมณ์หลงส่งรักมาปรากฏกาย
รักทั้งหลายจึงหมองมองไม่งาม
ภิญโญ ศรีจำลอง
อยากให้เธอนั่งลงอยู่ตรงหน้า
ในอาณาจักรฝันที่บรรสม
ดลดาลจิตคิดกลอนป้อนอารมณ์
ยอมให้คมเนตรบาดจนขาดใจ
จากงานชุด "นิยายรักในดวงตา"

ดาวก็เคลื่อนเดือนคล้อยลอยลับฟ้า
เมื่อหนาวตาเคยจูบตาวานอย่าอ้อน
เมื่อแก้มแก้วผ่องขาวผะผ่าวร้อน
เคยจูบถอนร้อนร้าวทุกคราวครวญ
โอ้ว่าแววตาเศร้าของเจ้าเอ๋ย
แต่ก่อนเคยสบชิดไยคิดด่วน
โอ้ว่าหยาดน้ำตานองหน้านวล
จะไปชวนใครเช็ดเกล็ดน้ำตา
เสียดายจุมพิตหวามในความหลับ
จะนานนับเดือนปีที่ห่วงหา
เห็นแต่รอยเธอนอนอ่อนระอา
กี่เวลาจะย้อนที่นอนเดิม ๚
ศิริพงษ์ จันทน์หอม

"........โอ้เจ้าแก้วการะเกด
จอมหัวใจนัยเนตรของเชษฐา
รสรักอาบซาบซึ้งเคยตรึงตรา
นอนรอวันเวลาด้วยอาวรณ์
หนาวหันคว้าผ้าห่มหรือข่มหนาว
หมอนข้างยาวแนบชิด...ผิดสมร
กรพลั้งเผลอเพ้อไขว่...ก็ไร้กร
ใจอ่อนอ่อนหวิวหวาดแทบขาดใจ "
ขรรค์ชัย  บุนปาน , ๒๕๐๘
นกเขาเอยเคยขันกระชั้นแจ้ว
เราโตแล้วหาตักอุ่นหนุนไม่ได้
ครั้นพบคนพอจะคุ้นอบอุ่นใจ
"เขา" ก็ไม่ไยดีเท่าที่ควร
                      นิภา  บางยี่ขัน

เรียวรุ้งรักถักใยไปสวรรค์
เพื่อลงทัณฑ์เทพธิดาให้สาสม
ชดเชยเจือเผื่อคืนร้างชื่นชม
แทนผ้าห่มโหยหาห่วงมานาน
พายุแห่งแรงสวาทปรารถนา
ได้พัดพาเพลงแผ่วพรแว่วหวาน
ฝนน้ำค้างพร่างพรูสู่วิมาน
เริงสำราญระหว่างห้วงสองดวงใจ๚
อนุสรณ์ ลิ่มมณี

เมื่อดวงใจได้เฉลยเอ่ยคำรัก
ใจก็มักมั่นคงไซร้ไม่เหหน
ไม่เปลี่ยนแปรใจแท้แม้ใจดล
ทรชนเล่ห์ล่วงหลอกลวงใจ
ใจเพียงหนึ่งดึงดื้อถือรักเถิด
แม้รักเกิดก่อทุกข์ไร้สุขไฉน
ใจยังฝังหยั่งรักล้ำประจำใจ
โอ้ว่าใจ ใจหนอใจ ไยมั่นคง
คุณหญิงกุลทรัพย์ รุ่งฤดี

อยากอัญเชิญขวัญฟ้ามาสู่เหย้า
มาร่วมเนาเชยชิดพิสมัย
แต่เกรงหอโบราณแบบบ้านไม้
จะฉุดให้ขวัญฟ้าเสื่อมค่าพลัน
ถึงสุดรักสุดหมายสายสมร
ก็มิกล้าเอื้อมอรอัปสรสวรรค์
ระหว่าง "รักสูงค่า" กับ "ฐานันดร์"
เจ้าเท่านั้นชี้ชัดตัดสินใจ
เจ้างามสรรพเท่าอัปสรบังอรสวรรค์
ศักดิ์ฐานันดร์ใครมิเปรียบเทียบเจ้าได้
พี่แสนรัก บูชา เจ้ากว่าใคร
เทิดเจ้าให้เป็นศรี... เทพีพร ๚

๏ ใจเฉลียวเปลี่ยวอกโอ้         อนิจจา อกเอย
พลาดรักอกหักมา                 ปิ่มม้วย
ขวัญแขวนใฝ่ฝันหา               ห่วงแม่ ยิ่งแม่
อกวะหวิวหวาดด้วย               เดือดดิ้นแดถวิล ๚
อาจิณ จันทรัมพร , ๒๕๘๕

แม้นมาหาเธอได้จะไม่ยั้ง
ที่ต้องรั้งแม้จะรู้เธออยู่ไหน
ไม่อยากเห็นเธออยู่คู่กับใคร
คงขาดใจถ้าเธออยู่กับผู้นั้น
 
เมื่อคิดถึงฉันจนทนไม่ไหว
ก็จงไปในที่ซึ่งมีฉัน
ไม่ได้ชิดชื่นใจไม่สำคัญ
สบตากันสักครั้งก็ยังดี
นภาลัย (ฤกษ์ชนะ)สุวรรณธาดา
ชุมพล ปิตุทิพย์

ที่มา

http://www.st.ac.th/bhatips/wakthong_thaipoem.html

http://topicstock.pantip.com/writer/topicstock/W2329126/W2329126.html