อาจารย์แคลร์ วายอาร์ท นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียทำการทดลองในนักศึกษาปริญญาตรีผู้หญิง 48 ท่าน อายุเฉลี่ย 21 ปี
![]()
อาจารย์วายอาร์ททดลองให้สาวๆ สูดดมสารเคมีในกลิ่นเหงื่อผู้ชาย 20 ฟอด หรือสูดเข้าไป 20 ครั้ง (sniff) พบว่า ผู้ชายอาจจะมี "ฟีโรโมน (pheromone)" ที่ออกมากับเหงื่อ
ถึงตรงนี้… ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า "ฟีโรโมน" นี่มันอะไร เคยได้ยินแต่ฮอร์โมนนี่นา
![]()
ร่างกายคนเราสร้างสารเคมีเพื่อทำการ "สื่อสาร" ระหว่างเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกาย
สัตว์หลายชนิดมีการปล่อยสารคล้ายฮอร์โมนออกมาเหมือนกัน ทว่า… ออกฤทธิ์ภายนอกร่างกาย หรือไปออกฤทธิ์กับสัตว์ตัวอื่น
![]()
ฟีโรโมนออกฤทธิ์ภายนอกโดยไปทำให้สัตว์เพศตรงข้ามเกิดปฏิกริยาตอบสนอง เช่น กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ความต้องการผสมพันธุ์ ฯลฯ
อาจารย์วายแอทท่านทดลองให้นิสิตนักศึกษาสาวๆ "ดม" กลิ่นสารเคมีในเหงื่อผู้ชาย ซึ่งมีอนุพันธ์ (derivative) หรือผลพลอยได้จากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของฮอร์โมนเพศชาย
![]()
ฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) มีการเปลี่ยนแปลงเป็นสารแอนโดรสทาไดอีโนน (androstadienone) ขับออกทางเหงื่อ น้ำลาย และอสุจิ
ผลการทดลองพบว่า กลิ่นเหงื่อผู้ชายมีส่วนทำให้สาวๆ อารมณ์ดีขึ้น มีความตื่นตัวทางเพศมากขึ้น (วัดอย่างไรท่านไม่ได้บอกมา) หายใจแรงและเร็วขึ้น ชีพจรเพิ่มขึ้น ความดันเลือดเพิ่มขึ้น
![]()
ใครอยากมีเสน่ห์คงต้องออกกำลัง ออกแรง หรือทำงานให้เหงื่อออกกันบ้างละ…
ข่าวประกาศ: - เนื่องจากผู้เขียนมีงานมาก และอินเตอร์เน็ตโรงพยาบาลช้ามากๆ คงจะตอบปัญหาทางบล็อกไม่ไหว
- ขอความอนุเคราะห์ท่านที่มีโรคภัยไข้เจ็บ โปรดปรึกษาหมอ หรือบุคลากรสุขภาพใกล้บ้านท่าน เช่น อนามัย พยาบาล เภสัชกร ฯลฯ แทนครับ
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > Will Dunham. For women, nothing’s like the smell of men’s sweat. > [ Click - Click ] > http://today.reuters.com/news/articlenews.aspx?type=scienceNews&storyID=2007-02-07T224418Z_01_N07442693_RTRUKOC_0_US-MEN-SWEAT.xml&pageNumber=0&imageid=&cap=&sz=13&WTModLoc=NewsArt-C1-ArticlePage2 > February 8, 2007. // source: Journal of Neuroscience.
- ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ + กองรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
- ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐.
- เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/talk2u

ขอขอบคุณ... คุณ Aj Kae และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
กลิ่น...
ดีไม่ดี...
ขอขอบคุณครับ...
เรียนคุณหมอ
อาจจะนอกเรื่องไม่เกี่ยวกับเรื่องเหงื่อนะคะ แต่อยากรู้จริง ๆ เห็นคุณหมอตอบไปกับคนอื่นเรื่องวิตามินกินมากไปเป็นพิษ
ราณีเป็นคนผิวแห้งมาก ๆๆๆ ต้องใช้น้ำมันทาหลังอาบน้ำและล้างออกเพื่อซับไม่ให้เหนียว และบางครั้งก็ทาครีมซ้ำ ผ่านไปซักพักก็แห้งเป็นขุยอีก เมื่อก่อนทานวิตามิน E ซื้อจากองค์การเภสัช รามาที่กรุงเทพ พอกินวิตามินแล้วดีขึ้นไม่เป็นขุยอีก พอเลิกทานก็กลับมาแห้งเหมือนเดิมหรือ เราขาดวิตามินE จริง ๆคะอยากทราบว่าจำเป็นต้องกลับไปกินอีกหรือไม่หรือไม่ควรกิน เพราะตอนนี้หมดแล้วผิวแห้งอีกแล้วไม่ว่าหน้าไหนก็แห้ง ยกเว้นหน้าหนาวเป็นมากจริง ๆ
จากคนด้อยความรู้ด้านยา
ขอขอบคุณอาจารย์ Ranee และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
(1). อายุ -> อายุมากขึ้น ต่อมไขมัน + ต่อมเหงื่อทำงานน้อยลง
(2). แชมพู+สบู่ -> แชมพูหรือสบู่ที่ชำระไขมันมากเกิน หรือไม่มีสารรักษาความชื้น (moisturizers) อาจทำให้ผิวแห้งได้
(3). อาบน้ำนาน -> ทำให้แชมพูหรือสบู่ชำระไขมันมากขึ้น
(4). อาบน้ำร้อน -> น้ำร้อนกำจัดไขมันได้มากกว่าน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น
(5). อากาศแห้ง -> หน้าหนาว หรือห้องแอร์มักจะมีอากาศแห้ง
(6). ลม -> ลมแรงทำให้น้ำระเหยมากขึ้น
(7). ธรรมชาติ -> คนแต่ละคนมีระดับการทำงานของต่อมไขมัน / ต่อมเหงื่อไม่เท่ากัน คนที่มีมันน้อย เหงื่อน้อยมีแนวโน้มจะมีผิวแห้งมากขึ้น
(8). ยาหรือการรักษา เช่น คนไข้ฉายแสงจะมีผิวบริเวณฉายแสงแห้งไปตลอดชีวิต ฯลฯ
วิตะมิน...
(1). วิตะมินที่ละลายในน้ำมัน -> A, D, E, K พวกนี้กินมากเกินจะขับออกไม่ได้ เสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะวิตะมิน A ถ้ามีเกินจะมีอันตรายมาก
(2). วิตะมินที่ละลายในน้ำ -> B, C, ... พวกนี้กินมากเกินขับออกไปทางปัสสาวะ
วิตะมินอี...
ผิวแห้ง...
ขอบคุณท่านอ.หมอวัลลภค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์กฤษณาและท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบคุณครับ...
ขอบคุณค่ะคุณหมอ กับคำแนะนำที่ดี เป็นข้อคิดเห็นที่ดีมาก ๆ แต่ปกติให้สบู่เหลวที่เป็นแบบน้ำนมอยู่แล้ว ส่วนผิวเนี่ยไม่ว่าหน้าไหนก็แห้ง แต่หน้าหนาวเป็นมากหน่อยค่ะ เข้ามาแชร์ความรักค่ะ Happy Valetine ค่ะ รักตัวเอง รักคนอื่น รู้จักเป็นผู้ให้อย่างคุณหมอ ใจก็สุข
Covey...
Gotoknow...
ขอขอบคุณครับ...