ตอนเด็กๆการเรียนรู้ที่ได้จากพ่ออีกอย่างที่ผมและพี่น้องชอบมาก คือ การหาปลา พ่อจะสอนวิธีหาปลาตามทุ่งนา วิธีจับปลา เช่นการจับปลาดุกต้องกดหัวปลาดุกให้แน่น ถ้าไม่แน่นปลามันจะดิ้น และมันจะเอาส่วนที่แหลมๆของมัน(เงี้ยงปลา ภาษาปักษ์ใต้)แทงเราได้ และจะทำให้เจ็บมาก ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆโดนแทงไปหลายครั้งมันเจ็บมากเลย แต่ตอนหลังผมตั้งใจจับมันและสามารถเรียนรู้วิธีจับปลาดุกจนได้  พ่อจะสอนตลอดตั้งแต่วิธีหาปลา จะต้องไปหาที่ไหน และอย่างไร โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ มากมาย สมัยนั้นพ่อใช้เฉพาะที่ใส่ปลา(ฆ้อง ภาษาใต้) และมือเปล่าๆเท่านั้น ก็สามารถหาปลาได้ และก็จริงครับ พ่อจะพาเดิน ไปในทุ่งนา ที่มีน้ำไม่มากนัก และให้สังเกตดูต้นข้าวต้นที่มีสีเขียวที่สุด หรือที่อุดมสมบรูณ์ที่สุดในนาแปลงนั้น แสดงว่ามีปลาอยู่แน่นอน พวกเราก็เดินเข้าไปในแปลงนาโดยที่เราไม่เหยียบต้นข้าวเลย พ่อบอกว่าห้ามเหยียบต้นข้าวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ต้นมันเสียหายรวมทั้งต่อไปเจ้าของจะไม่ให้มาหาปลาในนาของเขาอีก พวกเราเดินตรงไปที่จุดที่อุดมสมบรูณ์ของนาแปลงนั้นอย่างระมัดระวัง แล้วไปเจอบึงเล็กๆ อยู่ตรงกลางของแปลง และแล้วพ่อก็จัดการทำคันกั้นน้ำด้วยดิน แล้วแบ่งเป็น2 ข้างแล้วเอาน้ำออกให้หมดโดยเราใช้มือเปล่าๆ ไม่กี่นาที น้ำก็แห้งหมดเราจะเห็นปลาจมอยู่ในโคลน และพวกเราก็ช่วยกันจับ ใส่ฆ้องพากลับบ้าน แต่ละครั้งได้ปลาหลายชนิด เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลาหมอ ปลาฉลาด พวกผมไปกับพ่อทุกครั้งที่พ่อไปหาปลา แต่พอพวกเราโตขึ้น พ่อไม่ไปด้วยแล้วให้พวกเราไปกันเอง พ่อบอกว่าลูกทำได้แล้วโดยไม่ต้องมีพ่อ  และพวกเรา 3 คนก็ทำได้เหมือนกับที่สอนทุกอย่างเลย วิธีการนี้จะใช้ตอนก่อนที่เขาเกี่ยวข้าว

การหาปลาช่วงน้ำมาก ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม ช่วงนี้ที่บ้านผมพัทลุงน้ำจะท่วมทุกปี อย่างน้อยปีละ2 ครั้ง ผมไม่เคยกลัวเหตุการณ์น้ำท่วมเลย เพราะผมสัมผัสกับมันจนเคยชิน ที่บ้านตอนน้ำท่วม พ่อจะพาไปหาปลาโดย การใช้กัดดักปลา(ตาข่ายไนล่อนเล็กๆ)ไปวางไว้ตามทุ่งนา ตอนนั้นน้ำในนาจะสูงประมาณหน้าอกของพ่อ สำหรับพวกเราก็จมหัวพอดี พ่อจะให้ผมหรือพี่ชายลงไปกับพ่อด้วยสลับกัน โดยการขี่คอและพ่อก็จะสอนตลอดเวลา พ่อสอนวิธีวางกัด และจุดที่ปลาชอบมาอยู่ และจะบอกว่าอย่าวางกัดขวางทางน้ำไหล จะทำให้ได้ขยะติดมาเยอะจะทำให้เอาออกยาก พวกเราจะไปกับพ่อ จนตอนโตพวกเราก็ไปกันเอง และสามารถทำเองได้ ทำให้พวกเราได้เรียนรู้วิธีหาปลาแบบพอเพียงจากพ่อ พวกเราไม่เคยลืมเลย