...เหมือนเรียนวิชาหนึ่ง "ชื่อวิชาความดี"

..วันนี้ขอเล่าต่อนะคะ....รศ.ดรประเสิรฐ สันตินานาเลิศ เล่าให้ฟังถึง "สมุดความดีของนักศึกษา...ว่าในเด็กในปีที่ 3 ให้เด็กจดบันทึกในสมุดความดี

  เช่น ทำบุญตักบาตร ให้ทาน ช่วยเหลือผู้อื่น อ่านหนังสือธรรม รักษากายวาจา ใจนั่งสมาธิ ฟังเทปธรรมะ หรือ CD ธรรมะ ฟังบรรยายพิเศษเกี่ยวกับจริยธรรม หรือธรรมะ ปฎิบัติศาสนกิจ เขียนบรรยายเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญสาธารณะกุศล ช่วยงานบ้าน ทำความดีอื่นๆ มุ่งหวังว่านักศึกษากระทำคุณงามความดีครบ 70  ชั่วโมง สำหรับนักศึกษาที่ไม่ใช่ชาวพุทธ..ก็จะมีหัวข้อที่แตกต่างไปตามหลักศาสนาแต่มีหัวข้อความดีร่วมที่ใช้ได้สำหรับทุกศาสนาด้วย นับเป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จเป็นบัณฑิตระดับปริญา ตรี โท หรือเอก ของภาควิชาจุลชีววิทยา”  ท่านมองว่าเด็กก็คือเด็กแม้จะเป็นเด็กโต...ครูก็ต้องมีกุสโลบายในการชักนำให้เด็ก ๆ เข้ามาพานพบกับการทำดีให้เป็นวิถีปกติของชีวิตคู่กับการเรียนในภาควิชาการ...เด็กชอบคะแนนเราจูงมาให้ด้วยคะแนนสุดท้ายเด็กเหล่านั้นก็ทำความดีเป็นปกติไม่ได้สนใจคะแนนเป็นเป้าหมายผมยืนยัน  มีการจัดโครงการจริยธรรม…เข้าวัดฝึกจิตใจ….บำเพ็ญประโยชน์อื่นๆ เสริมตามโอกาสต่างๆ ด้วย ปลายปีมีการประมวลผลเป็นกราฟเสร็จสรรพว่า...นักศึกษาชอบทำความดีแบบไหนที่สุดปรากฎว่า การให้ทาน ช่วยเหลือผู้อื่นและการช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านเป็นที่นิยมของนักศึกษาตามลำดับ...
      น้องนักศึกษาเล่าว่า..สมุดเล่มนี้เตือนใจให้หนูรู้ว่านอกจากการเรียนวิชาการให้เก่งแล้วหนูยังต้องมีหน้าที่บำเพ็ญประโยชน์ เป็นคนดีเพราะเรามีโอกาสกว่าคนอื่นในสังคมโอกาสที่ได้ใช้ภาษี...เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย...ทำความดีให้เป็นปกติเหมือนเรียนหนังสือ...ทำทุกวัน...จำนวนเจ็ดสิบชั่วโมงเป็นเพียงหน่วยนับ.....สมุดความดีนี้ช่วยกระตุ้นหนูค่ะว่าวันนี้...หนูทำดีแล้วยัง....กว่าจะครบ 70 ชั่วโมงตามกุสโลบายของภาควิชา..กลายเป็นนิสัย...ทำซ้ำทำบ่อย...หนูก็คือเด็กค่ะ.…เด็กชอบคะแนน..ทำเหมือนๆกันทุกคนที่เรียน…หนูไม่เขินอายเหมือนเรียนวิชาหนึ่ง"ชื่อวิชาความดี" หนูว่ามีอยู่แบบนี้ดีกว่าให้ทำตามความสมัครใจ… วันนั้นผู้เข้าร่วมโครงการวันนั้นประทับใจน้องนักศึกษาสองคนนี้มาก….