ในธรรมชาติของทุกผู้คนต้องเรียนรู้ที่จะดำรงอยู่ด้วยการใช้ปัจจัยที่เหมือนและแตกต่างกันในการเป็นไปของชีวิต ความมุ่งหวังของทุกคนคือการแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ ตนเองรวมถึงผู้คนและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
ด้วยเหตุที่การเรียนรู้เป็นธรรมชาติในตัวผู้คน การเรียนรู้จึงเป็นตัวดึงให้ผู้คนทุกคนต้องเอาตัวเองไปเชื่อมกับสิ่งอื่น จุดที่ผู้คนเชื่อมกับสิ่งอื่นเราเรียกจุดๆนั้นว่า ความรู้ ฉะนั้น การเรียนรู้ ความเป็นธรรมชาติ ความเชื่อมโยง ความรู้ จึงน่าจะเป็นเหตุและผลซึ่งกันและกัน ดังคำพระท่านว่าเป็น อิทัปปัจจยตา
วันนี้ ( 21 มกราคม 2550 ) ผมและคณะนักศึกษาปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ในโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง
มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ศูนย์เรียนรู้
บ้านเม็กดำ ได้เสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้ตนเอง ด้วยการออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่บ้านหนองบัวแปะ อ. ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม และที่บ้านหนองบัวน้อย อ. นาดูน จ.มหาสารคาม
ผมบอกนักศึกษาทุกคนว่าวันนี้ไม่ใช่การไปศึกษาดูงาน วันนี้ผมพานักศึกษาทุกคนเอาความรู้ที่ได้เรียนในห้องเรียนออกไปหาความรู้ที่อยู่นอกห้องเรียน วันนี้พวกเรามาร่วมกัน เสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้ตัวเองและให้แก่กันและกัน ซึ่งจากบรรยากาศของการเรียนรู้ในวันนี้เห็นว่านักศึกษาทุกคนสนุกสนานกับการเสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างเต็มที่
นักศึกษากลุ่มนี้มีหลากหลายอาชีพและส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชน มีประสบการณ์ในการทำงานสร้างบ้านแปงเมืองมามากมาย เพียงแค่โอกาสในการเรียนรู้ระดับปริญญาตรี กำลังมีและเดินทางมาหาเขาเหล่านี้ถึงพื้นที่ เมื่อครั้งที่เราริเริ่มโครงการนี้ที่เม็กดำ พวกเราคาดหวังในด้านปริมาณว่าน่าจะมีนักศึกษาประมาณ 30 – 40 คน แต่เอาเข้าจริงนักศึกษารุ่นนี้มีถึง 168 คน ปรากฏการณ์เช่นนี้น่าจะมีคำถามและคำตอบอย่างไรในแวดวงการศึกษาไทย
บางท่านคงสงสัยว่าผมและพรรคพวกกำลังทำอะไร ได้งบประมาณจากไหน ได้กำลังคนมาจากที่ใด บางคนอาจจะเลยไปถึงว่าทำไมต้องทำ ผมตอบได้ว่าทำด้วยใจรัก ใจที่รักการเรียนรู้ เมื่อเรารักอะไร ก็จะมีความรักสนองตอบ เมื่อผมและคณะรักการเรียนรู้ ส่งผลให้มีผู้ที่รักการเรียนรู้กับพวกเราอย่างมากมาย ถามต่อว่าแล้วได้อะไร ตอบได้ว่าได้เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่ทุกคนมารวมกันด้วยใจ ใจที่พร้อมจะเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้แก่ตนเองและคนอื่นๆ
ภาพใหญ่ของเม็กดำ ในวันนี้เราจึงมีการเสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับคนหลายวัย นับตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงปริญญาตรี เรายังต่อไม่ติดอยู่ช่วงเดียวคือระดับ ม. ปลาย ซึ่งกำลังพยายามอยู่ เรารู้ตัวตลอดเวลาว่าการศึกษาจะต้องเอาคุณภาพนำหน้าปริมาณ ช่วงนี้พวกเรากำลังร่างกิจกรรมการเรียนรู้อีกชุดหนึ่งที่จะช่วยตอบว่าการเรียนรู้บนความแตกต่างระหว่างบุคคลที่แท้จริงเป็นอย่างไร เราอยู่ในชนบท เด็กๆที่มาเรียนกับเรามีความแตกต่างกันพอสมควร มันเป็นความต่างที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งที่น่าจะมีและเกิดขึ้นบนฐานของการเรียนรู้ตามหลักสูตรปกติ สิ่งที่เรากำลังคิดจึงน่าจะเป็นวิถีการเรียนรู้ที่สนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลได้
และถ้าหากว่าท่านหรือคนๆหนึ่ง ไม่มีความสุขกับการเรียนรู้ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง แล้วท่านต้องทนอยู่กับสิ่งนั้นๆเป็นเวลาสามปีติดต่อกัน ท่านหรือคนๆนั้นจะตั้งคำถามและสร้างคำตอบว่าอย่างไร ครับ
เสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้
และถ้าหากว่าท่านหรือคนๆหนึ่ง ไม่มีความสุขกับการเรียนรู้ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง แล้วท่านต้องทนอยู่กับสิ่งนั้นๆเป็นเวลาสามปีติดต่อกัน ท่านหรือคนๆนั้นจะตั้งคำถามและสร้างคำตอบว่าอย่างไร ครับ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
poope · 21 ม.ค. 2550
ขจิต ฝอยทอง · 21 ม.ค. 2550
ศักราช · 21 ม.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 21 ม.ค. 2550
นาย ศิรชัช ทองสุข · 21 ม.ค. 2550
เมตตา · 21 ม.ค. 2550
เพียงเพ็ญ · 21 ม.ค. 2550
สวัสดีค่ะ ผอ.เม็กดำ 1
ขอบคุณค่ะ
ตอบ ครับ ตอบ เม็กดำ 1
นี่ก็แทงใจดำ ให้การศึกษาให้ฉุกคิดได้บ้างกระมัง
ถ้าจะทำเรื่องนี้ต้องถอดหัวใจไปชุบไตตาเนี่ยมกันทุกคน
รดน้ำมนต์เป่ากระหม่อมทุก 7 วัน
มั่นคงและยืนหลักการของจิตวิญญาณครูไว้เป็นหลักชัย วันหลังจะพาไปกราบไว้อานุสาวรีย์ ท่านเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเอากฤษ์เอาชัย
เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ...
เห็นได้ในทุกที่
ปรากฏการณ์แบบนี้ เขาว่ากันว่าเพื่อการอยู่รอดของสถาบัน แต่ไม่เคยคิดว่า เมืองไทยจะอยู่รอดอย่างไร???
นี่คือหลุมดำ หลุมใหญ่ๆ ที่ตั้งใจขุดกันครับ
ผมขอให้กำลังใจอาจารย์เม็กดำ๑ ครับ
พื้นฐานในระดับประถม มัธยม ก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการสร้างคนเพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ