ผมติดใจคำอภิปรายของ ศ.นพ.อดุลย์   วิริยะเวชกุล   อธิการบดี มมส.   ในฐานะกรรมการสภาวิชาการของ มอ.   ในการประชุมสภาวิชาการ มอ. เมื่อวันที่ ๕ ม.ค. ๕๐ มาก   เรียกว่าเป็นคำพูดที่ช่วย "เปิดกระโหลก" ผมทีเดียว

          พวกเราฝังใจอยู่กับสภาพมหาวิทยาลัยที่มีนศ. ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วอย่างดี   เรียกว่าเป็นพวกสมอง, ความประพฤติ และแรงบันดาลใจ ระดับหัวกระทิ   สภาพเช่นนั้นไม่มีแล้วในภาวะการณ์ปัจจุบัน   ที่ประเทศไทยได้ใช้นโยบาย "อุดมศึกษาเพื่อมวลชน"  (massification of higher education)  มาแล้วกว่า ๑๐ ปี   ทำให้ทั้งมหาวิทยาลัยและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเปลี่ยนสภาพไปโดยสิ้นเชิง

          ประชากร "นักศึกษา" ในแต่ละมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน มีความแตกต่างหลากหลายมากในด้านความสามารถของสมอง  พื้นความรู้  แรงบันดาลใจ  ความชอบ  ความถนัด  พื้นเพวัฒนธรรมเดิม ฯลฯ   เรียกว่าสภาพของประชากรนักศึกษาอยู่ในสภาพ  heterogeneous สุดๆ

          ในขณะที่สมัย ๓๐-๔๐ ปีก่อน   มาจนถึง ๑๕ ปีก่อน   ประชากรนักศึกษามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอยู่ในสภาพ homogeneous สุดๆ

          ดังนั้น  การดำเนินการเกี่ยวกับ นศ. ในมหาวิทยาลัย   จึงต้องคิดใหม่ ทำใหม่   ดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงไป

          มหาวิทยาลัยต้องมีบริการหลากหลายแบบ   ให้บริการแก่นักศึกษาหลากหลายพื้นฐาน  หลากหลายจริต

          แต่ที่จะต้องมั่นคงอยู่เสมอ  คือ มหาวิทยาลัยมีหน้าที่บ่มเพาะ และขยายพืชพันธุ์ความดีที่มีอยู่แล้วในมนุษย์ทุกคน ให้งอกงาม

วิจารณ์   พานิช
๘ ม.ค. ๕๐