
ความมั่นใจไม่ใช่การ เชื่อว่าตนเองเก่ง แต่คือ ความกล้าพยายามต่อแม้ยังไม่เก่ง
ความมั่นใจเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถฝึกได้และสร้างได้ โดยพบว่าองค์ประกอบของความมั่นใจตามหลักวิชาการ จากงานวิจัย self-efficacy (Bandura 1977) และ Psychological Capital (Luthans, 2002) ประกอบด้วย 4 ข้อ ดังนี้
1. ประสบการณ์ความสำเร็จเล็ก ๆ
2. ตัวอย่างต้นแบบที่คล้ายกัน ที่สามารถทำได้
3. คำพูดเสริมแรง จากคนที่เด็กเชื่อถือ
4. ภาวะอารมณ์ขณะพยายาม
ความมั่นใจจะสามารถเติบโตในพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่การถูกผลักให้เก่ง ความมั่นใจไม่ใช่คุณลักษณะที่ถาวร หากแต่คือประสบการณ์สะสม ครูมีบทบาทสำคัญในการออกแบบประสบการณ์เหล่านั้น จนสามารถเป็นทุนให้นักเรียนสามารถพกไปไหนมาไหนได้
มนุษย์จะมีกลไกหนึ่งในการป้องกันตนเอง ที่มีชื่อว่า threat response ที่จะสามารถทำงานได้อย่างเป็นอัตโนมัติ เมื่อรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ตลอดจนประสบการณ์เชิงลบ ที่สะสมจนกลายเป็นความไม่กล้า การที่ครูใช้ คำพูด สายตา และโอกาสเล็ก ๆที่ทำให้เด็กเชื่อในตนเอง
"เราไม่มีทางรู้หรอกว่า คำพูดไหนจะเปลี่ยนชีวิตเด็ก แต่ครูทุกคนมีโอกาสพูดคำนั้นทุกวัน"
คำพูดที่ทำให้เด็กเชื่อในตนเองมากขึ้น แววตาที่ฟังจริง สื่อได้ว่า เรื่องของเธอมีความหมาย รอยยิ้มที่ให้เด็ก สื่อถึง การเริ่มต้นใหม่ได้
ครูไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเด็กภายในวันเดียว แค่เลือกพูดด้วยความเชื่อ มองด้วยความเข้าใจ การฝึกเด็กให้สังเกตุสิ่งที่ดีในตนเอง เป็นทักษะหนึ่งที่ต้องสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ ชื่นชมเด็กจากพัฒนาการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ ให้เด็กรู้สึกถึง ความก้าวหน้าในตนเอง
ความมั่นใจที่สร้างจากรูปธรรมหรือหลักฐาน จะมั่นคงกว่า ความมั่นใจที่มาจากอารมณ์
การฝึกให้เด็กดูความก้าวหน้าของตนเอง จะสามารถช่วยลดความพึ่งพาจากภายนอก และเรียนรู้ที่จะยืนด้วยแรงผลักจากภายใน การช่วยให้เด็กเห็นให้ชัด ดีมากกว่า การบอกว่า "ฉันเก่ง" เด็กจะเริ่มเชื่อในพลังของตนเอง แม้จะยังไม่สมบูรณ์
ในโลกแห่งความเป็นจริง ความมั่นใจ คือ การยอมรับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร สิ่งสำคัญไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือใจที่ยังไม่ยอมแพ้ "ล้มได้อย่างเข้าใจ"
จงจำไว้ว่า ครูคือคนที่มีพลังพิเศษที่สุด