ผมถามสหายเอไอว่า “ประเทศที่ดำเนินการพลิกโฉมอุดมศึกษา ตามแนวทาง Transforming Higher Education: Global collaboration on visioning and action ไปก่อนแล้ว มีประเทศใดบ้าง ก่อผลกระทบต่อประเทศ สังคม และมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง” ขอนำคำตอบของ ChatGPT มาลงไว้ดังนี้
ChatGPT
แนวคิดของ UNESCO เรื่อง “Transforming Higher Education: Global Collaboration on Visioning and Action” ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในประเทศเดียว แต่หลายประเทศได้ดำเนินการ “ปฏิรูปอุดมศึกษาเชิงระบบ” ในแนวทางคล้ายกันมาก่อนแล้ว โดยเน้นให้มหาวิทยาลัยเป็น พลังขับเคลื่อนสังคม นวัตกรรม และความยั่งยืน
ด้านล่างคือ ตัวอย่างประเทศสำคัญ และผลกระทบที่เกิดขึ้น
1. ฟินแลนด์ (Finland) แนวทางการปฏิรูป
- ปรับระบบมหาวิทยาลัยให้เน้น innovation ecosystem
- เชื่อมมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมและสังคม
- เน้น holistic learning และ wellbeing
- ลงทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (รัฐเพิ่มงบประมาณการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ) (UNESCO)
ผลกระทบ
ต่อประเทศ
- กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
- มี productivity สูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ต่อสังคม
- ความเหลื่อมล้ำต่ำ
- social trust สูงมาก
ต่อมหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเป็น innovation hub
- เกิดมหาวิทยาลัยใหม่เชิงนวัตกรรม เช่น Aalto University
2. สิงคโปร์ (Singapore) แนวทางการปฏิรูป
- ปรับมหาวิทยาลัยให้เป็น global innovation universities
- เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับเศรษฐกิจแห่งอนาคต
- ส่งเสริม interdisciplinary learning
- เน้นการพัฒนาทักษะสังคมและอารมณ์ของผู้เรียน (UNESCO)
ผลกระทบ
ต่อประเทศ กลายเป็น เศรษฐกิจฐานความรู้ระดับโลก
ต่อสังคม workforce มีทักษะสูง การเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้มแข็ง
ต่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอย่าง NUS และ NTU กลายเป็น top global universities
3. นอร์เวย์ (Norway) แนวทางการปฏิรูป
- รวมวิทยาลัยจำนวนมากให้เป็นมหาวิทยาลัยที่เข้มแข็ง
- ปรับบทบาทมหาวิทยาลัยให้สนับสนุน regional development (ตัวอย่างการปฏิรูปคือ University College Reform) (Wikipedia)
ผลกระทบ
ต่อประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในภูมิภาค
ต่อสังคม เพิ่มการพัฒนานวัตกรรมในระดับภูมิภาค
ต่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมีบทบาทเชิงพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
4. จีน (China) แนวทางการปฏิรูป
- โครงการ Double First-Class University
- ลงทุนมหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่
- เชื่อมมหาวิทยาลัยกับนโยบายอุตสาหกรรม
ผลกระทบ
ต่อประเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีรวดเร็ว จีนกลายเป็นมหาอำนาจวิจัย
ต่อสังคม เกิด innovation clusters จำนวนมาก
ต่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจีนติดอันดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
5. เอสโตเนีย (Estonia) แนวทางการปฏิรูป
- ผสาน digital transformation กับมหาวิทยาลัย
- สร้าง digital society
ผลกระทบ
ต่อประเทศ กลายเป็น digital nation
ต่อสังคม digital literacy สูงมาก
ต่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัล
6. ฮังการี (Hungary) แนวทางการปฏิรูป
- ปรับโครงสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อเชื่อมกับเศรษฐกิจและนวัตกรรม
ผลกระทบ
ต่อประเทศ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยมีบทบาทต่อ regional innovation policy (arXiv)
สรุปบทเรียนจากประเทศเหล่านี้
ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพลิกโฉมอุดมศึกษามี ลักษณะร่วมกัน 5 ประการ
1. มหาวิทยาลัยเป็น “engine of national development” ไม่ใช่เพียงสถาบันสอน
2. รัฐลงทุนด้านอุดมศึกษาอย่างจริงจัง การลงทุนในความรู้คือ การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์
3. เชื่อมมหาวิทยาลัยกับเศรษฐกิจและสังคม เกิด innovation ecosystem regional development
4. เปลี่ยนการเรียนรู้ จาก lecture-based → experiential / interdisciplinary learning
5. ใช้ digital transformation มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง AI digital skills future workforce
ข้อสะท้อนสำคัญต่อประเทศไทย บทเรียนจากโลกชี้ว่า ประเทศที่ก้าวสู่ ประเทศรายได้สูง มักมีลักษณะร่วมกันคือมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางของระบบนวัตกรรมและการเรียนรู้ของสังคม
ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการสอดคล้องกับแนวคิด Transforming Higher Education มหาวิทยาลัยไทยควรเปลี่ยนจาก publish university ไปสู่ transformative university
คือ สร้างความรู้ + พัฒนาสังคม + ขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรม อย่างบูรณาการกัน และ synergy กัน
หากท่านสนใจ ผมสามารถวิเคราะห์ต่อในประเด็นที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่ง คือ
“เหตุใดประเทศรายได้สูงแทบทุกประเทศจึงมีมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่เป็น social transformation engine”
ซึ่งจะช่วยให้เห็น บทบาทเชิงลึกของมหาวิทยาลัยต่อการพัฒนาประเทศ ครับ
ในยุคนี้ การทำงานพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ทั้งท้าทาย สนุก และมีคุณค่า แต่ชีวิตของผมเลยจุดนั้นมาแล้ว ได้แต่วางอุเบกขา
วิจารณ์ พานิช
๑๗ มี.ค. ๖๙