เมื่อครูออกเดินทาง ห้องเรียนทั้งโลกก็กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน

ประสบการณ์และการเรียนรู้ จากเวที The 13th International Conference of School as Learning Community

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ‘ผม’ ครูภิญโญ เสาร์วันดี หรือ ครูแบงก์ จากโรงเรียนรุ่งอรุณ ได้มีโอกาสเข้าร่วม The 13th International Conference of School as Learning Community ที่มหาวิทยาลัย Gakushuin กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น     เวทีการประชุมครั้งนี้เป็นพื้นที่สำคัญที่ครู นักวิจัย และผู้พัฒนาการศึกษาจากหลายประเทศมาพบกัน เพื่อร่วมกันสำรวจคำถามสำคัญของการศึกษาในโลกปัจจุบันว่า โรงเรียนควรเป็นพื้นที่การเรียนรู้แบบใด และครูจะเรียนรู้จากนักเรียนได้อย่างไร

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการประชุม คือการลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานที่ Asabano Elementary School โรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดไซตามะ    ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พัฒนาแนวคิด School as Learning Community (SLC) อย่างต่อเนื่อง ห้องเรียนทุกห้องเปิดให้ผู้เข้าร่วมสังเกตการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างอิสระ    บรรยากาศของโรงเรียนสะท้อนวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับการคิดร่วมกันของผู้เรียน

 แม้ภาษาญี่ปุ่นจะไม่ใช่ภาษาที่เข้าใจได้โดยตรง แต่โครงสร้างของการเรียนรู้ในห้องเรียนกลับสื่อสารความหมายได้อย่างชัดเจน    โต๊ะเรียนถูกจัดเป็นกลุ่มเพื่อให้เด็กหันหน้าเข้าหากัน    ครูใช้เวลาส่วนใหญ่เดินฟังการสนทนาของนักเรียน คำตอบของเด็กถูกนำขึ้นกระดานเพื่อให้ทุกคนพิจารณาร่วมกัน    บทเรียนจึงค่อย ๆ เติบโตจากการสนทนา การตั้งคำถาม และการรับฟังความคิดของกันและกัน

ในบางชั้นเรียน เด็กใช้ภาพหรือวัตถุจริงเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนา    เด็กอธิบายสิ่งที่เห็น แลกเปลี่ยนเหตุผล และพยายามทำความเข้าใจความคิดของเพื่อน    ห้องเรียนจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ร่วมกัน    ครูทำหน้าที่สังเกต สนับสนุน และตั้งคำถามที่ช่วยให้การคิดของเด็กลึกขึ้น

การได้เห็นห้องเรียนเหล่านี้ทำให้ผมหันกลับมามองการทำงานของตนเองในโรงเรียนรุ่งอรุณ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงนักเรียนกับชุมชน ผ่านกระบวนการ Community-Based Learning ซึ่งนักเรียนได้ลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนบ้านสวนห้อม จังหวัดเลย การเรียนรู้ในพื้นที่จริงทำให้นักเรียนได้ฝึกการสังเกต การตั้งคำถาม การรับฟัง และการทำความเข้าใจบริบทของผู้คนในสังคม

นอกจากการดูชั้นเรียนจริงแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ครูจากหลายประเทศร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนักเรียนและการพัฒนาครู    ผู้บรรยายจากสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย ต่างสะท้อนประสบการณ์ของการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

ประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง คือความสำคัญของ การฟังเสียงของนักเรียน    การเรียนรู้ที่มีความหมายเกิดขึ้นเมื่อครูพยายามทำความเข้าใจวิธีคิดของผู้เรียน และใช้สิ่งที่ได้ยินจากนักเรียนกลับไปพัฒนาบทเรียน

แนวคิดอีกประการที่ได้รับความสนใจคือ Embodied Learning    ซึ่งมองว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ของร่างกาย อารมณ์ และความสัมพันธ์    เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การเคลื่อนไหว การทดลอง และการสนทนากับผู้อื่น ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้การเรียนรู้มีความหมายต่อชีวิตของผู้เรียน

ในวันสุดท้ายของการประชุม    ผมได้มีโอกาสนำเสนอการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณต่อผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศ    โดยเล่าถึงการทำงานร่วมกับชุมชนบ้านสวนห้อม จ.เลย    ซึ่งนักเรียนได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่จริง การพูดคุยกับชาวบ้าน การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงการออกแบบกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาพื้นที่ของชุมชนร่วมกับผู้คนในพื้นที่

การนำเสนอครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมจำนวนมาก    หลายคนสนใจแนวคิดการเรียนรู้แบบสตูดิโอของโรงเรียนรุ่งอรุณ รวมถึงการพานักเรียนออกไปเรียนรู้ในชุมชน   ผมกลายเป็นหนึ่งในผู้นำเสนอที่ได้รับคำถามมากที่สุด คำถามที่เกิดขึ้นสะท้อนความสนใจต่อบทบาทของโรงเรียนในการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง คำถามหลัก ๆ ที่ได้รับ ได้แก่ 

   • ทำไมโรงเรียนจึงมีแนวคิดการนำพานักเรียนออกไปเรียนรู้ในชุมชน

   • ครูมีความรู้มากพอหรือไม่ในการพาเด็กออกไปเรียนรู้จริงมากน้อยเพียงใด

   • โรงเรียนคาดหวังอะไรจากการเรียนรู้แบบนี้

   • ชุมชนได้เรียนรู้อะไรกลับไป

   • ประเมินนักเรียนอย่างไร และใช้เกณฑ์อะไร

ผมสังเกตตนเองว่า ขณะตอบคำถาม ผมพยายามตอบคำถามนั้น ๆ ด้วยความตั้งใจ ให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีคิดของโรงเรียนเรา ผมอธิบายว่า การพาเด็กออกไปชุมชนไม่ใช่เพราะครูรู้ทุกอย่าง แต่เพราะครูเองก็เป็นผู้เรียนรู้ร่วมกับเด็ก    ครูไปในฐานะผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้และอยากมีส่วนร่วมในการสร้างเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อชุมชนและสังคม    ผมอธิบายว่า โรงเรียนไม่ได้คาดหวังเพียงผลผลิตเชิงโครงสร้าง เช่น สนามเด็กเล่น หรือสื่อประชาสัมพันธ์    แต่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงภายในของนักเรียน ความสามารถในการฟัง การคิดเชิงระบบ ความเข้าใจบริบท ความรับผิดชอบต่อผู้อื่น    และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้น ๆ ด้วย    เมื่อถูกถามเรื่องการประเมิน ผมได้สะท้อนว่า เราใช้การประเมินหลายมิติ ทั้งกระบวนการทำงาน การสะท้อนคิด การสังเกตพฤติกรรม การรับฟังเสียงจากชุมชน เป็นการประเมินการเติบโตของมนุษย์ ผ่านการเห็นสมรรถนะของผู้เรียน

การสนทนากับครูและนักวิชาการจากหลายประเทศทำให้เห็นว่า แม้บริบทของแต่ละประเทศจะต่างกัน แต่ความพยายามของครูทั่วโลกมีจุดร่วมเดียวกัน คือการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เคารพเสียงของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้การเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านความสัมพันธ์ของผู้คน

การเดินทางครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการไปเรียนรู้จากโรงเรียนในประเทศญี่ปุ่น แต่ยังเป็นการนำเรื่องราวการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณไปแบ่งปันให้ผู้คนจากหลายประเทศได้รับรู้ และร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการสร้างโรงเรียนให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

สำหรับผม การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ทำให้ได้กลับมาตั้งคำถามกับการทำงานของตนเองอีกครั้งว่า เราจะทำอย่างไรให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ที่นักเรียนสามารถคิด ตั้งคำถาม และเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้

การเรียนรู้ของครูจึงไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการประชุมจบลง แต่ยังคงเดินทางต่อไปในห้องเรียน ในชุมชน และในความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ร่วมกันเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ภาพและเรียบเรียง : ‘ครูแบงก์’ ครูภิญโญ เสาร์วันดี - ครูประจำ Creative Media and Communication studio

วิจารณ์ พานิช

๑๑ มี.ค. ๖๙