เช้ามืดวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ หลังวันเลือกตั้งใหญ่ ผมนั่งเขียนหนังสือที่ระเบียงหน้าบ้าน สิ่งที่ผุดขึ้นมาในใจคือชีวิตคู่ของผมกับภรรยา คือ ศ. พญ. อมรา (เศวตวรรณ) พานิช ที่เรา “เคียงคู่” กันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ คือผมชัดเจนกับตนเองว่า คนนี้แหละคู่ชีวิตของเรา
มาถึงตอนนี้ ยาวนานถึง ๖๑ ปี ผมนั่งทำงานที่บ้านคนเดียว หมออมราอยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ที่สมุทรสาคร ในสภาพกึ่งรู้ตัวกึ่งไม่รู้ตัว จากภาวะสมองเสื่อม
คู่ชีวิตคนเดียวนี้ มีส่วนทำให้ชีวิตของผมดีถึงขนาดนี้ จากคนหนุ่มที่มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน เขาช่วยลดจุดอ่อน คือความมุทะลุดุดัน ให้มีความรอบคอบอ่อนโยนมากขึ้น เมื่อผสานกับความมุ่งมั่นส่วนตัว ที่จะมุ่ง “ให้” มากกว่า “เอา” ผมจึงมีชีวิตดีอย่างที่ตนเองไม่คาดคิดมาก่อน
เขาขยันออกลูก โดยไม่กังวล เรื่องความยากลำบากในการตั้งท้อง และคลอด ทำให้เรามีลูกถึง ๔ คน และมาถึงตอนนี้ ลูกอายุ ๕๖ - ๔๖ พิสูจน์แล้วว่า เป็นพลเมืองที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และช่วยกันดูแลแม่และพ่อในยามชรา
จากชีวิตที่ไม่มีคู่ สู่ชีวิตที่มีความสุขกับคู่ชีวิต ชีวิตที่สร้างตัวและรับใช้ ชีวิตที่ต่อสู้และรับใช้ ชีวิตที่มีความสุขร่วมกัน ชีวิตที่ค่อยๆ เสื่อมสภาพ และอาจจะสู่สภาพไร้คู่ในที่สุด ของผม แต่เป็นชีวิตที่อุดมกัลยาณมิตรในยามชรา เป็นชีวิตที่อุดม ในลักษณะที่ผมไม่เคยคาดคิด ว่าตนเองจะมีชีวิตที่ดีได้ถึงขนาดนี้
วิจารณ์ พานิช
๙ ก.พ. ๖๙
อาจารย์ทำดี เป็นผู้ให้มาตลอด ผลบุญที่ทำ ส่งผลให้ชีวิตอาจารย์ดีแน่นอนค่ะ
โชคดีที่สุดเลยค่ะอาจารย์ เป็นบุญวาสนาค่ะ คู่ชีวิตคือทีมเวิร์คค่ะ ของจันเดินร่วมทางกันมา 30 กว่าปีแล้วค่ะ จากเพื่อนมาเป็นคู่ชีวิต