ท่านพระวังคีสะยังเป็นภิกษุใหม่บวชได้ไม่นาน ถูกใช้ให้เฝ้าวิหาร ครั้งนั้น สตรีจำนวนมากพากันประดับประดาร่างกายอย่างสวยงาม เข้าไปยังอารามเที่ยวดูที่อยู่ของภิกษุทั้งหลาย ในขณะนั้น ท่านพระวังคีสะเกิดความไม่ยินดี เพราะได้เห็นสตรีเหล่านั้น ความกำหนัดรบกวนจิต

นิกขันตสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๘. วังคีสสังยุต

๑. นิกขันตสูตร

ว่าด้วยผู้ออกบวช

             [๒๐๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

             สมัยหนึ่ง ท่านพระวังคีสะอยู่ที่อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี กับท่านพระนิโครธกัปปะผู้เป็นอุปัชฌาย์ สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะยังเป็นภิกษุใหม่บวชได้ไม่นาน ถูกใช้ให้เฝ้าวิหาร

             ครั้งนั้น สตรีจำนวนมากพากันประดับประดาร่างกายอย่างสวยงาม เข้าไปยังอารามเที่ยวดูที่อยู่ของภิกษุทั้งหลาย ในขณะนั้น ท่านพระวังคีสะเกิดความไม่ยินดี เพราะได้เห็นสตรีเหล่านั้น ความกำหนัดรบกวนจิต

             ลำดับนั้น ท่านพระวังคีสะได้มีความคิดดังนี้ว่า “ไม่ใช่ลาภของเราเลย ไม่ใช่ลาภของเราเลย เราได้ชั่วหนอ เราไม่ได้ดีหนอที่เราเกิดความไม่ยินดี ความกำหนัดรบกวนจิต เหตุที่จะให้คนอื่นช่วยบรรเทาความไม่ยินดี ทำความยินดีให้เกิดขึ้นแก่เรานั้น เราจะได้จากที่ไหน ทางที่ดีเราพึงบรรเทาความไม่ยินดี ทำความยินดีให้เกิดขึ้นแก่ตนด้วยตนเองเถิด”

             ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะบรรเทาความไม่ยินดีแล้ว ทำความยินดีให้เกิดขึ้นแก่ตนด้วยตนเองแล้ว จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า

                          ความตรึกกับความคะนองอย่างเลวทรามเหล่านี้

                          กำลังเข้าครอบงำเราผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

                          บุตรของคนสูงศักดิ์ได้ศึกษาวิชายิงธนูคราวละมากๆ

                          อย่างเชี่ยวชาญ ยิงลูกธนู ๑,๐๐๐ ลูก ไปรอบๆ ตัว

                          ถึงแม้หญิงจะมามากกว่าลูกธนูจำนวนนั้น

                          ก็จะเบียดเบียนเราผู้ตั้งมั่นในธรรมของตนไม่ได้

                          เพราะว่า เราได้สดับทางเป็นที่ให้ถึงนิพพานนี้

                          เบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ดวงอาทิตย์

                          ใจของเรายินดีแล้วในทางนั้นแน่นอน

                          มารผู้มีบาป ถ้าท่านยังเข้ามาหาเราผู้อยู่ด้วยอาการอย่างนี้

                          เราก็จะทำให้ท่านมองไม่เห็นทางของเรา

นิกขันตสูตรที่ ๑ จบ

-------------------