“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นคนขอ พระองค์ก็เป็นผู้ขอ ในเรื่องนี้เราจะมีอะไรแตกต่างกัน”

ภิกขกสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๑๐. ภิกขกสูตร

ว่าด้วยภิกขกพราหมณ์

             [๒๐๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

             ครั้งนั้น ภิกขกพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นคนขอ พระองค์ก็เป็นผู้ขอ ในเรื่องนี้เราจะมีอะไรแตกต่างกัน”

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          บุคคลขอคนเหล่าอื่นอยู่

                          ย่อมไม่เป็นภิกษุด้วยเหตุมีประมาณเพียงใด

                          ผู้สมาทานธรรมผิด (หมายถึงอกุศลธรรม) ก็ไม่เป็นภิกษุด้วยเหตุมีประมาณเพียงนั้น

                          ผู้ใดในโลกนี้ละบุญและบาปได้แล้ว

                          ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยการพิจารณา (หมายถึงญาณ)

                          ผู้นั้นแลจัดว่าเป็นภิกษุ

             เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกขกพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”

ภิกขกสูตรที่ ๑๐ จบ

--------------------