TDRI จัดการประชุมประจำปี ๒๕๖๘ เสนอวิธีคิดแบบใช้ transformative mindset เรื่อง “ก้าวข้ามโลกเก่า ด้วยโมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ” (๒) ที่มีการเผยแพร่ทางสื่ออย่างกว้างขวาง ได้แก่ Session 1, Session 2, Talk Session, Session 4, ผมสะท้อนคิดว่า ตัวฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทยอันดับหนึ่งคือ พฤติกรรมแสวงประโยชน์โดยมิชอบ หรือคอร์รัปชั่น ที่รุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และทำกันอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในวงการการเมือง
อันดับสองคือ คุณภาพคน ที่สะท้อนจากคุณภาพการศึกษา ที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับโลก เป็นปัญหาเชิงระบบ และเชื่อมโยงกับปัญหาแรก ส่วนเรื่องที่ ทีดีอาร์ไอ เสนอ เป็นอันดับ ๓
แล้วผมก็เถียงตัวเองว่า คิดเช่นนั้น ผิด เราต้องแก้สาเหตุของปัญหาในระดับรากเหง้าไปพร้อมๆ กัน โดยหลายภาคส่วนร่วมมือกัน ทำไปเรียนรู้ไป ปรับตัวไป ทำแบบกระจายอำนาจ ทุกภาคส่วนเป็นทั้งผู้รับผล และผู้ร่วมลงมือกระทำการ โดยมีระบบข้อมูลที่ครบถ้วน แม่นยำ ทันกาล เป็นตัวช่วยบอกทิศทาง และความสำเร็จหรือล้มเหลว มีกลไกเชื่อมโยงประสานงาน นำเอาตัวอย่างความสำเร็จเล็กๆ มาสะท้อนคิดหลักการที่นำสู่ความสำเร็จ เพื่อใช้เอาไปปรับใช้ในบริบทอื่นๆ
ผมคิดเช่นนี้ เป็นแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมต่อบริบทไทยหรือไม่ มีตัวอย่างความสำเร็จของประเทศอื่นที่ไทยควรเรียนรู้ สำหรับนำมาปรับใช้หรือไม่ มีแนวทางอื่นที่เหมาะสม และช่วยเติมเต็ม หรือเสริมพลังอะไรบ้าง กรุณาให้คำแนะนำแนวทางดำเนินการที่ได้ผลจริง โดยทำอย่างเป็นระบบ ทำเป็นเครือข่าย มีระบบเรียนรู้และปรับตัวระยะยาว กรุณาให้คำแนะนำสิ่งที่ต้องทำ ควรทำ และไม่ควรทำ
ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถามสหายเอไอ และนำคำตอบมาลงดังนี้
ตอนที่ ๑ ChatGPT และ Gemini
ตอนที่ ๒ Copilot และ You.com
Copilot:
แนวทางเชิงระบบเพื่อ “ก้าวข้ามโลกเก่า” ในบริบทไทย
อ่านแล้วรู้สึกว่าคุณกำลังจับใจกลางปัญหาได้แม่นและซื่อตรงต่อความจริงเจ็บๆ ของสังคมไทย: โครงสร้างคอร์รัปชันที่ฝังลึกกับคุณภาพคน (การศึกษา) ที่ถดถอยและยิ่งส่งเชื้อให้ระบบเสื่อมลงไปอีก จุดยืน “ทำไปเรียนรู้ไป ปรับตัวไป กระจายอำนาจ เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย และใช้ข้อมูลจริงนำทาง” คือกรอบคิดที่ถูกทางสำหรับการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ โดยเฉพาะเมื่อสอดรับกับข้อเสนอ “โมเดลใหม่” ของ TDRI ที่เน้นเครื่องยนต์เติบโตใหม่ นโยบายอุตสาหกรรม/การค้าใหม่ และ “Good Jobs” พร้อมระบบธรรมาภิบาลยุคใหม่.
ความถูกต้องและความเหมาะสมต่อบริบทไทย
- ยืนยันหลักการ: แนวทางแบบ transformative mindset ที่คุณเสนอ—ทำพร้อมกันหลายรากเหง้า, เรียนรู้ปรับตัวต่อเนื่อง, กระจายอำนาจ, สร้างเครือข่าย และใช้ข้อมูลคุณภาพสูง—สอดคล้องกับทิศทางที่สถาบันนโยบายไทยกำลังผลักดัน (new growth engines, industrial/trade policies, skills & innovation, governance ใหม่) ซึ่งต้องอาศัย “ระบบเรียนรู้” เป็นแกน.
- ฐานข้อมูลและดิจิทัล: การวางระบบข้อมูลภาครัฐที่ครบถ้วน-แม่นยำ-ทันกาล เป็นตัวเร่งสำคัญ ทั้งต่อการลดพื้นที่ดุลยพินิจ (แหล่งคอร์รัปชัน) และยกระดับการกำกับติดตามผล ซึ่งอยู่ในทิศทางแผนดิจิทัลรัฐบาลไทยและบริการดิจิทัลภาครัฐ.
- เครื่องยนต์สีเขียว-ชีวภาพ: โมเดล BCG ในไทยชี้แนวทางใช้เศรษฐกิจชีวภาพ/หมุนเวียน/สีเขียวเป็นฐานสร้างคุณค่าใหม่ เชื่อมอุตสาหกรรมกับทรัพยากรและนวัตกรรมในพื้นที่—เหมาะกับแนวคิดกระจายอำนาจและเครือข่ายฐานรากที่คุณย้ำ.
ตัวอย่างต่างประเทศที่ควรเรียนรู้และปรับใช้
- ธรรมาภิบาลดิจิทัล: ประเทศที่เดินหน้ารัฐดิจิทัลจริงจัง ลดจุดสัมผัสคอร์รัปชันด้วย “บริการไร้หน้าต่าง/ไร้เอกสาร”, บัญชีรายการจัดซื้อ-งบประมาณแบบเปิด และ workflow อัตโนมัติ แนวทางนี้สอดคล้องกับกรอบพัฒนาดิจิทัลของไทยเอง—จุดสำคัญคือการทำให้ข้อมูลเปิดใช้ได้และตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่แค่ประกาศ.
- นโยบายอุตสาหกรรมปรับตัวเร็ว: การใช้ “นโยบายอุตสาหกรรมใหม่” ที่ยืดหยุ่น (mission-oriented, time-bound) จับโอกาสตลาดโลกที่เปลี่ยนเร็วและเชื่อม supply chain พื้นที่ ด้วยกติกาที่โปร่งใสและผูกกับผลลัพธ์ ชวนเทียบกรอบที่ TDRI เสนอเกี่ยวกับ new industrial/trade policies.
- เศรษฐกิจสีเขียวแบบเครือข่าย: ประเทศที่วาง “แพลตฟอร์มสีเขียว” ระดับชาติ เชื่อมมหาวิทยาลัย-ชุมชน-เอกชน สร้างโครงการนำร่องในพื้นที่หลากหลายแล้วขยายด้วยหลักฐานผลลัพธ์—คล้ายทิศ BCG ที่ไทยกำหนดไว้แล้ว.
- การศึกษาเพื่อสมรรถนะและทักษะแห่งศตวรรษที่ 21: ระบบที่ขยับจากการสอนเพื่อข้อสอบ ไปสู่สมรรถนะ-เมตาค็อกนิชัน-พลเมืองเชิงวิจารณ์ พร้อมการประเมินเพื่อการเรียนรู้และทรานส์ฟอร์มโรงเรียนด้วย “วงจรเรียนรู้” และเขตนวัตกรรมการศึกษา สอดกับแผนพัฒนาการศึกษาที่เน้นทักษะศตวรรษที่ 21 และการเรียนรู้ตลอดชีวิตในไทย.
กรอบดำเนินการแบบเครือข่าย-เรียนรู้-ปรับตัว
1) สร้าง “แพลตฟอร์มธรรมาภิบาลเชิงข้อมูล” ระดับชาติ-พื้นที่
- เป้าหมาย: ลดคอร์รัปชันเชิงระบบด้วยการเปิดเผย-อัตโนมัติ-ตรวจสอบร่วม
-
องค์ประกอบ:
- Open spending & procurement: งบประมาณ/จัดซื้อแบบ machine-readable, dashboard สาธารณะ, แจ้งเตือนความผิดปกติ
- Service digital by default: บริการสำคัญไร้กระดาษ/ไร้หน้าต่าง, ลบขั้นตอนดุลยพินิจ
- Civic audit network: เครือข่ายภาคประชาชน-สื่อ-นักวิชาการ ทำ “data review sprint” รายไตรมาส
- Sandbox กำกับดูแล: ทดลองกติกาใหม่ในจังหวัด/กลุ่มบริการ แล้วขยายด้วยหลักฐานผลลัพธ์
- แนวทางนี้เกาะกรอบบริการดิจิทัลภาครัฐและการพัฒนาดิจิทัลของไทยที่วางไว้แล้ว.
2) ตั้ง “เขตการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ” ที่ขับเคลื่อนด้วยภารกิจพื้นที่
- เป้าหมาย: ยกระดับคุณภาพคนผ่านภารกิจจริงและการประเมินเพื่อพัฒนา
-
องค์ประกอบ:
- Mission-based learning: โจทย์พื้นที่ (สุขภาพสิ่งแวดล้อม, การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, BCG) เป็นหลักสูตรมีชีวิต
- Assessment for learning: รูปแบบประเมินสมรรถนะต่อเนื่อง, แฟ้มสะสมงานดิจิทัล
- Teacher learning circles: ชุมชนครูเรียนรู้, โค้ชชิ่ง, lesson study
- Career pathways “Good Jobs”: เชื่อมทักษะกับงานคุณภาพที่ TDRI เสนอ, ฝึกงานจริงกับผู้ประกอบการ
- สอดรับกรอบทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และการเรียนรู้ตลอดชีวิตในเอกสารนโยบายไทย.
3) ขับเคลื่อน “BCG networks” จังหวัดนำร่องแล้วขยายผล
- เป้าหมาย: พลิกเศรษฐกิจพื้นที่ด้วยห่วงโซ่คุณค่าเขียว-ชีวภาพ-หมุนเวียน
-
องค์ประกอบ:
- Value-chain mapping: แผนที่ห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ และช่องว่างเทคโนโลยี
- Innovation vouchers: บัตรนวัตกรรมให้ SME/ชุมชน เข้าถึงห้องแล็บ-มหาวิทยาลัย
- Green public procurement: จัดซื้อภาครัฐหนุนผลิตภัณฑ์ BCG
- Impact measurement: ตัวชี้วัดผลลัพธ์สิ่งแวดล้อม/รายได้/งานคุณภาพ ตามกรอบ BCG.
4) กลไก “วงจรเรียนรู้ระดับชาติ” เชื่อมตัวอย่างเล็กๆ ไปหลักการใหญ่
- เป้าหมาย: ทำ-เรียนรู้-ปรับ ใช้ผลลัพธ์จริงสร้างหลักการและขยาย
-
องค์ประกอบ:
- Quarterly learning reviews: เวทีไตรมาสรวมภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน
- Evidence-to-policy notes: สรุปหลักการจากเคสเล็ก ใช้กำหนดนโยบายเฉพาะเรื่อง
- Adaptive mandates: มอบอำนาจชั่วคราวเพื่อทดลองนโยบายในพื้นที่ แล้วทบทวนจากหลักฐาน
- โครงสร้างนี้สอดคล้องกับกรอบ “โมเดลใหม่” ที่เน้นทักษะ/นวัตกรรม และธรรมาภิบาลยุคใหม่.
สิ่งที่ต้องทำ, ควรทำ, และไม่ควรทำ
สิ่งที่ต้องทำ (Must)
- บังคับใช้ open data ที่ตรวจสอบได้จริง: งบประมาณ-จัดซื้อ-บริการดิจิทัลต้องเปิดแบบ machine-readable พร้อม API สาธารณะ.
- ตั้งเป้าหมาย “Good Jobs” เป็นเข็มทิศ: วัดผลจากค่าจ้างเป็นธรรม, ความมั่นคงงาน, การเติบโตทักษะ ไม่ใช่แค่จำนวนตำแหน่ง.
- สร้างหน่วยกลาง “Learning & Evidence” ระดับรัฐบาล: ทำหน้าที่สังเคราะห์หลักฐานจาก sandbox และอัปเดตนโยบายทุก 6–12 เดือน.
สิ่งที่ควรทำ (Should)
- กระจายอำนาจด้วยข้อตกลงผลลัพธ์ (outcome compacts): ให้จังหวัด/เครือข่ายตั้งเป้าหมายร่วมและได้อิสระวิธีการ แลกกับความโปร่งใสผลลัพธ์.
- ลงทุนทักษะดิจิทัล-ข้อมูลของครู/ข้าราชการ: ทำให้สามารถใช้และผลิตข้อมูลคุณภาพได้ในงานประจำ.
- จับคู่มหาวิทยาลัย-ผู้ประกอบการ-ชุมชน: ทำภารกิจ BCG และโครงการการเรียนรู้เชิงสมรรถนะร่วมกัน.
สิ่งที่ไม่ควรทำ (Don’t)
- อย่าทำ “ประกาศนโยบาย” โดยไม่มีข้อมูลฐานและการวัดผล: จะกลายเป็นละครนโยบายและเสี่ยงย้อนกลับสู่คอร์รัปชันเชิงพิธีกรรม.
- อย่ากำหนด KPI ที่เน้นปริมาณแทนคุณภาพงาน: จะบิดแรงจูงใจและทำลาย “Good Jobs” ที่ต้องการสร้าง.
- อย่ารวมศูนย์ทรัพยากรแบบถาวร: ลดพื้นที่เรียนรู้ของท้องถิ่นและทำให้ระบบแข็ง—ขัดกับการปรับตัวที่ต้องการ.
ตัวชี้วัดผลสำเร็จที่ควรใช้
- ธรรมาภิบาล: สัดส่วนบริการไร้กระดาษ, เวลาอนุมัติลดลง, อัตราความผิดปกติจัดซื้อ, สัดส่วนข้อมูลเปิดใช้ซ้ำได้.
- คุณภาพคน: ดัชนีสมรรถนะข้ามรายวิชา, อัตรางานคุณภาพหลังจบ, ความถี่การใช้การประเมินเพื่อการเรียนรู้ในโรงเรียน.
- เศรษฐกิจพื้นที่: รายได้จากผลิตภัณฑ์ BCG, การลงทุนวิจัยร่วม, ลดของเสีย/คาร์บอนต่อหน่วยมูลค่าเพิ่ม.
ข้อเสนอสุดท้าย
กรอบที่คุณวางเป็น “ราก” ของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไทย: ลดคอร์รัปชันด้วยข้อมูลและดิจิทัล, ยกระดับคนด้วยการเรียนรู้บนภารกิจจริง, สร้างเครื่องยนต์ BCG และ “Good Jobs”, และทำทั้งหมดผ่านวงจรเรียนรู้เชิงหลักฐานที่ต่อเนื่อง. ถ้าคุณอยาก เราร่วมออกแบบ “จังหวัดต้นแบบ 12 เดือน” ที่รวม 4 โมดูลนี้เข้าด้วยกัน—เริ่มเล็กแต่วัดผลชัด—แล้วสรุปหลักการเพื่อขยายสู่ระดับชาติ.
อยากให้พื้นที่ไหนเริ่มก่อน? และมีหน่วยงาน/เครือข่ายที่คุณพร้อมจับมือทันทีเพื่อทำ sandbox ไหม—ผมจะช่วยจัดโครงสร้างและตัวชี้วัดให้ครบ.
You.coma
เปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาประเทศไทย: แนวทางที่เหมาะสม ตัวอย่างสากล และข้อแนะนำเชิงระบบ
Key Takeaway:
แนวคิดของคุณ—การแก้ปัญหารากเหง้าทั้งคอร์รัปชั่นและคุณภาพคนแบบบูรณาการ โดยใช้ความร่วมมือหลายภาคส่วน กระจายอำนาจ และระบบข้อมูลที่แม่นยำ—เป็นแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมกับบริบทไทย ได้รับการสนับสนุนจากทั้งข้อเสนอของ TDRI และตัวอย่างความสำเร็จจากประเทศอย่างสิงคโปร์และเกาหลีใต้
1. คำตอบโดยตรง: แนวคิดของคุณเหมาะสมกับบริบทไทยหรือไม่?
แนวคิดของคุณเหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางสากลและข้อเสนอของ TDRI
การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นและคุณภาพคนควรทำควบคู่กันในเชิงระบบ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การกระจายอำนาจ และการใช้ข้อมูลที่ครบถ้วนทันสมัยเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน นี่คือแนวทางที่ประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ใช้ในการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างยั่งยืน.
2. ตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศที่ไทยควรเรียนรู้
| ประเทศ | กลไกหลักที่ใช้ | ผลลัพธ์เด่น | ข้อคิดสำหรับไทย |
| สิงคโปร์ |
- สำนักงานปราบคอร์รัปชั่นอิสระ (CPIB) - ระบบข้อมูลและการประเมินผลแบบเรียลไ ไทม์ - การประสานงานข้ามกระทรวง |
- คอร์รัปชั่นต่ำมาก - คุณภาพการศึกษาสูง - การพัฒนาที่ยั่งยืน |
- ต้องมีเจตจำนงทางการเมือง สูง - สร้างระบบข้อมูลและตรวจ สอบที่โปร่งใส |
| เกาหลีใต้ |
- คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น (ACRC) - การปฏิรูปครูและระบบการศึกษา - การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล |
- ลดคอร์รัปชั่นระดับล่าง - ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูง - นวัตกรรมเติบโต |
- เน้นการมีส่วนร่วมของหลาย ภาคส่วน - ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีขับเคลื่อนนโยบาย |
| ยูกันดา/ ฟิลิปปินส์ |
- การติดตามงบประมาณโดยชุมชน - ระบบข้อมูลการศึกษา (EMIS) |
- ลดการรั่วไหลของงบประ มาณ - เพิ่มความโปร่งใส |
- ให้ชุมชนมีบทบาทตรวจ สอบ - ใช้ข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ |
3. แนวทางที่ควรทำ (Do’s) และไม่ควรทำ (Don’ts)
✅ สิ่งที่ควรทำ
- สร้างระบบข้อมูลและการประสานงานที่เข้มแข็ง - ตั้งคณะกรรมการกลางด้านข้อมูลและการประสานงาน (เช่น Central Data Governance Committee) - พัฒนาระบบข้อมูลเปิด (Open Data Portal) ให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้
- กระจายอำนาจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ - ให้ท้องถิ่นและภาคประชาสังคมมีบทบาทในการตัดสินใจและตรวจสอบ - ตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน (รัฐ เอกชน ประชาสังคม)
- ปฏิรูปสถาบันและสร้างกลไกตรวจสอบอิสระ - สร้างหรือเสริมความเข้มแข็งของหน่วยงานตรวจสอบคอร์รัปชั่นและคุณภาพการศึกษา - บังคับใช้จรรยาบรรณและอบรมจริยธรรมสำหรับข้าราชการและครู
- ใช้ข้อมูลและการประเมินผลขับเคลื่อนนโยบาย - ติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องและปรับนโยบายตามข้อมูลจริง - เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ข้อเสนอแนะ
- ลงทุนในคนและนวัตกรรม - พัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้แรงงานและครู - ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและนวัตกรรมในทุกภาคส่วน
❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่ากระจายอำนาจโดยขาดกลไกตรวจสอบและมาตรฐานกลาง - การกระจายอำนาจต้องมีมาตรฐานและระบบตรวจสอบที่ชัดเจน
- อย่ามุ่งเน้นเฉพาะการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งแบบแยกส่วน - ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นและคุณภาพคนควบคู่กัน
- อย่าขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคประชาสังคม - การปฏิรูปที่ขาดการมีส่วนร่วมมักล้มเหลว
- อย่ามองข้ามการลงทุนในระบบข้อมูลและการเรียนรู้ระยะยาว - ระบบข้อมูลที่ล้าสมัยหรือขาดการบูรณาการจะทำให้ขับเคลื่อนนโยบายไม่ได้ผล
4. กรอบแนวทางดำเนินการเชิงระบบ (Systematic Implementation Roadmap)
| ขั้นตอน | กิจกรรมหลัก | ตัวชี้วัดความสำเร็จ |
| ๑ | ประเมินความเสี่ยงคอร์รัปชั่น และคุณภาพการศึกษา | แผนที่ความเสี่ยง, จำนวนจุดเสี่ยงที่ระบุได้ |
| ๒ | สร้าง/เสริมหน่วยงานตรวจสอบอิสระ | จำนวนการตรวจสอบ, การลดปัญหาที่ตรวจพบ |
| ๓ | ดิจิทัลไลซ์กระบวนการสำคัญ | สัดส่วนกระบวนการที่เป็นดิจิทัล, การเข้าถึงข้อมูล |
| ๔ | เปิดให้ชุมชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมตรวจสอบ | จำนวนรายงานจากชุมชน, อัตราการแก้ไขปัญหา |
| ๕ | พัฒนาจรรยาบรรณและอบรมจริยธรรม | สัดส่วนบุคลากรที่ผ่านการอบรม, การดำเนินการทางวินัย |
| ๖ | ตรวจสอบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง | ความถี่การตรวจสอบ, ผลการประเมินโรงเรียน |
| ๗ | ใช้ข้อมูลย้อนกลับปรับปรุงนโยบาย | จำนวนการปรับนโยบาย, ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย |
5. สรุปข้อเสนอจาก TDRI และแนวทางสากล
- TDRI เสนอให้ไทยเปลี่ยนกระบวนทัศน์สู่ “transformative mindset” โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพคน นวัตกรรม การประสานงานข้ามภาคส่วน และการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนนโยบาย.
- แนวทางสากล ยืนยันว่าการปฏิรูปที่ยั่งยืนต้องทำแบบบูรณาการ มีระบบข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีการเรียนรู้ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง.
Key Finding:
ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ล้วนใช้แนวทางบูรณาการที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ระบบข้อมูลที่โปร่งใส และกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งปรับตัวเรียนรู้ตลอดเวลา
6. สรุปข้อแนะนำสำหรับประเทศไทย
- เดินหน้าด้วยแนวคิดบูรณาการและกระจายอำนาจ
- สร้างระบบข้อมูลและกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส
- ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกัน
- ลงทุนในคนและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
- ติดตามประเมินผลและปรับปรุงนโยบายอย่างสม่ำเสมอ
Summary Box:
แนวคิดของคุณสอดคล้องกับแนวทางที่ได้ผลจริงในระดับสากลและข้อเสนอของ TDRI การปฏิรูปต้องทำแบบบูรณาการ มีระบบข้อมูลและการประสานงานที่เข้มแข็ง กระจายอำนาจอย่างมีมาตรฐาน และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
**อ้างอิง:**
Integrated Strategies for Combating Corruption and Improving Education Quality
Singapore’s Anti-Corruption Model ยละเอียดแหล่งอ้างอิงในรายงานวิจัยประกอบ)
เดือนหน้าประเทศไทยก็จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เอาเรื่องนี้มาลงไว้ เพื่อประกอบการพิจารณา ว่าเพื่อบรรลุเป้าหมายและการดำเนินการดังกล่าว ควรเลือกพรรคใด ที่ชัดเจนคือ ต้องไม่เลือกพรรคนักคอร์รัปชั่น โกงกินบ้านเมือง
วิจารณ์ พานิช
๑ ม.ค. ๖๙