ไม่มีสิ่งใดที่ต้องเป็นกังวลมากนัก เพราะแม่ในวัย ๘๗ ปี อยู่ในที่ที่มีสุขลักษณะที่ดี มีความปลอดภัยสูง ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีในทุกๆด้านแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยให้สบายใจได้

แม่สุขภาพแข็งแรงดี..ส่งท้ายปี ๒๕๖๘

          ขอบคุณตัวเองที่ยังพอมีกำลังวังชาไปเยี่ยมแม่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา รังสิต ได้เห็นการบริหารจัดการของศูนย์ฯ เห็นความสะอาดร่มรื่นและเห็นเพื่อนๆของแม่ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจ สังเกตสีหน้าท่าทางของแม่สดใสมากขึ้น

          ผมพบเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ช่วยพยาบาลกำลังวัดความดันและจัดอาหารว่างให้แม่ แม่ดีใจที่เห็นลูกชายมาหา เที่ยวบอกใครต่อใครว่าคนนี้คือลูกชายของฉัน แต่แม่ไม่ได้บอกว่าลูกชายเกษียณแล้ว

          บางทีผมก็ไม่แน่ใจ แม่อาจจะคิดว่าผมยังทำงานรับราชการอยู่ก็เป็นได้

          แม่ดูแข็งแรง กระฉับกระเฉงกว่าเดิม ริ้วรอยจากการล้มจางหายไปหมดสิ้น แม่พูดกับคนนั้นทักทายกับคนนี้ น้ำสียงของแม่เหมือนคนที่มีสุขภาพดี เสียงที่ผมคุ้นเคยเมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อ ๒๐ ปีเสียงของแม่ชัดถ้อยชัดคำแบบนั้นเลย

          ของฝากที่แม่ชอบที่สุดคือกล้วยน้ำว้า ผมซื้อฝากเจ้าหน้าที่กับเพื่อนๆของแม่ภายในศูนย์ สังเกตลูกหลานที่เดินทางมาเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในวันเดียวกัน พบว่าทุกคนก็ถือกล้วยน้ำว้ากันมาเหมือนกัน

          แม่ปลอกกล้วยน้ำว้ากินอย่างชื่นใจ ผมรู้สึกได้ในทันทีว่านี่คือผลไม้ที่แม่ชอบที่สุดแล้ว

          ผมพาแม่ขึ้นรถเข็น ไม่อยากให้แม่เดิน กลัวว่าจะล้มหรือไม่ก็จะเหนื่อยเกินไป แม่พยายามจะอธิบายว่าทุกๆวันที่ผ่านมาแม่ไม่เคยนั่งรถเลย จะเดินตลอดและออกกำลังตามที่เจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมให้

          แม่ให้เหตุผลว่า การเดินช่วยให้ขาแข้งมีกำลัง เวลานั่งรถจะลุกขึ้นยืนก็ยากและนั่งก็ไม่ถนัด

          ผมลองให้แม่นั่งรถเข็นสักพักนึง พอแม่เริ่มเบื่อและรำคาญก็เลยให้ลุกเดิน แม่ยืนไม่ค่อยถนัด แต่เมื่อยืนได้แล้วแม่ก็เดินได้ตามปกติ อันนี้จึงเป็นเรื่องบ่งชี้ว่าแม่กลับมาแข็งแรงขึ้นแล้ว

          จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ฯและจากข้อความที่รายงานผ่านไลน์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวันพบว่า แม่กินข้าวได้เยอะ ขับถ่ายเป็นปกติ มีภาวะของจิตใจที่ร่าเริงแจ่มใสและสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้เป็นปกติ

          สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ แม่บ่นว่าหนาว ไม่มีเสื้อกันหนาวใส่ แต่น้องสาวบอกว่าได้จัดเสื้อไปให้แล้ว เก็บไว้ในลิ้นชักปลายเตียง แม่บอกว่าไม่เห็นมีเลย หรือว่าแม่จะหลงลืมว่านำไปเก็บไว้ที่ไหน

          คำพูดของแม่หลายคำหลายประโยคที่ได้ยินได้ฟังจากการไปเยี่ยมแม่ครั้งนี้ ทำให้ผมรู้ว่าสมองของแม่ได้รับการฟื้นฟูในระดับหนึ่ง แต่บางคำถามและคำตอบของแม่ก็บ่งบอกเหมือนกันว่าแม่ได้ลืมเรื่องนั้นๆไปแล้ว

          จึงตรงกับข้อมูลของคุณหมอที่เคยบอกว่าแม่เข้าสู่อัลไซเมอร์มากกว่าร้อยละ ๕๐ แล้ว

          แต่ไม่มีสิ่งใดที่ต้องเป็นกังวลมากนัก เพราะแม่ในวัย ๘๗ ปี อยู่ในที่ที่มีสุขลักษณะที่ดี มีความปลอดภัยสูง ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีในทุกๆด้านแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยให้สบายใจได้

          แม่ยังจำผมได้ จดจำชื่อลูกหลานได้ทุกคน ผมเห็นแล้วก็ให้รู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก

          วันนี้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯพาไปแม่ไปพบหมอตามใบนัดที่โรงพยาบาลวังน้อย จากนั้นได้กลับมารายงาน ความว่า....     

          “อัปเดท คุณแม่นิตยาพบคุณหมอแล้ว หมออ่านผลเลือดคุณแม่มีค่าน้ำตาลสูง และความดันสูง โรคไตเป็นระยะ 3 อาการยังทรงๆนะครับ”

           “คุณหมอจะปรับยาเบาหวานและยาความดันโลหิตให้ เน้นการคุมอาหาร งดทานอาหารรสจัด งดมัน งดทอด คุณหมอพาไปเอกซเรย์ปอดก่อนกลับบ้าน นัดติดตามอาการอีกครั้งวันที่ 2 เมษายน 2569 ครับผม”

            ตอนที่อยู่ภายในศูนย์ฯความดันปกติ หรือแม่รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เดินทางออกมาและพบผู้คนมากมายในโรงพยาบาล แม่อาจจะปรับตัวไม่ทันก็เป็นได้ อันนี้ก็ต้องติดตามอาการกันต่อไป

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๒  ธันวาคม  ๒๕๖๘