ผมไปร่วมกิจกรรมทำบุญให้แก่พ่อแม่และบรรพบุรุษ วันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยไปนอนที่โรงแรมเอเต้ คืนวันที่ ๒๔ และ ๒๕ ตุลาคม จ้องไปเดินออกกำลังเช้าวันที่ ๒๕ และ ๒๖ แต่เช้าวันที่ ๒๕ ฝนตก โชคดีที่เช้าวันที่ ๒๖ ฝนหยุดตอนเช้า ผมจึงออกไปเดินตอน ๖ น. จ้องหาทางไปเดินริมแม่น้ำท่าตะเภา เดินไปพบทางเดินสองฝั่งแม่น้ำ ที่ทางเทศบาลสร้างไว้ไว้อย่างดีน่าชื่นชมมาก
ไปพบศาลเจ้าแม่เนี้ยเก็ง ที่กำลังเป็นสถานที่ทำพิธีกินเจ มีร้านอาหารเจใกล้ๆ หลายร้าน เดินต่อไปพบท่าน้ำ ที่ระลึกชาติว่าน่าจะเป็นบริเวณที่สมัยผมเป็นเด็กเมื่อกว่าเจ็ดสิบปีก่อนเคยเป็นโรงงิ้ว และมีโรงหนังอยู่ใกล้ๆ และมีบ้านเช่าที่อาม้า (ยาย) เช่าอยู่ ตกค่ำอาม้าจะไปตั้งโต๊ะขายบุหรี่ โดยขายทีละมวน และผมไม่ชอบไปบ้านเช่านี้เลย เพราะเป็นบ้านแบบห้องแถวใต้ถุนสูง ที่ใต้ถุนเลี้ยงเป็ด ขี้เป็ดเหม็นมากสำหรับเด็ก
เดินไปจนชนสะพานวัดสุบรรณนิมิต ที่สมัยผมเป็นเด็ก เป็นสะพานแขวน เวลาคนเดินมันจะแกว่งน่ากลัวมาก ผมไดตอนอายุประมาณ ๘ ขวบกลัวมาก ต้องคลานไป น้องหลายคนไม่กล้าข้าม ตระกูลผมกลัวที่สูงกันทุกคน แต่เวลานี้สะพานวัดสุบรรณนิมิตเป็นสะพานปูนกว้างประมาณ ๒ เมตร รถมอเตอร์ไซคล์ข้ามได้
ท้องเตือนว่าต้องการถ่ายอุจจาระ คิดว่าเพราะดื่มชาใบชุมเห็ดที่น้องชาย (วิเชียร) เอามาให้ จึงต้องเดินกลับไปถ่ายที่โรงแรม แล้วเดินไปหาจุดเริ่มต้นของทางเดินริมแม่น้ำ ไปพบน้องชาย (นพ. วิโรจน์) ออกมาเดินเหมือนกัน เมื่อใกล้ ๗ น. จึงชวนกันกลับ เพราะนัดกินอาหารเช้าและคุยไว้กับคุณวิโรจน์ ไกรเลิศโอฬาร เจ้าของผลิตภัณฑ์กาแฟ Bluekoff ที่ไปงานทำบุญพ่อแม่ของผมทุกปี เพราะคุณวิโรจน์รักและนับถือพ่อแม่ของผมเหมือนพ่อแม่ของตนเอง ด้วยสำนึกในบุญคุณต่อการสร้างฐานะของคุณวิโรจน์ เรื่องนี้จะแยกไปเล่าในอีกบันทึกหนึ่ง
วันนี้เดินได้ประมาณ ๔ พันก้าว
วิจารณ์ พานิช
๒๗ ต.ค. ๖๘
รูปเดินออกกำลังที่ชุมพร
1 เส้นทางเดินออกกำลังยามเช้าตรู่
2 ศาลเจ้าแม่เนี้ยเก็ง จุดทำพิธีกินเจ
3 สะพานเทศบาล ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๑)
4 แม่น้ำท่าตะเภา กับทางเดินริมแม่น้ำทั้งสองฝั่ง
5 ทางเดินริมแม่น้ำ ฝั่งตะวันออก
6 ท่าน้ำและร้านอาหารริมแม่น้ำ
7 สะพานวัดสุบรรณนิมิต ไม่เป็นสะพานแขวนเสียแล้ว
8 บ้านของน้องชาย (วิจัย) ที่เป็นร้านขายผลิตผลเกษตรด้วย (ร้านเกษตรกร)
9 จุดเริ่มต้นของทางเดินริมฝั่งแม่น้ำท่าตะเภา