หมาเฝ้าบ้าน
อันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพจที่ว่าด้วยการบ้านการเมือง ที่จับจ้องป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในประเทศนี้แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของสัตว์โลกที่รักในเจ้าของและกตัญญูรู้คุณยิ่งนัก
ใครมีไว้ครอบครอง รับรองว่าจะมีเปอร์เซ็นต์สูง ที่จะหลงรักและหลงใหลจนไปไหนไม่รอด
ผมคนหนึ่งล่ะ ที่รักเข้าให้แล้ว ทำหน้าที่หุงหาข้าวปลาอาหารให้พวกมัน ๓ ตัว วันละ ๒ มื้อ เช้าและเย็น อาหารว่างอีกต่างหาก เวลาหิวก็จะมาอยู่ใกล้ๆพะเน้าพะนอผม แต่พออิ่มหนำสำราญก็วิ่งแจ้นไปบ้านหลังอื่น
บ้านที่ว่านี้อยู่ด้านหลัง เป็นบ้านน๊อคดาวน์ขนาดใหญ่ของพี่สาว ถ้าพี่ไม่เดินทางเข้าไปอยู่ในกรุงเทพฯ ก็คงช่วยผมเลี้ยงสามสาวเจ้า กิ๊ก กี้ และโก ในบางมื้อของแต่ละวัน
พี่สาววัย ๗๒ ปี รีโนเวทที่ดินในสวนป่าและพัฒนาบ้านจัดสรรที่กรุงเทพฯไปพร้อมๆกัน พอสร้างบ้านในสวนของทุ่งดินดำแล้วเสร็จ และพักผ่อนได้ยาวนานหลายเดือน ก็ขอกลับไปอยู่บ้านจัดสรรเหมือนเดิม ซึ่งสะดวกสบายกว่าบ้านในสวน
ผมจึงรับหน้าที่เก็บกวาดและรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน มองเห็นบ้านยืนสงบนิ่งไม่ไหวติง เหมือนไร้ชีวิตชีวา ไร้จิตวิญญาณ เพราะไม่มีเจ้าของบ้านอาศัยอยู่ภายใน แต่ด้านนอกผมเห็นภาพที่คุ้นตาเคลื่อนไหวอยู่ไปมาเสมอ
บางตัวนอนหมอบตรงหัวบันได ออกกิริยาอาการเซื่องซึม บางตัววิ่งขึ้นลงตัวบ้านที่มีบันไดเพียง ๓ ขั้น เหมือนเป็นงงสงสัยว่าเจ้าของบ้านผู้เป็นหญิงสูงวัยเขาไปไหนนานแล้ว ไม่กลับมาเสียที
ผมเดาว่ามันคงคิดถึงพี่สาวผู้เป็นเจ้าของบ้าน มากกว่าความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องเฝ้าบ้านในยามค่ำคืน
ตอนเช้าๆผมจะก้าวเดินช้าๆบนลานปูนรอบบ้าน เจ้ากิ๊ก กี้ โก ที่มันไม่ได้หลับยาม ก็เลยตื่นสายกว่าปกติ พอเห็นผมเดินก็ลุกขึ้นเดินตามบ้าง เหมือนจะยืดเส้นยืดสาย สุดท้ายก็บิดขี้เกียจแล้วไปหลับต่อที่หน้าบันได
ดูเหมือนหน้าที่ของมัน ๓ ตัว นอกจากจะกินกับนอน จนอ้วนพีเพราะอิ่มหมีพีมันทุกมื้อแล้ว มันยังเป็น รปภ.ให้ทั้งสองบ้านอย่างเคร่งครัด กลางวันอยู่บ้านผม กลางคืนเฝ้าบ้านให้พี่สาว ซึ่งมันรักใคร่นับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
บางวันมันพากันวิ่งไปจ้องมองผมตรงสายยางที่ผมใช้รดน้ำต้นลีลาวดีและต้นพุด พวกมันได้แต่มองตาปริบๆแต่ไม่เคยช่วยอะไรเลยสักครั้ง บางครั้งก็วิ่งกวดกันชนหน่อกล้วยและไม้ดอกไม้ประดับกระจัดกระจายไปหมด
หลายเดือนแล้วที่ผมยุติโครงการทำแปลงผักปลอดสารพิษ ไม่สามารถสานต่อปณิธานที่ตั้งไว้ เนื่องจากพี่สาวผู้เป็นเจ้าของที่ดินปลูกผัก ในพื้นที่หลังบ้านน๊อคดาวน์ราวๆ ๑๐๐ ตารางวา พี่นำพลาสติกมาปูเต็มพื้นที่แล้วทับด้วยหินเกล็ด เพื่อป้องกันไม่ให้วัชชพืชมารบกวน
ผมก็เลยอกหัก ไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก ตามแบบฉบับของ สว. ที่ต้องการสร้างงานเพื่อการออกกำลังกาย
แต่วันนี้ ผมเห็นช่องทางทำมาหากินอีกแล้ว เหลือบไปเห็นรองปูนขนาดหน้ากว้าง ๑.๕ เมตร จำนวน ๒ รอง ปกคลุมด้วยเถาผักบุ้งนาโทรมๆ คงจะเติบโตตามยถากรรมอยู่นานแล้ว เพราะขาดคนดูแล
ผมดึงทิ้งจนหมด แล้วสับดินจนละเอียด พรวนจนดินร่วนซุย แล้วก็หว่านเมล็ดพันธุ์ผักคะน้ากับกวางตุ้งลงไป เจ้ากิ๊ก กี้ โก มันพากันมานั่งจ้องมองผมทำงานเกษตรตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ยอมไปเที่ยวไหน
พวกมันมองผม ผมก็มองมัน ต่างฝ่ายต่างจ้องตากัน เจ้าโกทำหน้าขึงขังชอบกล ส่วนเจ้ากิ๊กทำท่าทางฟึดฟัด เจ้ากี้คิ้วขมวดเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ผมพยายามนึกว่าผมได้ทำอะไรผิดพลาดไป
หรือว่าเจ้าตัวดีทั้ง ๓ มันสงสัยว่าผมได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านเขาแล้วหรือยัง?
ผมก็เลยต้องพูดขึ้นลอยๆว่า “อย่าเอ็ดไปนะ แล้วจะแบ่งผักให้กินบ้าง.. คนละครึ่งก็แล้วกัน”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘







