อรรถการ สัตยพาณิชย์
ข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม 2024 จีนมีบริษัทที่จดทะเบียนเกี่ยวกับหุ่นยนต์ ทั้งอุตสาหกรรมและบริการมากกว่า 451,700 แห่ง ครอบคลุมบริษัทที่ผลิต พัฒนา และให้บริการโซลูชันด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะและหุ่นยนต์สำหรับธุรกิจต่าง ๆ แค่เฉพาะในกวางตุ้งเพียงมณฑลเดียวมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากกว่า 34,004 แห่ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดในจีน และในภาพรวมระดับโลก จีนก็ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่สุด และมีจำนวนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์มากที่สุดในโลก เพราะประเทศที่มีกำลังผลิตรองลงมา ไล่เรียงตามลำดับคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ก็ยังไม่เติบโตรวดเร็วเท่าจีน โดยเฉพาะในปี 2024 จีนมีการผลิตหุ่นยนต์หลายแสนตัว มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 100,000 ล้านหยวน และยังมีการผลักดันและจดทะเบียนบริษัทใหม่ในกลุ่ม AI มากกว่า 4,500 แห่ง
ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์: หนึ่งในบริษัทหุ่นยนต์จีนที่น่าจับตา
จากการศึกษาดูงานที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ (Fourier Intelligence) ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา บริษัทแห่งนี้แม้จะเป็นแค่ 1 ในหลักแสนบริษัทที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ของจีน แต่ก็เห็นได้ว่าความเชื่อมโยงในระดับยุทธศาสตร์ของประเทศได้มีการถ่ายทอดมายังภาคเอกชน จึงไม่แปลกที่จีนถึงมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์มากที่สุด และมีการพัฒนาไม่หยุดยั้ง จนบริษัทหุ่นยนต์ประเทศอื่น ๆ ต้องจับตาอย่างไม่กระพริบ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ เป็นอีกบริษัทหุ่นยนต์สัญชาติจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วและน่าจับตามองอย่างมาก บริษัทเริ่มจากการเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ก่อนขยายสู่การสร้างหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ (Humanoid Robots) และแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทได้อย่างกว้างขวาง จุดเด่นของบริษัทนี้จึงไม่ใช่แค่ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี หากยังรวมถึงกลยุทธ์ธุรกิจ การสร้างพันธมิตรระดับโลก และความมุ่งมั่นที่จะทำให้หุ่นยนต์กลายเป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์” อย่างแท้จริง ปัจจุบันบริษัทมีการขยายฐานการดำเนินงานไปยังต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ และสำนักงานในภูมิภาคอื่น เพื่อรองรับตลาดระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และการแพทย์
ความเป็นมาของบริษัทฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 โดย อเล็กซ์ กู้ (Alex Gu หรือ Gu Jie) เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง และเคยทำงานในสายงานเทคโนโลยีเครื่องมือวัดและระบบอุตสาหกรรมมาก่อน แนวคิดของเขาเริ่มต้นจากการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ช่วยผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ผ่านระบบหุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่ใช้งานได้จริงในคลินิกและโรงพยาบาล โดยในระยะเริ่มต้นบริษัทมุ่งโฟกัสไปที่หุ่นยนต์สำหรับการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางระบบประสาท เช่น ผู้ป่วยหลังก้อนเลือดในสมองหรือผู้ป่วยอัมพาต โดยพัฒนาหุ่นยนต์โครงกระดูกภายนอก (Exoskeleton) และอุปกรณ์ฟื้นฟูแขนขารูปแบบต่าง ๆ แต่ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้มีการนำไปใช้งานในโรงพยาบาลและศูนย์ฟื้นฟูในหลายประเทศ และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดเทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพระดับนานาชาติ
การเติบโตของบริษัทได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกเมื่อปี 2022 ทั้งจากกองทุนเทคโนโลยีอย่าง SoftBank Vision Fund และกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ Saudi Aramco ผ่าน Prosperity7 Ventures รวมถึงนักลงทุนสถาบันอย่าง IDG Capital การระดมทุนระดับ Series D มูลค่าหลายร้อยล้านหยวน ช่วยให้บริษัทมีทรัพยากรเพียงพอในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ขยายกำลังการผลิต และเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและงานวิจัย
ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ: รากฐานของความสำเร็จ
ก่อนเข้าสู่โลกของหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ได้สร้างชื่อจากการเป็นผู้พัฒนา “หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ” หรือ Rehabilitation Robotics ซึ่งใช้ในโรงพยาบาลและศูนย์กายภาพบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยฝึกการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญช่วงแรกคือ Fourier X1 หุ่นยนต์โครงกระดูกภายนอกสำหรับช่วยเดิน ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 และถือเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์รายแรกของประเภทนี้ในจีนแผ่นดินใหญ่
ต่อมาบริษัทได้พัฒนา “RehabHub™” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซลูชันแบบครบวงจรที่รวมอุปกรณ์ฟื้นฟูหลายประเภทเข้าด้วยกัน ทั้งสำหรับแขน ขา สมดุล และการประสานงานของร่างกาย พร้อมด้วยระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยบันทึก วิเคราะห์ และประเมินความก้าวหน้าของผู้ป่วย แนวคิดนี้ทำให้ฟูเรียร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายอุปกรณ์ แต่เป็นผู้สร้าง “แพลตฟอร์มคลินิกอัจฉริยะ” ที่เชื่อมโยงหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และเวชปฏิบัติจริงเข้าด้วยกัน
ในด้านการขยายตลาด ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่มฟื้นฟูของบริษัทถูกใช้งานโดยโรงพยาบาลและสถาบันมากกว่า 2,000 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ทั้งในจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และตะวันออกกลาง การมีฐานลูกค้าที่กว้างและใช้งานจริงในคลินิกจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีข้อมูลเชิงลึกด้านการแพทย์และประสบการณ์การใช้งานหุ่นยนต์ในโลกจริงมากกว่าหลายบริษัทที่ทำเฉพาะต้นแบบในห้องทดลอง
ก้าวสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์: ซีรีส์ GRx
เมื่อบริษัทสร้างรากฐานมั่นคงในตลาดหุ่นยนต์ฟื้นฟูแล้ว ฟูเรียร์เริ่มขยายขอบเขตไปสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ “ฮิวแมนนอยด์” หรือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ โครงการนี้เริ่มต้นประมาณปี 2019 ภายในห้องทดลองขนาดเล็กที่สำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ เป้าหมายของทีมวิจัยคือ การสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเดินสองขา รักษาสมดุล และปฏิบัติงานพื้นฐานคล้ายคน เช่น เดิน ขนของ โต้ตอบกับสิ่งแวดล้อม และในอนาคตอาจทำงานบริการหรืองานอุตสาหกรรมเบา
ผลลัพธ์ของการพัฒนานี้คือหุ่นยนต์รุ่น GR-1 ซึ่งมีความสูงราว 1.65 เมตร น้ำหนักประมาณ 50–60 กิโลกรัม และถูกนำออกแสดงต่อสาธารณะในงานแสดงเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่เซี่ยงไฮ้ในปี 2023 หุ่นยนต์สามารถลุกยืนบนสองขา เดิน เคลื่อนไหวในสภาพแวดล้อมจริง และต่อมามีการพัฒนาระบบการมองเห็นและการหลบหลีกสิ่งกีดขวางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ใกล้เคียงการรับรู้ของมนุษย์มากขึ้น
ต่อจาก GR-1 บริษัทได้เปิดตัว GR-2ในปี 2024 ซึ่งเป็นรุ่นอัปเกรดในตระกูล GRx โดยปรับปรุงทั้งด้านความคล่องตัว การควบคุม การประหยัดพลังงาน และความสามารถในการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ AI ภายนอก ทิศทางระยะกลางของบริษัทคือการผลักดันซีรีส์ GRx เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในจำนวนมาก (Mass Production) เพื่อนำไปใช้เป็นแพลตฟอร์มหุ่นยนต์อเนกประสงค์สำหรับงานวิจัย การพัฒนา AI และการใช้งานในอุตสาหกรรมบริการและโลจิสติกส์
ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ
จุดแข็งของฟูเรียร์ไม่ได้อยู่แค่ฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์ แต่ยังรวมถึง “สแต็กเทคโนโลยีครบวงจร” ตั้งแต่ระบบควบคุม การขับเคลื่อน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึง AI และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล ตัวอย่างสำคัญคือแพลตฟอร์ม MetaMotus Galileo ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 ในฐานะระบบวิเคราะห์ไบโอเมคานิกส์และฟื้นฟูสมรรถภาพที่ผสานเทคโนโลยีความจริงเสมือน (VR) เข้ากับหุ่นยนต์และอุปกรณ์ตรวจวัดการเคลื่อนไหว
แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้แพทย์และนักกายภาพสามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรูปแบบการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย และออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ฟูเรียร์ยังพัฒนาแพลตฟอร์มแบบเปิด (open platform) และโครงการหุ่นยนต์เปิดบางส่วน เช่น หุ่นยนต์รุ่น N1 และฐานข้อมูลการเคลื่อนไหว FourierActionNet เพื่อให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถทดลอง ปรับแต่ง และพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่บนแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ของบริษัทได้
กลยุทธ์การผลักดันแพลตฟอร์มแบบเปิดนี้ ทำให้ฟูเรียร์ขยายบทบาทจากผู้ขายฮาร์ดแวร์ ไปสู่การเป็น “ระบบนิเวศหุ่นยนต์” ที่ดึงดูดนักวิจัย มหาวิทยาลัย และบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นให้มาร่วมกันสร้างนวัตกรรมบนโครงสร้างพื้นฐานของฟูเรียร์
การรีแบรนด์: จาก Fourier Intelligence สู่ Fourier และ Fourier Rehab
เพื่อรองรับการขยายตัวจากธุรกิจหุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพสู่หุ่นยนต์อเนกประสงค์ บริษัทได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ครั้งสำคัญในปี 2024 โดยใช้ชื่อ Fourier เป็นแบรนด์หลักสำหรับธุรกิจหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์ทั่วไป และใช้ชื่อ Fourier Rehab สำหรับสายผลิตภัณฑ์และบริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์
การแบ่งแบรนด์เช่นนี้ช่วยให้บริษัทสื่อสารภาพลักษณ์ได้ชัดเจนขึ้นว่า ฟูเรียร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นบริษัท “หุ่นยนต์อเนกประสงค์” ที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีตัวตน (Embodied AI) และทำงานร่วมกับมนุษย์ในหลายบริบท ทั้งในโรงพยาบาล โรงงาน ชุมชน และบ้านพักอาศัย
เครือข่ายพันธมิตรระดับโลก
ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับโลก เทคโนโลยีของฟูเรียร์เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยระดับโลก เช่น Tsinghua University, Carnegie Mellon University และ ETH Zurich เพื่อร่วมกันวิจัยด้านหุ่นยนต์ การควบคุมการเคลื่อนไหว และการประยุกต์ใช้ AI ในเวชปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมวัสดุและเคมี เช่น BASF เพื่อพัฒนาวัสดุใหม่ที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และทนทานต่อการใช้งานเชิงกลสูง ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำหุ่นยนต์ไปใช้ในโลกจริง
ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์มีจุดแข็งเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจนจากประสบการณ์ใช้งานจริงในคลินิกกว่า 2,000 แห่งใน 40 ประเทศ ทำให้ได้ข้อมูลและฟีดแบ็กที่ลึกซึ้งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีสแต็กเทคโนโลยีครบวงจร ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึง AI และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งช่วยให้ขยายตลาดและนวัตกรรมได้อย่างยืดหยุ่น นอกจากนี้ เครือข่ายพันธมิตรวิจัยและนักลงทุนระดับโลกยังเพิ่มความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสสู่ตลาดนานาชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดผู้สูงอายุที่ต้องการเทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพและตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในอุตสาหกรรมบริการและโลจิสติกส์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
อย่างไรก็ดี ฟูเรียร์ต้องเผชิญความท้าทายในเรื่องต้นทุนผลิตที่สูง การแข่งขันกับบริษัทระดับโลก และความซับซ้อนในการผ่านมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในวงการแพทย์ อย่างไรก็ตาม วิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีตัวตนและมนุษย์เป็นศูนย์กลางนั้น ทำให้ฟูเรียร์มีศักยภาพในการเป็นผู้นำตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เชิงพาณิชย์ และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างหุ่นยนต์ การแพทย์ และ AI ในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในห้องปฏิบัติการ ฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทหุ่นยนต์จีนยุคใหม่ที่ไม่เพียงพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังสร้างระบบนิเวศและแพลตฟอร์มที่ปูทางสู่อนาคตของ Embodied AI และหุ่นยนต์สำหรับมนุษย์อย่างแท้จริง บริษัทแห่งนี้เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนสำคัญว่า จีนไม่ได้แค่ไล่ตาม แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของโลก
หมายเหตุ: เพิ่มเติมข้อมูลจากการร่วมประชุมหารือกับผู้บริหาร และเยี่ยมชม ณ บริษัทฟูเรียร์ อินเทลลิเจนซ์ วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ในโครงการศึกษาดูงานและประชุมสร้างเครือข่ายความร่วมมือสำหรับผู้บริหารระดับสูงในสถาบันอุดมศึกษาไทย และต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดย กองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม