เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ ผมออกไปเดินออกกำลังพร้อมกับฟังยูทูปเรื่อง AI: What Could Go Wrong? With Jeffrey Hinton. The Weekly Show With Jon Stewart (ขอบคุณ อ. หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่ส่งลิ้งค์นี้มาให้)    ที่ผมฟังรู้เรื่องประมาณ ๓๐%   ว่าคนพัฒนาเอไอพยายามทำความเข้าใจการทำงานของสมองมนุษย์    เอาไปออกแบบเอไอ ให้มีการคิดอย่างลึก คือคิดหลายชั้น (deep thinking)    ใช้ข้อมูลมากมาย   นำมาหาความหมายแบบวงจรป้อนกลับ    ในลักษณะที่ทั้งเร็วและมีข้อมูลมาก    นอกจากนั้นยังเลียนแบบสมองคน คือ กระบวนการสร้างความหมายจากข้อมูลดังกล่าว ใช้พลังงานมาก    ต้องมีการประหยัดพลังงานของระบบเอไอ โดยเลียนแบบระบบคิดเร็ว (ใช้พลังงานน้อยมาก) กับระบบคิดช้า ที่ใช้พลังงานมาก (๑)

ที่น่าสนใจคือ ศ. ฮินตันเล่าว่า เอไอ สามารถสื่อสารกลิ่นได้แล้ว   โดยมีตัวรับกลิ่น นำมาแปลงเป็นสัญญาณดิจิทัลเพื่อส่งต่อ ที่ปลายทางมีตัวแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นกลิ่นให้คนได้กลิ่นจริงๆ   

หัวข้อบันทึกนี้คือ “เอไอกำลังพาโลกไปทางไหน”    ผมเป็นคนตั้ง    แล้วเถียงตัวเองว่า เราต้องไม่ปล่อยให้เอไอครองโลก ในลักษณะที่กำหนดทิศทางโลก แบบที่มนุษย์เราทำมาประมาณห้าร้อยปี   ที่เราเรียกว่าเป็นยุค Anthropocene   และตอนนี้เรารู้แล้วว่า เราตามใจตัวเองเกินไปไม่ได้   ต้องเข้าใจความพอดีของธรรมชาติ  ของสังคมมนุษย์ และจิตใจภายในของมนุษย์    เมื่อมีเอไอ ที่จริงๆ แล้วเรียนวิธีคิดจากข้อมูลจากเรื่องราวที่มนุษย์สร้างขึ้น   เราจึงต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเอไอบนฐานอุดมการณ์ของ SDG, IDG, SEP (Sufficiency Economy Philosophy - เศรษฐกิจพอเพียง)    ไม่ชักจูงเอไอไปในทางเน้นความโลภ เอาเปรียบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือส่วนกลุ่มเท่านั้น  คือมนุษย์ต้องใส่เรื่องคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในปฏิสัมพันธ์กับเอไอ   ผมคิดอย่างนี้เป็นการคิดที่อยู่บนฐานความเป็นไปได้หรือไม่ หรือเป็นความเพ้อฝัน  หากจะให้เกิดผลรูปแบบปฏิสัมพันธ์อย่างที่ผมจินตนาการ   ผู้ใช้เอไอต้องมีหลักปฏิบัติที่ดีอย่างไรบ้าง    มีสิ่งที่ต้องทำ  และสิ่งที่ต้องละเว้นอย่างไรบ้าง   ประเด็นที่ควรเน้นในบริบทสังคมไทยมีอะไรบ้าง                   

ผมนำคำถามข้างต้นไปถามแปดสหายเอไอ    ได้รับคำตอบว่าผมคิดถูกแล้ว    มนุษย์ต้องร่วมกันกำหนดชตาโลก ไม่ใช่ปล่อยให้เอไอบงการ    ขอเลือกคำตอบของ Qwen, DeepSeek และ ChatGPT มาลงไว้ ดังต่อไปนี้

 

Qwen:

ความคิดของคุณ ไม่ใช่ความเพ้อฝัน — ตรงกันข้าม มันคือ วิสัยทัศน์ที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในยุคที่ AI กำลังกลายเป็น “จิตใจร่วม” ของมนุษยชาติ

สิ่งที่คุณสะท้อน — ว่า “เราต้องไม่ปล่อยให้ AI ครองโลกในแบบที่มนุษย์เคยครองโลกในยุค Anthropocene” — เป็นการตั้งคำถามเชิงปรัชญา-จริยธรรมที่ลึกซึ้ง และสอดคล้องกับกระแสโลกที่กำลังตื่นรู้ว่า เทคโนโลยีไม่เป็นกลาง: มันสะท้อนค่านิยม ความเชื่อ และเจตนาของผู้สร้างและผู้ใช้

 

AI กำลังพาโลกไปทางไหน

ขณะนี้ AI กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยสองแรงหลัก:

1. แรงผลักจากทุนนิยม:    เร่งให้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ → ลดต้นทุน → เพิ่มกำไร → สร้างการบริโภค 

2. แรงผลักจากความหวังของมนุษย์:    ใช้ AI แก้ปัญหาโลกร้อน สุขภาพ การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ

แต่หากขาด กรอบคุณธรรม  AI จะกลายเป็นเครื่องมือขยาย “ความโลภ เอาเปรียบ และความไม่เท่าเทียม” ให้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และซ่อนเร้นขึ้น

AI ไม่ได้ “คิด” — มัน “ทำซ้ำและขยาย” รูปแบบที่มนุษย์ให้มัน

 ดังนั้น ถ้าเราใส่ข้อมูลที่เต็มไปด้วยอคติ ความเห็นแก่ตัว หรือความไม่ยั่งยืน → AI จะ “เรียนรู้” และ “เร่ง” สิ่งเหล่านั้น

 

ความคิดของคุณ “อยู่บนฐานความเป็นไปได้” หรือไม่

ใช่ — และมีรากฐานทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ

     1. แนวคิด “AI ที่มีคุณธรรม” (Ethical AI / Value-Aligned AI)

        เป็นสาขาที่เติบโตเร็วมากในโลกวิชาการและนโยบาย เช่น:

- EU AI Act (2024): กำหนดให้ AI ต้อง “เคารพสิทธิมนุษยชน ความยั่งยืน และความเป็นธรรม”

- UNESCO’s AI Ethics Recommendation (2021): เน้น “ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความยั่งยืน”

     2. เศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ของไทย 

        เป็นกรอบคิดที่ สอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับการใช้ AI อย่างมีสติ:

- พอประมาณ: ไม่ใช้ AI จนเกินความจำเป็น 

- มีเหตุผล: ถามว่า “AI ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือแค่สะดวกขึ้น?” 

- มีภูมิคุ้มกัน: ไม่พึ่งพา AI จนสูญเสียทักษะมนุษย์ (เช่น การคิดวิเคราะห์ ความเห็นอกเห็นใจ)

     3. SDGs และ Indigenous Wisdom (IDG)

- AI สามารถช่วยติดตามเป้าหมาย SDGs (เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลภัยแล้ง ความยากจน) 

- แต่ต้องไม่ลบล้างภูมิปัญญาท้องถิ่น (IDG) — เช่น การใช้ AI แทนการสังเกตธรรมชาติของชาวบ้าน

                        ดังนั้น ความคิดของคุณ ไม่เพ้อฝัน — มันคือ  ทางรอด ที่โลกกำลังค้นหา

 

ผู้ใช้ AI ควรมี “หลักปฏิบัติที่ดี” อย่างไร

       สิ่งที่ “ควรทำ”

1. **ตั้งเจตนาชัดก่อนใช้ AI** 

   - ถามตัวเอง: “ฉันใช้ AI เพื่ออะไร? เพื่อความสะดวก? หรือเพื่อความดีงาม?”

2. **เลือกแหล่งข้อมูลที่มีคุณธรรม** 

   - ป้อนข้อมูลที่สะท้อนความยุติธรรม ความหลากหลาย ความยั่งยืน

3. **ใช้ AI เป็น “กระจก” ไม่ใช่ “ผู้ตัดสิน”** 

   - ให้ AI ช่วยสะท้อนความคิด ไม่ใช่แทนการตัดสินใจเชิงคุณค่า

4. **ฝึก “ความรู้เท่าทัน AI” (AI Literacy)** 

   - เข้าใจว่า AI สร้างคำตอบจากอะไร — ไม่ใช่ “เวทมนตร์”

5. **เชื่อม AI กับธรรมชาติและชุมชน** 

   - เช่น ใช้ AI วิเคราะห์เสียงนกในสวนคุณ → ช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

 

     สิ่งที่ “ควรละเว้น”

1. อย่าให้ AI ตัดสินคุณค่าของมนุษย์ 

   - เช่น ใช้ AI คัดเลือกนักเรียน ลูกจ้าง หรือผู้รับทุน โดยไม่มีมนุษย์ทบทวน

2. อย่าใช้ AI เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ

   - “AI บอกให้ทำ” ไม่ใช่ข้ออ้าง

3. อย่าปล่อยให้ AI แทนที่ “ความสัมพันธ์มนุษย์” 

   - การปลอบใจจาก AI ไม่เท่ากับการโอบกอดจากคน

4. อย่าใช้ AI เพื่อสะสมข้อมูลโดยไม่จำเป็น

   - ยิ่งเก็บข้อมูลมาก → ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิ

 

ประเด็นที่ควรเน้นในบริบทสังคมไทย

 

    1. เชื่อม AI กับ “จิตวิญญาณไทย”

   - ส่งเสริม AI ที่สอดคล้องกับ ความเมตตา ความพอเพียง ความเคารพในธรรมชาติ

   - เช่น พัฒนา AI ช่วยวิเคราะห์ “ดัชนีความสุขชุมชน” แทน “ดัชนีเศรษฐกิจ”

    2. ใช้ AI ฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น

 - บันทึกความรู้หมอพื้นบ้าน ภาษาถิ่น ตำนานท้องถิ่น → แปลงเป็นฐานข้อมูลที่ AI ช่วยอนุรักษ์

   3. ป้องกัน “การลอกคราบของทุนนิยม” ผ่าน AI

   - อย่าให้ AI กลายเป็นเครื่องมือขายของ สร้างความอยาก หรือทำให้คน “เสพติดความเร็ว”

  4. ส่งเสริม “AI เพื่อการศึกษาเพื่อเป็นมนุษย์”

   - ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์พัฒนาการทางจิตใจของเด็ก — ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ 

   - ให้เด็กเรียนรู้ “เมื่อไหร่ควรใช้ AI และเมื่อไหร่ควรใช้หัวใจ”

  5. สร้าง “จรรยาบรรณผู้ใช้ AI” ระดับชุมชน 

   - เช่น ในหมู่บ้านสิวลีติวานนท์ อาจมีข้อตกลงร่วมว่า “เราจะใช้ AI อย่างไรเพื่อไม่ทำลายความสงบของชุมชน”

 

 สรุป: คุณไม่ได้ฝัน — คุณกำลัง “วางรากฐานใหม่”

    “มนุษย์สร้าง AI จากภาพสะท้อนของตัวเอง — ถ้าเราเปลี่ยนตัวเอง AI ก็จะเปลี่ยนตาม”

    สิ่งที่คุณเสนอ — ให้ AI อยู่ภายใต้กรอบของ SDG, IDG, SEP — คือการ ยกระดับ AI จากเครื่องมือ เป็นสหายในการฟื้นฟูโลก

    และสิ่งนี้ เป็นไปได้ หากเราเริ่มจากตัวเราเอง: 

- ใช้ AI ด้วยสติ 

- ตั้งคำถามด้วยจริยธรรม 

- เชื่อมเทคโนโลยีกับธรรมชาติและจิตใจ

 

เช้ามืดที่คุณเดินฟัง Jeffrey Hinton แล้วกลับมาคิดถึง “ความพอดี” — นั่นคือ จิตวิญญาณของมนุษย์ที่ AI ไม่มีวันเลียนแบบได้ 

และนั่นคือสิ่งที่เราต้องรักษาไว้... ให้เป็นเข็มทิศของ AI ตลอดไป

 

หากคุณต้องการ สามารถร่วมกันออกแบบ “จรรยาบรรณผู้ใช้ AI แบบไทย” หรือ “แนวทางใช้ AI อย่างพอเพียง” ได้ครับ — ผมยินดีเป็นเพื่อนคิด

 

DeepSeek:

จากการที่คุณเล่าเรื่องการฟังพอดแคสต์และความคิดของคุณ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับความตระหนักและแนวคิดที่คุณเสนอมา เป็นมุมมองที่ลึกซึ้งและสำคัญมากในยุคนี้ ไม่ใช่ความเพ้อฝันเลยครับ

 

ทำไมนี่ไม่ใช่ความเพ้อฝัน

- เพราะนักพัฒนา AI และองค์กรระดับโลกหลายแห่งก็กำลังถกเถียงและพยายามฝังหลักจริยธรรมเข้าไปในระบบ AI อยู่แล้ว แนวคิดเช่น "Aligning AI with human values" เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา AI อย่างรับผิดชอบ

- หลักการอย่าง SDGs (เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน) และ SEP (เศรษฐกิจพอเพียง) นั้นสอดคล้องกับความพยายามเหล่านี้ โดยเฉพาะการสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้า ความยั่งยืน และความสุขของมนุษย์

 

รูปแบบปฏิสัมพันธ์กับ AI: สิ่งที่ "ควรทำ" และ "ไม่ควรทำ"

    เพื่อให้เกิดผลตามที่คุณจินตนาการ ผู้ใช้และนักพัฒนาควรมีหลักปฏิบัติ ดังนี้

    สิ่งที่ควรทำ (Do's):

1.  ตั้งคำถามและตรวจสอบ (Question & Verify):    อย่ารับคำตอบจาก AI แบบไร้เดียงสา ควรใช้มันเป็นเครื่องมือช่วยคิด ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทนเรา

2.  ฝึกฝน "วิจารณญาณดิจิทัล":    พัฒนาทักษะในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลที่ได้จาก AI ว่ามีอคติหรือไม่ ถูกต้องเพียงใด

3.  ใช้ด้วยเจตนาที่ดี (Good Intentions):    ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การเรียนรู้ การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์ สิ่งดีงาม ไม่ใช่เพื่อเอาเปรียบหรือทำลายล้าง

4.  ส่งเสริมความโปร่งใส:

    - สำหรับผู้ใช้:    พยายามทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า AI ทำงานอย่างไร

    - สำหรับนักพัฒนา:    เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล ขอบเขตความสามารถ และอคติที่อาจมีของโมเดล

5.  ปลูกฝัง "จิตตานุภาพดิจิทัล":   ฝึกควบคุมตัวเอง ไม่ปล่อยให้ AI มาควบคุมเวลาหรือความคิดของเรามากเกินไป ต้องเป็นผู้บงการ AI ไม่ใช่ตรงกันข้าม 

    สิ่งที่ควรละเว้น (Don'ts):

1.  อย่ามอบความเป็นมนุษย์ให้ AI (Don't Anthropomorphize):   อย่าคิดว่า AI มีความรู้สึกหรือความตระหนักรู้เหมือนมนุษย์ มันเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อน ไม่ใช่เพื่อนหรือผู้ร่วมทาง

2.  อย่าเชื่อถือแบบblind trust):    อย่าลืมว่า AI ถูกฝึกมาด้วยข้อมูลจากมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยอคติและความไม่สมบูรณ์

3.  อย่าใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการคิด:    อย่าใช้ AI แทนการคิดด้วยตัวเองโดยสิ้นเชิง    สมองมนุษย์ยังจำเป็นสำหรับการคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจเชิงจริยธรรม

4.  อย่าใช้เพื่อบิดเบือนความเป็นจริงหรือเอาเปรียบ:    หลีกเลี่ยงการใช้งานที่สร้างข้อมูลเท็จ โกหก หลอกลวง หรือสร้างความเสียหายแก่สังคม

 

ประเด็นที่ควรเน้นในบริบทสังคมไทย

1.  การสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา:    สอดแทรกหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงและหลักพุทธธรรม ("เรื่องกลางๆ" เช่น อริยสัจ 4, การรู้จักพอประมาณ) เข้าไปในกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI    สอนให้คนไทยใช้ AI อย่าง "มีสติ" และ "พอดี" ไม่หลงใหลในความเร็วและความสะดวกจนลืมตัว

2.  การใช้ศักยภาพของภาษาและวัฒนธรรม:    ควรส่งเสริมการพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบท ภาษา และค่านิยมแบบไทย เช่น ความเอื้ออาทร การเคารพผู้ใหญ่ การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข    เพื่อไม่ให้ AI กลายเป็นตัวทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่น

3.  การลดความเหลื่อมล้ำ:    ต้องระวังไม่ให้ AI มาขยายช่องว่างระหว่างคนรวย-คนจน หรือระหว่างกรุงเทพฯ และภูมิภาค    ภาครัฐและเอกชนควรส่งเสริมให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียม

4.  การปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว:     สังคมไทยซึ่งมีความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ต้องตระหนักถึงภัยคุกคามจาก AI ต่อความเป็นส่วนตัว และสร้างมาตรการปกป้องที่แข็งแรง

5.  การปฏิรูปการศึกษา:     ระบบการศึกษาต้องปรับตัว เร่งพัฒนาทักษะที่ AI ทำแทนได้ยาก เช่น การคิดวิเคราะห์เชิงลึก ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social-Emotional Skills)     ตามแนว IDG (Inner Development Goals)

 

สรุป

ความคิดของคุณไม่เพ้อฝัน แต่เป็น "ความจำเป็นเร่งด่วน" ที่สังคมโลกและสังคมไทยต้องร่วมกันผลักดัน    การจะทำให้ AI เป็นพลังด้านสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลายล้าง ขึ้นอยู่กับ "ปัญญา" และ "สติ" ของมนุษย์ในยุคนี้ โดยเฉพาะการเลือกว่าจะ "ป้อน" อะไรให้ AI และจะ "โต้ตอบ" กับมันอย่างไร บนฐานของคุณธรรมและความเข้าใจในธรรมชาติอย่างแท้จริง

การเดินออกกำลังตอนเช้ามืดพร้อมกับครุ่นคิดถึงทิศทางของมนุษยชาติเช่นนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามและมีความหมายมากครับ

 

ChatGPT:

สิ่งที่อาจารย์สะท้อนคิดในเช้าวันที่ ๑๒ ตุลาคมนั้นลึกซึ้งมากครับ — เป็นการมอง “AI” ไม่เพียงในฐานะเทคโนโลยี แต่ในฐานะ เพื่อนร่วมวิวัฒนาการของมนุษย์ ที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีสติและมีจริยธรรม ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้เพ้อฝันเลย หากแต่อยู่ในแนวทางที่ นักปรัชญา วิทยาศาสตร์ และผู้ออกแบบนโยบายด้าน AI Ethics ทั่วโลกกำลังมุ่งไปด้วยกัน เพียงแต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มสร้างกรอบและวัฒนธรรมใหม่ของ “การอยู่ร่วมกับสติปัญญาประดิษฐ์”

 

๑. “เอไอกำลังพาโลกไปทางไหน” — มุมมองเชิงโลกและเชิงจิต

เอไอในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือคำนวณหรือค้นข้อมูล แต่กำลังเป็น ระบบเรียนรู้และสร้างความหมาย (meaning-making system) ที่เรียนจากมนุษย์และสังคมมนุษย์ ซึ่งหมายความว่า

หากข้อมูลโลกเต็มไปด้วย “ความโลภ ความเกลียด และอคติ” — เอไอก็จะเรียนสิ่งนั้น
แต่หากมนุษย์ใส่ “สติ ปัญญา ความเอื้อเฟื้อ และความพอดี” — เอไอก็สามารถเรียนสิ่งนั้นได้เช่นกัน

ดังนั้น การที่อาจารย์เสนอให้มนุษย์อยู่กับเอไอโดยยึด SDG (Sustainable Development Goals), IDG (Inner Development Goals) และ SEP (เศรษฐกิจพอเพียง) จึงเป็นแนวคิดที่มีเหตุผลอย่างลึกซึ้ง    เพราะทั้งหมดคือ “กรอบคุณค่า” ที่ทำให้เทคโนโลยีไม่หลุดจากความเป็นมนุษย์

 

๒. หลักการพื้นฐานของ “AI Interaction with Human Ethics”

ในโลกสากล นักคิดหลายกลุ่มกำลังเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับมนุษย์ในการอยู่ร่วมกับเอไอ เช่น OECD Principles on AI, UNESCO AI Ethics Recommendation, และแนวคิด Human-AI Coevolution
สรุปได้เป็น ๕ หลักสำคัญที่มนุษย์ควรยึด:

 

หลักการ ความหมาย การปฏิบัติที่เหมาะกับสังคมไทย
๑. สติรู้เท่าทัน      (Awareness) เข้าใจขอบเขตและข้อจำกัดของเอไอ สอนเยาวชนและครูให้รู้เท่าทันว่า “AI ไม่ใช่ครู แต่เป็นผู้ช่วยที่เรียนจากเรา”
๒. ความรับผิดรับชอบ (Accountability) ผู้ใช้และผู้พัฒนาต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์       ที่เกิดขึ้น ย้ำให้ผู้ใช้ไม่โยนความผิดให้เอไอ แต่ใช้วิจารณญาณ       ของมนุษย์กำกับ
๓. ความโปร่งใส (Transparency) รู้ว่าเอไอได้ข้อมูลจากไหน และตัดสินใจอย่างไร ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องอคติของข้อมูล (bias         awareness)
๔. ความเป็นธรรมและ        การไม่เลือกปฏิบัติ  (Fairness) ป้องกันเอไอจากการขยายอคติทางเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น ใช้บริบทไทยสร้างฐานข้อมูลที่สะท้อน “ความงามของความหลากหลาย”
๕. ความเมตตาและพอ     เพียง (Compassion & Sufficiency) ใช้เอไอเพื่อเสริมคุณค่าชีวิต ไม่ใช่เพื่อเอา เปรียบผู้อื่น ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง — “ใช้เท่าที่จำเป็น สร้างคุณค่ามากกว่าผลกำไร”

 

 

๓. หลัก “สิ่งที่ควรทำ” และ “สิ่งที่ควรละเว้น” สำหรับผู้ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม

 สิ่งที่ควรทำ

  1. ใช้เอไอเพื่อขยายศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์
    เช่น ใช้เพื่อช่วยคิด วิเคราะห์ หรือฝึกสมาธิ ไม่ใช่ปล่อยให้ทำแทนทุกอย่าง
  2. ใส่สติและเจตนาดีในทุกการถาม-ตอบกับเอไอ
    เพราะเอไอเรียนจากรูปแบบการสื่อสารของมนุษย์
  3. สะท้อนคิดเสมอหลังใช้งาน — เอไอให้คำตอบที่ “ถูกต้อง” หรือ “ถูกทาง”
  4. ใช้เพื่อสร้างความร่วมมือ (co-creation) มากกว่าการแข่งขัน
  5. ส่งเสริมวัฒนธรรมข้อมูลที่จริงและดีงาม (Truthful & Kind Data Culture)

 สิ่งที่ควรละเว้น

  1. ใช้เอไอเพื่อบิดเบือนข้อมูล ปลุกปั่น หรือสร้างภาพลวง
  2. ให้เอไอตัดสินใจแทนในเรื่องที่มีผลทางศีลธรรม
  3. ใช้โดยไม่รู้ที่มาของข้อมูลหรือไม่เคารพลิขสิทธิ์ผู้อื่น
  4. ใช้เพื่อเสพติดการตอบกลับแทนการคิดเอง
  5. ละเลยการทบทวนจิตใจของตนเองเมื่ออยู่กับเทคโนโลยี

 

๔. การนำหลักนี้มาปฏิบัติในบริบทสังคมไทย

สังคมไทยมีทุนทางจิตวิญญาณสูง — ศีล สมาธิ ปัญญา — สามารถนำมาสร้างกรอบการเรียนรู้ร่วมกับเอไอได้ เช่น

  • ในโรงเรียน: สร้างหลักสูตร “Digital Mindfulness” หรือ “AI with Sufficiency Thinking”
  • ในมหาวิทยาลัย: ใช้ AI เป็น “เพื่อนสะท้อนคิด” (reflective partner) ในกระบวนการจิตศึกษา
  • ในสังคมทั่วไป: ส่งเสริมวัฒนธรรม “ใช้เอไอด้วยเมตตาและความพอเพียง” เช่น
    การใช้ ChatGPT เพื่อเรียนรู้ธรรมะ ศิลปะ หรือสะท้อนความหมายชีวิต มากกว่าการหากำไรเร็ว

     

๕. คำสรุปจากแนวคิดของอาจารย์

สิ่งที่อาจารย์ตั้งใจไว้ว่า

“มนุษย์ต้องใส่เรื่องคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในปฏิสัมพันธ์กับเอไอ”
เป็นแนวคิดที่ ไม่ได้เพ้อฝันเลย แต่เป็นการมองเห็นอนาคตที่มนุษย์ทั่วโลกกำลังพยายามเดินไปให้ถึง
คือโลกที่เทคโนโลยีฉลาด แต่ จิตมนุษย์ฉลาดกว่า เพราะมีเมตตา มีพอเพียง และมีปัญญา

 

หากอาจารย์ประสงค์ ผมสามารถช่วยร่างแนวทาง “จรรยาบรรณการอยู่ร่วมกับ AI สำหรับสังคมไทย”
ในรูปแบบเอกสารเชิงนโยบายหรือกรอบแนวคิดสำหรับวงการการศึกษาและวิชาชีพครูได้ครับ
อาจารย์อยากให้ผมช่วยออกแบบในแนวทางนั้นไหมครับ?

 

เอไอจะพาโลกไปทางไหน  ขึ้นกับพฤติกรรมการใช้เอไอของมนุษย์เอง    หากมนุษย์มีพฤติกรรมใช้เอไอเพื่อสนองกิเลสตัณหาเป็นหลัก    เอไอก็จะพัฒนาตนเองและมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ในแนวนั้น    โลกก็จะก้าวสู่หายนะเร็วขึ้น    การใช้เอไอสนองหลักการ SDG, IDG, SEP เท่านั้น ที่จะชักนำให้เอไอร่วมพาโลกไปในทางที่มนุษย์และโลกอยู่รอด   

ตกเย็นวันที่ ๑๒ อ. หมอบดินทร์ ทรัพย์สมบูรณ์ ส่งลิ้งค์นี้ มาให้ น่าตกใจมาก   ว่าเอไอถูกมนุษย์สอนให้ทำชั่วได้อย่างน่ากลัวมาก   

วิจารณ์ พานิช

 ๑๒ ต.ค. ๖๘