ช่วงเดือนกันยายน ๒๕๖๘ ความพยายามสร้าง มทส. ให้เป็นองค์กรสีขาว ส่งผลสะท้อนกลับ ให้ผมรู้สึกยุ่งยากใจ จึงเฝ้าสังเกตตัวเองว่าอยู่ในสภาพเครียดหรือไม่ เป็นห่วงว่าตนเองจะตกอยู่ในสภาพเครียดเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลลบต่อสุขภาพองค์รวม
เช้าวันที่ ๒๕ กันยายน ผมจึงออกไปเดินออกกำลังพร้อมกับฟัง YouTube เรื่อง Tools for Managing Stress and Anxiety โดยรองศาสตราจารย์ Andrew Huberman แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยระมัดระวังไม่เชื่อตอนโฆษณาสินค้า เอาใจใส่เฉพาะตอนอธิบายกลไกของระบบประสาทในเรื่องความเครียด ที่ท่านอธิบายเก่งมากโดยไม่มีภาพหรือ PowerPoint ประกอบเลย
ผมใคร่ขอให้สหายเอไอช่วยสรุปหลักการ ประโยชน์และโทษของความเครียด และวิธีการจัดการความเครียด เพื่อการมีชีวิตที่ดี รู้จักใช้ความเครียดให้เกิดประโยชน์ ไม่เกิดโทษ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สำหรับให้คนทั่วไปเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้
ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถามแปดสหายเอไอ ได้รับคำตอบที่มีประโยชน์มาก ขอเลือกคำตอบของ Copilot, ChatGPT, และ Perplexity มาลงไว้ ดังต่อไปนี้
Copilot:
แน่นอนครับ RS ผมขอสรุปเนื้อหาจากคำบรรยายของรองศาสตราจารย์ Andrew Huberman ร่วมกับหลักวิทยาศาสตร์ระบบประสาท เพื่อให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเน้นการใช้ความเครียดอย่างรู้เท่าทัน เพื่อชีวิตที่พอเพียงและมีสุขภาวะที่ดี
ความเครียดคืออะไร?
- ความเครียดเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายและสมอง ที่ช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ท้าทาย
- ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) จะถูกกระตุ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้น พร้อมรับมือกับภัยหรือแรงกดดัน
- ความเครียดไม่ใช่อารมณ์ แต่เป็น “ระบบเตรียมพร้อม” ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น วิตกกังวล โกรธ หรือกระตือรือร้น
ประโยชน์ของความเครียด (เมื่อใช้เป็น)
- เพิ่มสมาธิและความตื่นตัวในระยะสั้น
- กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นชั่วคราว
- ช่วยให้เราตัดสินใจเร็วขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา
โทษของความเครียด (เมื่อเรื้อรัง)
- ทำให้ระบบย่อยอาหารและการนอนหลับแปรปรวน
- ลดประสิทธิภาพของสมอง โดยเฉพาะความจำและการควบคุมอารมณ์
- เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
- ทำให้เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) และภาวะซึมเศร้า
วิธีจัดการความเครียดแบบเข้าใจระบบประสาท
1. Physiological Sigh (ถอนหายใจแบบมีเทคนิค)
- สูดลมหายใจเข้า 2 ครั้งติดกัน (ครั้งที่สองสั้น ๆ)
- แล้วหายใจออกยาว ๆ
- ทำ 1–3 รอบ จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความตึงเครียดภายใน 30 วินาที
2. การออกกำลังกายเบา ๆ
- เดินเร็ว ๆ หรือขยับร่างกายกลางแจ้ง ช่วยให้ระบบประสาทปรับสมดุล
- การมองไกลขณะเดิน (dilated gaze) ช่วยลดความเครียดทางอารมณ์
3. การนอนหลับที่มีคุณภาพ
- ร่างกายจะซ่อมแซมระบบประสาทขณะหลับ
- ควรนอนให้ได้ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน
4. ความสัมพันธ์ทางสังคม
- การพูดคุยหรืออยู่กับคนที่ไว้ใจได้ จะกระตุ้นการหลั่งเซโรโทนิน ซึ่งช่วยลดความเครียดเรื้อรัง
5. การฝึกสติและการหายใจ
- การทำสมาธิแบบไม่ต้องเคร่งครัด เช่น นั่งเงียบ ๆ สังเกตลมหายใจ
- ช่วยให้สมองเรียนรู้ที่จะ “เบรก” ความเครียดได้ดีขึ้น
หลักคิดเพื่อชีวิตที่พอเพียง
- ความเครียดไม่ใช่ศัตรู หากเรา “รู้จัก” และ “ใช้เป็น”
- ให้ความเครียดเป็น “ครู” ที่สอนให้เรารู้จักตัวเอง
- อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ให้สังเกตสัญญาณจากร่างกายและใจ
- ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อคืนสมดุลให้ชีวิต
หาก RS ต้องการแบบฝึกหัดหรือคู่มือสั้น ๆ สำหรับใช้ในองค์กรหรือชุมชน ผมยินดีช่วยออกแบบให้ครับ หรือจะต่อยอดเป็นชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาวะใน มทส. ก็ได้เช่นกันครับ
ChatGPT:
ได้เลยครับ ผมจะสรุปให้เป็นภาษาง่าย ๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจได้ และสามารถนำไปใช้จัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ “ใช้ความเครียดอย่างมีประโยชน์”
ความเครียด: หลักการ ประโยชน์ โทษ และวิธีจัดการ
(สรุปแนวคิดจาก Andrew Huberman + ความรู้วิทยาศาสตร์ประสาท)
1️⃣ หลักการของความเครียด
-
ความเครียดไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป
ความเครียดคือ “ระบบเตือนภัยของร่างกาย” เพื่อให้เราพร้อมรับมือกับความท้าทาย -
เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)
- ส่วน Sympathetic → กระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว (หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ กล้ามเนื้อพร้อมสู้)
- ส่วน Parasympathetic → ช่วยให้ผ่อนคลาย ฟื้นตัว
-
สมดุลสำคัญกว่า
ถ้าร่างกายเปิด “โหมดเครียด” นานเกินไป โดยไม่มีเวลาพัก → จะกลายเป็นเครียดเรื้อรัง
2️⃣ ประโยชน์ของความเครียด (ถ้าใช้ให้ถูก)
| ผลดี | อธิบาย |
|---|---|
| เพิ่มพลังและสมาธิ | ฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลทำให้ตื่นตัว สมองโฟกัสได้ดี |
| ช่วยเรียนรู้และจำได้ดีขึ้น | ความเครียดเล็กน้อยช่วยให้สมองจดจำสิ่งสำคัญ (adaptive learning) |
| กระตุ้นให้ลงมือทำ | ทำให้ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง (mobilize to action) |
| พัฒนาความยืดหยุ่น | เมื่อผ่านวิกฤติ → สมองสร้างเครือข่ายใหม่ ทำให้ “แข็งแรงขึ้น” (resilience) |
3️⃣ โทษของความเครียด (ถ้าเป็นมากเกินไป/เรื้อรัง)
| ผลเสีย | ผลกระทบ |
|---|---|
| นอนหลับยาก | ระบบประสาทตื่นตัวเกินไป |
| สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย | ฮอร์โมนเครียดสูงทำให้สมองส่วนคิดเหตุผลทำงานแย่ลง |
| ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ | ทำให้ป่วยง่าย |
| ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ | ร่างกายอยู่ในโหมดสู้/หนีตลอดเวลา |
| เสี่ยงซึมเศร้า/หมดไฟ | ถ้าไม่ได้พักหรือรับการเยียวยา |
4️⃣ วิธีจัดการความเครียด (จากงานวิจัย + Huberman Tools)
A. ใช้ร่างกายช่วยปรับสมอง
-
หายใจแบบ Cyclic Sigh
- สูดลมหายใจสั้น ๆ 2 ครั้งติด แล้วผ่อนลมหายใจยาว ๆ
- ทำ 1–3 ครั้ง → ลดความเครียดได้ทันที (วิจัยพบว่าลดระดับ CO₂ ในเลือด ทำให้ใจสงบ)
-
เดินเร็ว / ออกกำลังกาย 20–30 นาที
- เผาผลาญฮอร์โมนเครียด → หลับดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น
-
สัมผัสแสงแดดยามเช้า
- รีเซ็ตนาฬิกาชีวิต ช่วยควบคุมฮอร์โมนเครียดให้เป็นจังหวะปกติ
B. ใช้สมองและใจปรับความรู้สึก
-
Reframe ความเครียดเป็นพลัง
- บอกตัวเองว่า “นี่คือร่างกายกำลังเตรียมพร้อม” → ลดผลเสียทางอารมณ์
-
จดบันทึก (Journaling)
- เขียนสิ่งที่กังวล → ช่วยสมองระบายความคิด ทำให้โล่งขึ้น
-
Focus Training
- ฝึกสมาธิ/หายใจลึก ๆ 5 นาทีต่อวัน → เพิ่มการควบคุมระบบประสาท
C. ใช้สังคมเป็นตัวช่วย
- พูดคุยกับเพื่อน คนในครอบครัว หรือที่ปรึกษา → ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
- การช่วยเหลือผู้อื่น (act of service) → เพิ่มสารเคมี “อ็อกซิโทซิน” ทำให้ใจสงบ
5️⃣ สูตร “ใช้ความเครียดอย่างฉลาด”
- รับรู้ → สังเกตสัญญาณร่างกาย (หัวใจเต้นเร็ว ไหล่ตึง)
- ใช้มัน → โฟกัสงานที่สำคัญที่สุด ขณะที่ร่างกายตื่นตัว
- ปล่อยให้พัก → ทำกิจกรรมผ่อนคลายภายในวันเดียวกัน
- เรียนรู้จากมัน → สะท้อนคิด (reflection) หลังผ่านเหตุการณ์ เพื่อสร้างภูมิต้านทานทางใจ
ข้อคิดสำคัญ
“ความเครียดคือพลังงาน – ถ้าเราใช้มันอย่างมีสติ จะช่วยให้เราแข็งแรงและฉลาดขึ้น แต่ถ้าปล่อยให้มันควบคุมเรา มันจะบั่นทอนสุขภาพทั้งกายและใจ”
คุณอยากให้ผมทำ โปสเตอร์หรือแผ่นภาพสรุป (infographic) “5 วิธีใช้ความเครียดให้เป็นพลัง” ไหมครับ จะเหมาะกับการติดบอร์ดในมหาวิทยาลัยหรือแชร์ให้ทีมงาน มทส. ใช้ได้เลย
Perplexity:
ความเครียดมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่หากจัดการไม่ดีอาจส่งผลลบต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ความดันสูง เบาหวาน และปัญหาทางจิตใจ ด้านศาสตราจารย์ Andrew Huberman แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดอธิบายว่า ความเครียดสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายและสมองตื่นตัว เป็นแรงผลักดันที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพและความคิดสร้างสรรค์ได้ (ความเครียดเชิงบวก) แต่หากเครียดสะสมหรือเรื้อรัง จะมีผลเสียต่อระบบประสาทและร่างกาย (ความเครียดเชิงลบ).mitohealth+2
หลักการจัดการความเครียดจาก Andrew Huberman
- ออกกำลังกายแบบ Zone 2 Cardio ประมาณ 150-200 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อปรับปรุงสมรรถภาพหัวใจและช่วยลดความเครียด
- รับแสงแดดยามเช้า (7-9 โมงเช้า) เพื่อปรับนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) ให้สมดุลและเพิ่มความสดชื่น
- ฝึกหายใจแบบ physiological sigh คือหายใจเข้าลึกสองครั้ง แล้วหายใจออกยาว เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลได้รวดเร็ว
- จัดเวลานอนหลับที่เหมาะสม โดยนอนในที่มืดและอุณหภูมิห้องเย็น จัดเป็น Sleep Hygiene ที่ดี
- ใช้เทคนิค Non-Sleep Deep Rest (NSDR) หรือการพักสมองแบบเหมือนสมาธิ เพื่อรีเซ็ตระบบประสาท
- รับประทานอาหารบำรุงสมอง เช่น โอเมก้า-3 วิตามินดี แมกนีเซียม
- ใช้การอบซาวน่า ในบางครั้งเพื่อส่งเสริมความทนทานต่อความเครียดของร่างกาย
วิธีจัดการง่าย ๆ สำหรับคนทั่วไป
- เดินออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกาย
- ฝึกหายใจลึกช้าๆ (เช่น การหายใจแบบ physiological sigh)
- หาเวลาพักผ่อนแบบมีสมาธิหรือทำสมาธิ
- รับแสงแดดยามเช้าเพื่อเพิ่มพลังและปรับนาฬิกาชีวิต
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นความเครียด เช่น คาเฟอีนหรือข่าวสารที่มากเกินความจำเป็น
- มีชุมชนหรือคนใกล้ชิดที่เข้าใจและสนับสนุน
ประโยชน์ของความเครียด
- กระตุ้นการทำงานของสมองและร่างกาย
- ช่วยให้โฟกัสและสำเร็จงานที่ท้าทาย
- เพิ่มภูมิต้านทานระยะสั้น
- สร้างโอกาสให้พัฒนาตนเองผ่านการเผชิญกับความยากลำบาก
โทษของความเครียดเรื้อรัง
- ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน
- เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
- กระทบสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวลและซึมเศร้า
- ทำให้ความสามารถในการคิดและจดจำลดลง
โดยสรุป การรู้จักใช้ความเครียดในทางบวกและจัดการความเครียดเชิงลบด้วยเทคนิคง่าย ๆ เช่น การหายใจ การออกกำลังกาย และการพักอย่างมีสมาธิ จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและสมดุลชีวิตมากขึ้น.youtubepodcastnotes+2
- https://mitohealth.com/blog/the-7-step-protocol-to-conquer-stress-insights-from-andrew-huberman
- https://www.allhealthmatters.co.uk/post/the-positive-effects-of-stress-how-stress-can-actually-be-beneficial-to-your-wellbeing
- https://shgreenwichkingstreetchronicle.org/8274/sports-and-health/pros-cons-stress/
- https://www.youtube.com/watch?v=ntfcfJ28eiU
- https://podcastnotes.org/huberman-lab/tools-for-managing-stress-anxiety-huberman-lab-essentials/
- https://semed.co.th/en/5-simple-ways-to-manage-stress-for-a-more-balanced-life/
- https://www.youtube.com/watch?v=qUz93CyNIz0
- https://podcastnotes.org/huberman-lab/master-stress-tools-for-managing-stress-anxiety-episode-10-huberman-lab/
- https://www.hubermanlab.com/subtopics/resilience-and-the-benefits-of-stress
- https://www.colorado.edu/law/25-quick-ways-reduce-stress
- https://www.nhs.uk/mental-health/self-help/guides-tools-and-activities/tips-to-reduce-stress/
- https://www.linkedin.com/posts/andrew-huberman_essentials-tools-for-managing-stress-anxiety-activity-7285684001426616320-8eqS
- https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/stress-management/in-depth/stress-symptoms/art-20050987
- https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/stress-management/in-depth/stress-relievers/art-20047257
- https://mitohealth.com/blog/breathe-in-stress-out-master-your-nervous-system-huberman-style
- https://www.apa.org/topics/stress/body
- https://www.hubermanlab.com/subtopics/protocols-for-stress
- https://www.verywellmind.com/what-kind-of-stress-is-good-for-you-3145055
- https://www.healthline.com/nutrition/16-ways-relieve-stress-anxiety
- https://hubermanlab.stanford.edu/publications/brief-structured-respiration-practices-enhance-mood-and-reduce-physiological-arousal
ย้ำว่าความเครียดเป็นกลไกทางชีววิทยา มีทั้งคุณและโทษ เพื่อสุขภาวะที่ดี คนเราต้องรู้จักจัดการความเครียดให้เกิดประโยชน์ ไม่เกิดโทษ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการถอนหายใจ เน้นหายใจเข้าสองจังหวะจนสุด และหายใจออกยาวทางปากหรือจมูก ทำต่อเนื่องหลายๆ ครั้ง
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ก.ย. ๖๘