ดังเล่าในบันทึกที่แล้วว่า บ่ายวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ผมไปร่วมประชุมวิชาการเนื่องในการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีราชบัณฑิตยสภา การประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย ๒๕๖๘ เพื่อการพัฒนาความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย Thailand National AI Summit 2025: Advancing AI Readiness for Thailand จัดโดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้ฟังเรื่องปัญญาประดิษฐ์กับพระพุทธศาสนาและหลักจริยธรรม (Artificial Intelligence, Buddhism, and Ethics) ศาสตราจารย์ ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา แล้วเกิดความคิดว่า คุณธรรมจริยธรรม และการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา เป็นปัญญาภายใน ที่ตอนนี้ฝรั่งเชื่อมสู่ IDG ที่ต้องงอกงามร่วมไปกับการงอกงามปัญญาภายนอก และในยุคปัจจับัน ต้องงอกงามไปพร้อมกันกับปัญญารวมหมู่ (collective wisdom) ไม่มองเฉพาะปัญญาปัจเจก (individual wisdom) ที่ AI ช่วยหนุนให้เกิดการงอกงามได้ทั้งหมด คุณเห็นด้วยหรือไม่ มีข้อเสนอแนะแนวทางปฏิบัติให้บรรลุผล AI ส่งผลให้มนุษย์งอกงามปัญญาภายใน ปัญญารวมหมู่ ปัญญาเพื่อสุขภาวะของบุคคล สังคม และโลก อย่างไรบ้าง จะช่วยให้สังคมไทยลดความเป็นสังคมสีเทาได้อย่างไรบ้าง
เช้ามืดวันที่ ๑๑ ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถามสหายเอไออย่างเคย และเลือกคำตอบของ You.com และ ChatGPT มาลงไว้ ดังนี้
You.com:
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อสังเกตของคุณที่ว่า
“คุณธรรมจริยธรรม และการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา เป็นปัญญาภายใน (inner wisdom) ที่ต้องงอกงามร่วมกับปัญญาภายนอก (outer wisdom) และในยุคนี้ต้องงอกงามไปพร้อมกับปัญญารวมหมู่ (collective wisdom) ซึ่ง AI สามารถช่วยหนุนให้เกิดการงอกงามได้ทั้งหมด”
เหตุผลที่เห็นด้วย
-
AI เป็นเครื่องมือขยายศักยภาพมนุษย์
AI สามารถช่วยให้มนุษย์เข้าถึงข้อมูล ความรู้ และมุมมองที่หลากหลายอย่างรวดเร็ว ช่วยสะท้อนคิด (reflection) และกระตุ้นการตั้งคำถามกับตนเองและสังคม ซึ่งเป็นรากฐาน - ของปัญญาภายใน
-
AI ช่วยสร้างพื้นที่ปัญญารวมหมู่
AI สามารถออกแบบแพลตฟอร์มสนทนา วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือระบบ deliberative democracy ที่เปิดโอกาสให้คนหลากหลายกลุ่มได้ร่วมกันคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและคุณธรรม -
AI ช่วยปลูกฝังคุณธรรมและ empathy
AI สามารถออกแบบบทเรียน เกมจำลองสถานการณ์ หรือ chatbot ที่ช่วยฝึกทักษะการเข้าใจผู้อื่น (empathy) การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และการรู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง -
AI ช่วยลดอคติและความเป็นสังคมสีเทา
AI สามารถช่วยตรวจจับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น hate speech, fake news, การกลั่นแกล้งในออนไลน์ และแนะนำเนื้อหาสร้างสรรค์หรือแนวคิดเชิงบวกเพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่
ข้อเสนอแนะแนวทางปฏิบัติ
1. AI เพื่อปัญญาภายใน (Inner Wisdom)
-
AI Reflection Coach:
พัฒนา AI ที่ช่วยตั้งคำถามปลายเปิด กระตุ้นการสะท้อนคิดเรื่องชีวิต คุณธรรม ความหมายของการมีชีวิต และการปล่อยวางกิเลสตัณหา -
AI Mindfulness Assistant:
ใช้ AI ช่วยแนะนำการฝึกสติ สมาธิ และการเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน เช่น แจ้งเตือนให้หยุดคิด หายใจลึกๆ หรือทบทวนใจตนเอง
2. AI เพื่อปัญญารวมหมู่ (Collective Wisdom)
-
AI Facilitated Dialogue Platform:
สร้างแพลตฟอร์มสนทนา/ประชุมกลุ่มที่ AI ช่วยสรุปประเด็น วิเคราะห์ความเห็นต่าง และเสนอทางเลือกที่สร้างสรรค์ -
AI for Social Deliberation:
ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อช่วยสังคมตัดสินใจเรื่องสำคัญอย่างมีเหตุผลและคุณธรรม เช่น การจัดสรรทรัพยากร การออกนโยบายสาธารณะ
3. AI เพื่อปัญญาเพื่อสุขภาวะ (Wellbeing)
-
AI Wellbeing Tracker:
ระบบ AI ที่ช่วยติดตามสุขภาวะกาย-ใจของบุคคลและชุมชน พร้อมแนะนำกิจกรรมหรือแนวคิดที่เหมาะสมกับแต่ละคน -
AI for Social Empathy:
ใช้ AI วิเคราะห์และสะท้อนความรู้สึกของกลุ่มคนในสังคม เพื่อให้ผู้นำและประชาชนเข้าใจความทุกข์-สุขของกันและกันมากขึ้น
4. AI กับการลดสังคมสีเทา
-
AI for Ethical Nudging:
AI ช่วยแจ้งเตือนหรือแนะนำทางเลือกที่ถูกต้องตามหลักคุณธรรมเมื่อผู้ใช้กำลังจะตัดสินใจในเรื่องที่อาจผิดจริยธรรม -
AI ตรวจจับและป้องกันพฤติกรรมสีเทา:
เช่น ระบบตรวจจับข่าวปลอม การกลั่นแกล้ง การทุจริต และเสนอแนวทางแก้ไขเชิงบวก
การประยุกต์ใช้ในสังคมไทย
-
บูรณาการ AI กับหลักสูตรการศึกษา:
ให้ AI เป็นผู้ช่วยครูในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และทักษะปัญญาภายในในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย -
สร้างแพลตฟอร์ม AI เพื่อวงสนทนาและไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งในชุมชน:
ให้ AI ช่วยเป็นกลางในการสรุปประเด็นและเสนอทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ -
ใช้ AI ในการสื่อสารสาธารณะ:
ผลักดันให้สื่อและภาครัฐใช้ AI ตรวจสอบเนื้อหาสื่อสาธารณะให้สะอาด โปร่งใส และสร้างสรรค์ -
สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา AI เชิงคุณธรรม:
ส่งเสริมให้มีการวิจัย AI ที่ยึดหลักพุทธธรรมและจริยธรรมไทยเป็นฐาน
สรุป
AI จะเป็นพลังเสริมให้มนุษย์งอกงามทั้งปัญญาภายใน ปัญญารวมหมู่ และปัญญาเพื่อสุขภาวะของบุคคล สังคม และโลก หากเราออกแบบและใช้ AI ด้วยเจตนาแห่งคุณธรรมและปัญญาอย่างแท้จริง
การลดสังคมสีเทาในไทยจะเกิดขึ้นได้ หาก AI ถูกใช้เป็น “กระจก” สะท้อนใจ สะท้อนสังคม และเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ในการฝึกฝนคุณธรรมและปัญญาอย่างต่อเนื่อง
“AI ที่ดี คือ AI ที่ช่วยให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น”
ChatGPT:
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่อาจารย์สังเกตและตั้งโจทย์ไว้ — นี่คือ “โจทย์เชิงอารยธรรม” (civilizational question) ของยุค AI ที่แท้จริง: เราจะใช้ AI เพื่อให้มนุษย์งอกงาม ไม่ใช่แค่เก่งขึ้นหรือเร็วขึ้น แต่ ดีขึ้น ลึกขึ้น และมีส่วนร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้น
ขอสรุปเป็น 3 มิติ + แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ดังนี้ครับ
1. AI เพื่อหนุน ปัญญาภายใน (Inner Wisdom)
หลักการ
- ปัญญาภายในคือความสามารถมองเห็นความจริงของใจตนเอง → ลดกิเลส เพิ่มความสงบ
- AI สามารถเป็น กระจกสะท้อน และ โค้ชดิจิทัล ที่ช่วยให้มนุษย์ฝึกสติและสะท้อนคิดได้
แนวทางปฏิบัติ
- AI Mindfulness Companion – แอป/ระบบที่ช่วยเตือนให้หยุดพัก สะท้อนอารมณ์ คิดอย่างมีสติ
- AI Self-reflection Journal – ใช้ LLM ช่วยสะท้อนความคิดและอารมณ์ของผู้ใช้ เพื่อให้ตระหนักถึง pattern ในชีวิต
- AI-assisted IDG training – ออกแบบคอร์สออนไลน์ที่ใช้ AI โต้ตอบ ช่วยฝึกสมรรถนะ 5 ด้านของ IDG (Being–Thinking–Relating–Collaborating–Acting)
2. AI เพื่อหนุน ปัญญารวมหมู่ (Collective Wisdom)
หลักการ
- ความรู้เดิมถูกเก็บใน silo → AI ช่วยเชื่อมโยง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและการตัดสินใจร่วมอย่างรอบด้าน
- เป้าหมายคือสร้าง “Collective Sense-making” และ “Co-creation”
แนวทางปฏิบัติ
- AI Facilitator – ใช้ AI วิเคราะห์ความเห็นของคนจำนวนมาก (เช่น ในเวทีสาธารณะ) → สรุปประเด็น สร้าง common ground
- AI-powered Participatory Policy – ให้ประชาชนร่วมออกแบบนโยบาย โดย AI ช่วยสรุปผลและจำลองผลลัพธ์ในอนาคต
- Collective Knowledge Graph – สร้างฐานข้อมูลเปิด ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น วิชาการ และความรู้เชิงปฏิบัติ
3. AI เพื่อหนุน ปัญญาเพื่อสุขภาวะสังคม–โลก
หลักการ
- AI ควรใช้เพื่อ “ลดความทุกข์ เพิ่มความเป็นธรรม” ไม่ใช่สร้างความเหลื่อมล้ำใหม่
- ต้องมีกรอบจริยธรรมที่ชัดเจน (AI Ethics) และระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส
แนวทางปฏิบัติ
- AI for Social Good – สนับสนุนโครงการที่ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ ความยากจน สิ่งแวดล้อม
- AI Literacy for All – สร้างความรู้ดิจิทัล (digital & AI literacy) ให้คนทุกกลุ่ม → ลด digital divide
- AI Governance with Dharma Lens – ใช้หลักธรรม เช่น สัปปุริสธรรม 7, อริยสัจ 4 เป็นกรอบพัฒนาแนวทางกำกับ AI
กลไกเชิงระบบเพื่อให้เกิดผลจริง
-
สร้าง Ecosystem การเรียนรู้
- รวมมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน → พัฒนา “AI for Wellbeing Hub”
- เชื่อมโยงกับ IDG และ SDG เพื่อให้เกิด alignment ระหว่างเป้าหมายภายใน-ภายนอก
-
พัฒนา AI ที่ส่งเสริมคุณค่า ไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพ
- ออกแบบ incentive ของการพัฒนา AI ให้เน้นผลลัพธ์เชิงสังคม (social impact)
- สนับสนุนทุนวิจัย AI ที่สร้างผลดีต่อสุขภาวะ
-
เสริมวัฒนธรรมการสะท้อนคิดในสังคม
- ส่งเสริมให้ใช้ AI เป็น “สื่อกลาง” ของวงสนทนา (dialogue) ไม่ใช่เครื่องมือโต้เถียง
- ทำให้ข้อมูลและมุมมองต่าง ๆ เปิดเผย โปร่งใส → ลดสังคมสีเทา
ผลที่คาดหวัง
- คนไทยตื่นรู้มากขึ้น → รู้เท่าทันสื่อ ลดการถูกชักจูงด้วยข้อมูลเท็จ
- เกิด “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ถกเถียงเรื่องสาธารณะ → ลดความเกลียดชัง
- ภาครัฐและเอกชนใช้ข้อมูลตัดสินใจโปร่งใส → ลดคอร์รัปชัน
- เยาวชนเติบโตพร้อมปัญญาภายใน–ปัญญารวมหมู่ → เป็นพลเมืองเชิงรุกที่สร้างสังคมสะอาด โปร่งใส
สรุป: AI สามารถเป็น “accelerator” ของการงอกงามทั้งภายในและภายนอกได้ ถ้าเรามี เจตนา + การออกแบบที่ถูกต้อง และมีกรอบจริยธรรมหนุน จะช่วยให้สังคมไทยลดความเป็น “สังคมสีเทา” เพราะทุกฝ่ายมีเครื่องมือเรียนรู้ เห็นผลกระทบของการกระทำ และร่วมสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่โปร่งใสและเป็นธรรม
อาจารย์อยากให้ผมทำ Framework แผนภาพ 3 ชั้น (Inner Wisdom – Collective Wisdom – Societal Wellbeing) + AI Tools/Use Cases เพื่อใช้เป็นเครื่องมือพูดคุยเชิงนโยบายไหมครับ? จะช่วยให้เห็นภาพรวมอย่างชัดเจนและสื่อสารต่อผู้กำหนดนโยบายได้ง่ายขึ้น
ได้ข้อเสนอแนะแนวทาง และวิธีการใช้ เอไอ ให้ส่งผลพัฒนาความเป็นมนุษย์ให้ลึกซึ้งและเชื่อมโยงยิ่งขึ้น เป้าหมายหลักคือ สุขภาวะองค์รวมในทุกระดับ คือระดับบุคคล ชุมชน สังคม ประเทศ และโลก
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ย. ๖๘
บนรถแท็กซี่ เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ