การจัดการศึกษาตามความสามารถในยุคปัญญาประดิษฐ์
Competency-based education in the artificial intelligence age (AI)
ดร.ชัชรินทร์ ชวนวัน ข้าราชการบำนาญ
สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2568
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาการศึกษาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากรูปแบบการศึกษาแบบดั้งเดิมที่เน้นการท่องจำและการประเมินผลแบบมาตรฐาน ไปสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเป็นรายบุคคลมากขึ้น นั่นคือ การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (Competency Based Education :CBE) ซึ่งเป็นแนวทางร่วมสมัยที่เน้นการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ ความรู้ที่เกี่ยวข้อง และความสามารถทางปัญญาที่จำเป็นต่อความสำเร็จในโลกปัจจุบัน ซึ่งประเทศที่พัฒนาในโลกทั้งอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย เอเชีย ต่างเห็นประโยชน์และนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อมุ่งหวังไปสู่การพัฒนาประเทศของตน ถึงแม้ว่าจะยังคงมีประเทศในอาเซียนบางประเทศที่ให้ความสนใจน้อยไม่มีการจัดการศึกษาตามความสามารถที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้จนการจัดอันดับด้านการศึกษาตกต่ำเกือบเป็นที่สุดในภูมิภาค ยิ่งเมื่อการเปลี่ยนแปลงก้าวสู่การศึกษายุดดิจิทัลและปัจจุบันเป็นยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของบางประเทศเหล่านั้นก็ยิ่งดูห่างไกลที่จะก้าวทันทัดเทียมกับประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence age : AI) เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ก้าวหน้าขึ้นอย่างมากจากการถือกำเนิดของไมโครคอมพิวเตอร์ในช่วงทศวรรษ 1980 และความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้และการขยายตัวของข้อมูลขนาดใหญ่ในศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนผ่านการศึกษาสู่ดิจิทัลมราเป็นกระบวนการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลสมัยใหม่เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ การเข้าถึงความรู้ และการสื่อสารในสภาพแวดล้อมทางการศึกษา รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ซอฟต์แวร์ หลักสูตรออนไลน์ แหล่งข้อมูลบนเว็บและแหล่งข้อมูลดิจิทัล วิวัฒนาการของการศึกษาดิจิทัลผ่านการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในกระบวนการศึกษา โดยนำเสนอโซลูชันและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความเกี่ยวข้องของประสบการณ์การเรียนรู้ AI ที่หมายถึง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีศักยภาพมหาศาลในการพัฒนากระบวนการสอนและการเรียนรู้ โดยเปลี่ยนวิธีการแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์และเฉพาะบุคคล จากแนวโน้มที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาและงานวิจัยยืนยันถึงปฏิสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่าง AI และ CBE ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความซับซ้อน และความจำเป็นของแนวทางการทำงานร่วมกันและสหวิทยาการ สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการระบุทิศทางเชิงกลยุทธ์ในการนำ AI มาใช้ในการจัดการศึกษาตามความสามารถ (AI in Competency Based education) บทความตอนนี้ ผู้เขียนจะกล่าวถึงการจัดการศึกษาตามความสามารถ (CBE) และบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการศึกษาเชิงสมรรถนะ ดังนี้
1.การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ-แนวทางการเรียนรู้แบบองค์รวมและสมดุล (CBE - A Holistic and Balanced Approach to Learning)
2.บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการศึกษาเชิงสมรรถนะ (The Role of Artificial Intelligence in Competency-Based Education)
3.บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการดำเนินงานตามกระบวนการศึกษาตามความสามารถ (The role of artificial intelligence in the implementation of competency-based education processes) 1.การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ-แนวทางการเรียนรู้แบบองค์รวมและสมดุล (CBE - A Holistic and Balanced Approach to Learning) 1.1 การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (CBE) ปัจจุบันได้กลายเป็นรูปแบบการศึกษาที่อารยะประเทศต่างนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายดังที่ได้เกริ่นนำไว้ในตอนต้น ในระยะที่ผ่านมา CBE เป็นหัวข้อสำคัญในการวิจัยทางการศึกษาและการปฏิบัติทางการสอน เป้าหมายหลักเพื่อส่งผลให้ผู้เรียนที่มีความสามารถ เป็นผู้ที่สามารถนำความรู้ที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างอิสระในบริบทเชิงปฏิบัติจริงที่หลากหลาย ปัจจุบันการศึกษาตามความสามารถ (CBE) มีความสำคัญสำหรับการปฏิรูปการศึกษาจากรูปแบบดั้งเดิมสู่การศึกษายุคใหม่ที่เป็นรากฐานสู่ยุคดิจิทัลและยุคปัญญาประดิษฐ์ ที่ยังคงอยู่ในความนิยมของการนำไปใช้ที่ยืนยันถึงประสิทธิภาพของ CBE ในการพัฒนาการศึกษา CBE มีลักษณะสำคัญ ดังนี้ 1.2 การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (CBE) แตกต่างจากการศึกษาแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้ยึดตามกรอบเวลา(ตารางเวลา)มาตรฐานสำหรับการเข้าชั้นเรียนและงานที่มอบหมาย ส่งผลให้ผู้เรียนสามารเรียนจบหลักสูตรได้ภายในระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาเรียนรู้ได้ง่าย การเรียนรู้กำหนดเป็นโมดูล และแนวทางที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนจะก้าวหน้าไปยังหัวข้อหรือทักษะถัดไปต่อเมื่อมีความเชี่ยวชาญในสมรรถนะที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอแล้ว นอกจากนี้ CBE สามารถเพิ่มแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์ ที่แสดงให้เห็นว่าการนำแนวทางการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะมาใช้ในการศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประสบการณ์การเรียนรู้และการพัฒนาแบบองค์รวมของนักเรียน 1.3 การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (CBE) มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูประบบการศึกษาทั่วโลก ผู้สนับสนุนการปฏิรูป ผู้กำหนดนโยบาย นักการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญได้นิยาม “สมรรถนะหลัก” สำหรับการศึกษาภาคบังคับในรูปแบบต่างๆ หลายประเทศได้นำการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะมาใช้หรือนำร่องในหลักสูตรการศึกษาของตน โดยพยายามปรับการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและปัจจัยพื้นฐานของสังคมสมัยใหม่ การนำ CBE มาใช้นั้นจึงเป็นความท้าทายเนื่องจากแนวทาง CBE มีความซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการออกแบบหลักสูตรและการใช้เทคโนโลยี 1.4 การศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (CBE) เน้นการพัฒนาและประเมินสมรรถนะเฉพาะด้าน มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงความรู้เชิงทฤษฎี เป้าหมายหลักของ CBE คือ การเตรียมผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกแห่งความเป็นจริง แนวทางการศึกษานี้ได้รับการออกแบบเฉพาะบุคคลที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและความถนัดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในบริบทต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะและสมรรถนะเชิงปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับแต่ละบุคคลในการบรรลุเป้าหมายทั้งส่วนบุคคลและวิชาชีพได้อย่างประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่าการประเมินสมรรถนะบางครั้งอาจมีความลำเอียงและท้าทายในการดำเนินการอย่างเป็นกลาง อีกทั้ง ปัจจัยที่เป็นตัวทำนายความสำเร็จในอนาคตได้แก่ความสามารถที่ผู้เรียนแต่ละคนบรรลุ (โดยทั่วไปจะวัดผล) และอัตราความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลจะเป็นความท้าทายที่สำคัญก็ตาม ดังนั้น การระบุสมรรถนะที่เกี่ยวข้องและจำเป็นอย่างชัดเจนตามสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น จึงเป็นความท้าทายสำหรับการนำ CBE มาประยุกต์ใช้ 2.บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการศึกษาตามความสามารถ (The Role of Artificial Intelligence in Competency-Based Education) 2.1 ปัญญาประดิษฐ์ในด้านการศึกษา (AI in education) หมายถึง การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานที่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับสติปัญญาของมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การใช้เหตุผล การแก้ปัญหา การรับรู้ และการตัดสินใจ ความสามารถของระบบ AI ใช้ในการตีความข้อมูลอย่างถูกต้อง เป็นการเรียนรู้จากข้อมูลและใช้ความรู้เพื่อบรรลุภารกิจและวัตถุประสงค์เฉพาะผ่านการปรับตัวที่ยืดหยุ่น ด้วยเหตุนี้ ระบบ AI จึงสามารถคิดและกระทำการได้เหมือนมนุษย์โดยใช้อัลกอริทึมขั้นสูงและแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อบรรลุเป้าหมายเฉพาะ AI ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในภูมิทัศน์ของการศึกษาแง่มุมที่โดดเด่นของ AI ในการศึกษา คือ ความสามารถในการปรับแต่งประสบการณ์การเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ระบบ AI สามารถปรับหลักสูตรและวิธีการสอนให้สอดคล้องกับจังหวะและความต้องการในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลได้ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมและความก้าวหน้าของนักเรียนที่นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และทำให้ผู้เรียนรู้สึกมีแรงจูงใจและมีส่วนร่วมมากขึ้น ทั้งนี้มีการศึกษาว่าการออกแบบหลักสูตรปัญญา ประดิษฐ์มีความสัมพันธ์กับการปลูกฝังสมรรถนะหลักในตัวนักเรียนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสถาบันการศึกษาควรประเมินขีดความสามารถของหลักสูตรอย่างรอบคอบและพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดหาความรู้และทักษะล่าสุดเพื่อเสริมพลังให้นักเรียนสามารถเผชิญกับความท้าทายในโลกของความเป็นจริง 2.2 AI มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลักสูตร CBE โดยระบบการรับรู้จะช่วยปรับศักยภาพการเรียนรู้ของนักเรียน โดยจะสร้างโปรไฟล์และแบบจำลองของนักเรียนที่แม่นยำโดยพิจารณาจากสภาวะทางอารมณ์ ระดับความรู้ ลักษณะบุคลิกภาพส่วนบุคคล และสมรรถนะที่นักเรียนมี นักเรียนจะได้รับประโยชน์จาก AI โดยให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์และให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง AI นอกจากช่วยเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะแล้วยังทำหน้าที่เป็นติวเตอร์เสมือนและผู้ช่วยที่สามารถตอบคำถามของนักเรียน ให้คำอธิบายเพิ่มเติมและให้ข้อเสนอแนะโดยละเอียดเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิชาการ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่านักเรียนสามารถเข้าถึงการสนับสนุนส่วนบุคคลได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ AI ยังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อนักการศึกษาและสถาบันการศึกษาอีกด้วย ครูสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารต่างๆ ได้ เช่น การให้คะแนนงานของนักเรียนผ่านกระบวนการอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ครูสามารถมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมทางการศึกษาโดยตรง การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การสร้างเนื้อหาที่สร้างสรรค์ และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบร่วมมือกันได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน AI ช่วยให้การประเมินผลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก แยกแยะแนวโน้มและรูปแบบต่างๆ จึงเอื้อต่อการพัฒนาทฤษฎีใหม่ๆ และรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในหลากหลายสาขาการศึกษา ทั้งนี้จากข้อดีในภาพรวมจึงเป็นการเน้นย้ำถึงศักยภาพที่สำคัญของปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิรูปการศึกษาและการวิจัย ดังนั้น ผู้จัดการฝ่ายการศึกษาจึงควรประเมินและปรับหลักสูตรการศึกษาให้ครอบคลุมองค์ประกอบที่เน้นสมรรถนะ ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ในระบบการศึกษา ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ผู้จัดการศึกษาต้องมั่นใจว่าครูและบุคลากรทางการศึกษามีความพร้อมที่จะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้และสอดคล้องกับพัฒนาการทางเทคโนโลยีในแวดวงการศึกษา สิ่งสำคัญคือ ผู้จัดการศึกษาต้องติดตามแนวโน้มการวิจัยและพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์ทางการศึกษาโดยอิงกับการค้นพบและนวัตกรรมใหม่ๆ 2.3 มุมมองอีกด้านหนึ่งการศึกษาที่ใช้ AI ยังมีความเสี่ยงและความท้าทายอีกมากมาย แม้ว่าในระยะยาวการใช้ระบบ AI อาจคุ้มค่ากว่าทรัพยากรบุคคล แต่การเลือกใช้ระบบ AI โดยผู้บริหารองค์กรก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะจะส่งผลกระทบต่อการปรับรูปแบบการศึกษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และยังมีข้อกังวลด้านจริยธรรมในการใช้ AI เช่น การปกป้องข้อมูลและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับนักเรียนทุกคน โดยทั่วไปแล้ว การใช้ AI ในการศึกษาเกี่ยวข้องกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ตั้งแต่การจดจำใบหน้าไปจนถึงระบบตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับการกระทำและความชอบของนักเรียนและนักการศึกษา เนื่องจาก AI ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์จึงอาจมีอคติโดยธรรมชาติที่อาจส่งผลเสียต่อนักเรียนบางคน ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปและความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้หุ่นยนต์มาแทนที่ครู ถึงแม้ว่า AI จะได้รับการยอมรับว่าเข้าถึงได้ง่ายแต่นักเรียนบางคนก็อาจไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ที่มีความรู้และผู้ที่มีความรู้กว้างขึ้น แต่อย่างไรก็ตามด้วยการบริหารจัดการอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาที่สำคัญในกระบวนการศึกษาและประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก 2.4 ความสามารถทางดิจิทัลของบุคลากรมีความสำคัญในการรับมือกับการพัฒนา AI ผลกระทบของ AI ต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อบุคลากรมีสมรรถนะทางดิจิทัลที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความสอดคล้องระหว่าง AI และประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ในบริบทองค์กรยุคใหม่สมรรถนะทางดิจิทัลกลายเป็นทรัพยากรทุนมนุษย์ที่สำคัญ สมรรถนะดิจิทัล (Digital competencies) คือ ทักษะที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและดิจิทัลขององค์กรอันเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้เป็นกลยุทธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของบุคลากรและ AI เป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ เช่น การฝึกอบรมประเภทใดที่สามารถยกระดับสมรรถนะทางดิจิทัลของบุคลากร สมรรถนะทางดิจิทัลของบุคลากรจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรได้อย่างไร การศึกษาเรื่องสมรรถนะในการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงผลกระทบของ AI ที่มีต่อการจัดการทรัพยากรบุคคลจึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาบุคลากรจะต้องได้รับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและสมรรถนะด้าน AI ตามที่องค์กรต้องการ (เรียนรู้เพิ่มเติมจาก DigComp 2.1-The Digital Competence Framework for Citizens และ Artificial Intelligence (AI) competence in education) 3.บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการดำเนินงานตามกระบวนการศึกษาตามความสามารถ (The role of artificial intelligence in the implementation of competency-based education processes) การศึกษาตามความสามารถ (CBE) เป็นระบบที่ผู้เรียนพัฒนาทักษะโดยการแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในทักษะและความรู้เฉพาะด้าน กระบวนการหลักประกอบด้วย ระยะที่ 1 (Phase I) การพัฒนารูปแบบสมรรถนะ (Competency Model Development) เป็น ขั้นตอนแรกที่ต้องดำเนินการก่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งสมรรถนะ (Competency) และพัฒนาเป็นโมเดลสมรรถนะ (Competency Model) สำหรับกลุ่มบุคคลหรือตำแหน่งที่จะดำเนินการจัดการศึกษา จัดการเรียนรู้ หรือจัดการฝึกอบรมตามความสามารถ ซึ่งมีลักษณะเป็นกระบวนการ ประกอบด้วยขั้นตอนในการพัฒนาและนำแบบจำลองสมรรถนะไปใช้ เช่น ขั้นตอนที่ 1: กำหนดเป้าหมายของคุณ ... ขั้นตอนที่ 2: ดำเนินการวิจัย ... ขั้นตอนที่ 3: สร้างรายการสมรรถนะ ... ขั้นตอนที่ 4: กำหนดสมรรถนะแต่ละข้อ ... ขั้นตอนที่ 5: ระบุพฤติกรรมและการกระทำที่สำคัญ ... ขั้นตอนที่ 6: เริ่มสร้างแบบจำลอง ... ขั้นตอนที่ 7: วางแผนการเปิดตัว การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการพัฒนารูปแบบสมรรถนะ มีรายละเอียดหลายประการ ระยะที่ 2.(PHASE II) การออกแบบหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้ (Competency Based Curriculum and Learning Program) เป็นขั้นตอนการนำโมเดลสมรรถนะไปสู่การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการจัดการศึกษา การเรียนรู้หรือการฝึกอบรมตามความสามารถ ที่ต้องมีการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้ากับหลักสูตรที่เน้นสมรรถนะ “การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้ากับหลักสูตร” กล่าวถึงความจำเป็นในการผสานการศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์เข้ากับกรอบหลักสูตร โดยอาศัยขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ เช่น การประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาสมรรถนะหลักด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อพิจารณาทางจริยธรรมควบคู่ไปกับการกำหนดกลยุทธ์การฝึกอบรม และการใช้บทบาทของ AI ในกิจกรรมของหลักสูตร การกำหนดเนื้อหาการสอน กิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งกิจกรรมการประเมินเพื่อการพัฒนา การวิเคราะห์ด้วย AI สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าเกี่ยวกับความก้าวหน้าและรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน ช่วยให้ผู้สอนสามารถระบุจุดที่ต้องปรับปรุงและนำการแทรกแซงที่ตรงเป้าหมายไปใช้ AI ยังนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยปรับปรุงวิธีการสอนและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบไดนามิกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ระยะที่ 3.(PHASE III) การออกแบบการประเมินประสิทธิผลการเรียนรู้ (Competency Based Learning Assessment) เป็นขั้นตอนการนำ AI มาช่วยในกระบวนการประเมิน เช่น AI ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาการประเมินแบบปรับตัวที่เหนือกว่าการทดสอบมาตรฐาน มอบการประเมินความสามารถและทักษะของนักเรียนแบบองค์รวมยิ่งขึ้น การสร้างเครื่องมือประเมินผล การออกแบบกระบวนการประเมิน การให้ลำดับคะแนน การวิเคราะห์ผลการประเมินและการประเมินผลอัตโนมัติ เป็นต้น การดำเนินงานทั้ง 3 ระยะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีบทบาทในกิจกรรมที่ปรับไปตามบริบทของการศึกษาตามความสามารถหรือการเรียนรู้ตามความสารถหรือการฝึกอบรมตามความสามารถ ซึ่งจะนำเสนอรายละเอียด ในตอนต่อไป.
………………………………………………………………
ตอนที่ 11 การจัดการศึกษาตามความสามารถในยุคปัญญาประดิษฐ์ -Competency-based education in the artificial intelligence age (AI)
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Prof. Vicharn Panich · 5 ต.ค. 2568
พล.ต. มารวย ส่งทานินทร์ · 5 ต.ค. 2568
Prof. Vicharn Panich · 4 ต.ค. 2568