อุทัยธานี เมืองรองที่ต้องไปเที่ยว (5) วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง หรือ วัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 510 ไร่ โดยแยกเป็นเนื้อที่วัด 280 ไร่ เนื้อที่ป่า 230 ไร่ อาณาเขตทิศเหนือประมาณ 3 เส้น จดถนนสาธารณะ ทิศใต้ประมาณ 3 เส้น จดถนนสาธารณะ ทิศตะวันออกประมาณ 3 เส้น 16 วาจดถนนสาธารณะ ทิศตะวันตกประมาณ 3 เส้นจดถนนสาธารณะ

วัดจันทารามตั้งเมื่อ พ.ศ. 2471 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2482  เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร

วัดจันทารามตั้งชื่อตามอดีตเจ้าอาวาสชื่อจันท์ ซึ่งแต่เดิมเป็นนายทหารในสมัยพระนารายณ์มหาราช ที่กลับจากศึกเชียงใหม่มาตามหาภรรยาไม่พบจึงมาบวชที่วัด ต่อมาได้เป็นสมภาร บุคคลทั่วไปนิยมเรียกว่า "วัดท่าซุง" เพราะในอดีตจังหวัดอุทัยธานีมีป่าไม้มาก มีการขนส่งซุงโดยผูกเป็นแพล่องไปตามแม่น้ำจากท่าน้ำบริเวณวัด

พ.ศ. 2332  หลวงพ่อใหญ่ได้ธุดงค์มาปักกลด ชาวบ้านท่าซุงมีความเลื่อมใสศรัทธามากจึงได้นิมนต์ท่านอยู่ประจำที่วัดท่าซุงแห่งนี้ เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าสมัยอยุธยา มีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติฝีมือช่างพื้นบ้านที่สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในภายหลัง รวมทั้งธรรมาสน์ของหลวงพ่อใหญ่ผู้บูรณะวัดแห่งนี้ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ 

ต่อมาวัดท่าซุงได้รับการพัฒนาขึ้นมากมาย โดยพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ พระเถระผู้มีชื่อเสียง

พระราชพรหมยาน ฉายา ถาวโร หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เป็นพระเถระฝ่ายมหานิกาย อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทาราม มีชื่อเสียงในด้านกรรมฐานและวิชามโนมยิทธิ(ฤทธิ์ทางใจ) หลังการมรณภาพสังขารร่างกายของท่านมิได้เน่าเปื่อยอย่างศพคนทั่วไป จึงได้ประดิษฐานร่างของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำไว้ในบุษบกภายในวิหารแก้ว 100 เมตร

พระราชพรหมยาน มีนามเดิมว่าสังเวียน สังข์สุวรรณเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันเสาร์ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดในครอบครัวชาวนาซึ่งมีฐานะค่อนข้างดี บิดา มารดา คือ นายควงและนางสมบุญ สังข์สุวรรณ เมื่ออายุครบ 20 ปีได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบางนมโค ได้รับฉายานามว่า "ถาวโร" 

ส่วนชื่อหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ มีที่มาจากนามปากกาของท่านสมัยที่เขียนหนังสือธรรมะ ท่านสอนสมถะกรรมฐานและวิปัสนากรรมฐานไว้ครบถ้วน ละเอียดและเข้าใจง่าย มีกรรมฐาน 40 กอง และมหาสติปัฏฐานสูตร 4 กอง เป็นต้น

พ.ศ. 2511 เมื่ออายุได้ 52 ปีได้ย้ายมาอยู่วัดจันทาราม ได้สร้างและขยายวัดจากเดิมที่มีพื้นที่เพียง 6 ไร่เศษ จนกระทั่งเป็นวัดที่มีพื้นที่ประมาณ 289ไร่เศษ สิ่งก่อสร้าง ได้แก่ หอสวดมนต์  อาคารปฏิบัติกรรมฐาน ศาลาการเปรียญ วิหาร 100 เมตร โบสถ์หลังใหม่  โรงพยาบาลศูนย์แม่และเด็กชนบทที่ 61 พระจุฬามณี มณฑปท้าวมหาราชทั้ง 4 พระบรมราชานุสาวรีย์ 6 พระองค์ พระชำระหนี้สงฆ์ โรงไฟฟ้า โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในแดนทุรกันดารตามพระราชประสงค์  นอกจากนี้ยังได้ช่วยการก่อสร้างที่วัดอื่นๆในประเทศไทยอีกมากมาย

วิหารแก้ว 100 เมตร เป็นวิหารที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำสร้างไว้ก่อนมรณภาพ รวมทั้งยังเป็นที่รักษาสังขารร่างในโลงแก้วของหลวงพ่อที่ไม่เน่าเปื่อย ภายในวิหารมีเสาวิหารที่ประดับด้วยโมเสกสีขาวระยิบระยับงดงามตระการตา บนเพดานของวิหารประดับด้วยช่อไฟระย้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวน 119 ช่อ และโมเสกสีขาวกระจกประดับทั่ววิหาร ทำให้เห็นภาพสะท้อนไปมา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธานในวิหาร

เวลาเปิด-ปิด วิหารแก้ว คือ 09.00-11.30 น และ 14.00-16.00 น. และอนุญาตเฉพาะผู้ที่เข้ามาเจริญกรรมฐานเท่านั้น

ปราสาททองคำ (ปราสาทกาญจนาภิเษก)
สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 เมื่อพ.ศ. 2539  ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน มี 3 ชั้น ภายในปราสาทประดิษฐานสิ่งสำคัญ ได้แก่
ชั้นแรก เป็นพิพิธภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ 

ชั้นที่2และ3 เป็นสถานที่เก็บพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวาย เวลาเปิด-ปิดปราสาททองคำ ได้แก่ 8.00-16.00 น.