คนรักต้นไม้
ความรู้สึกนี้ไม่รู้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ทั้งที่ไม่ได้เรียนมาทางเกษตรศาสตร์ หรือวนศาสตร์ แต่ฝังจิตฝังใจ ให้ความรักความผูกพันมาตลอดเวลาอันยาวนาน
หรือว่าเคยทำงานในท้องถิ่นกันดาร ตอนนั้นเริ่มมองเห็นต้นไม้น้อยลง หรือว่าเคยทำงานบนภูเขาแถบเมืองกาญจน์ เห็นความเขียวขจีของต้นไม้อยู่ทุกวี่วัน ช่วงเวลานั้นสวยงามและสงบสุขยิ่งนัก
หรือว่าอาชีพครูที่ต้องสอนเด็กอยู่เสมอ ให้รักษ์โลกและรักสิ่งแวดล้อม ตัวเองก็ต้องทำให้เป็นตัวอย่างด้วย
เมื่อก่อนย้อนไปราว ๑๐ ปี ผมปลูกต้นไม้เยอะมาก ปลูกทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เคยพาตัวเองออกมานอกกรอบ ปลูกรอบรั้วและคันสระ ปลูกริมถนนคอนกรีตของเทศบาลก็เคยมาแล้ว
ผมผ่านการปลูกต้นไม้มาตลอดของการเป็นผู้บริหาร ร.ร. มาหยุดพักเพื่อสัมผัสใกล้ชิดและชื่นชมกับผลผลิตก่อนเกษียณ จากนั้นก็แวะเวียนไปปลูกต้นไม้ในสถานที่แห่งใหม่ นั่นก็คือ โคกหนองนา
อันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและต้องการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง
ทุกวันนี้ หยุดปลูกต้นไม้โดยสิ้นเชิง เพราะไม่มีพื้นที่จะให้ปลูก แล้วก็หมดเรี่ยวแรงไปพร้อมๆกัน เฝ้ามองการเจริญเติบโตและเก็บกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นไปตามฤดูกาล ก็หมดเวลาไปในแต่ละวัน
ในความรู้สึกที่ว่ารักและหวงแหนต้นไม้ แต่ก็แปลกดี เป็นคนที่จำชื่อต้นไม้ได้ไม่หมด บางครั้งต้องจดไว้กันลืม บางทีก็คิดว่าไม่ต้องไปจดไปจำอะไรมันหรอก ปล่อยให้ยืนต้นไปตามธรรมชาติดีกว่า
อาจเป็นเพราะในปัจจุบัน มีพันธุ์ไม้ใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย หลากหลายจนจำไม่ไหวแล้ว
แต่ที่จำได้อย่างขึ้นใจ ถึงชื่อไม้ยืนต้นดั้งเดิมที่มีมาแต่โบราณหรือที่เขานิยมปลูกและหรือไม่นิยมแล้ว เมื่อหลายปีดีดักจวบจนถึงปัจจุบัน ก็ยังขึ้นชื่อให้จำอย่างไม่มีคำว่าลืมเลือนแต่อย่างใด อาทิ
มะค่า ประดู่ พะยูง สัตบรรณ ปีบ ยางนา พะยอม คูน และหูกระจง
ต้นไม้ข้างบ้านที่คุ้นเคยเพราะปลูกมายาวนานกว่า ๑๐ ปี อย่างเช่น สัตบรรณ หูกระจง และปีบหลายคนส่งเสริมให้ผมตัดทิ้ง เพราะปลูกใกล้บ้านมากเกินไป แต่ผมคิดว่า ระยะห่าง ๑๐ - ๒๐ เมตร ไม่น่าจะเป็นปัญหาทั้งราก ใบ และกลิ่น
ผมชอบในความยิ่งใหญ่อลังการของต้นไม้ มันแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ถึงมีปัญหาก็พอทนได้
สัตบรรณ ขนาดใหญ่มากนับได้ ๔ ต้น กำลังเติบโตเต็มวัย ดูเคร่งขรึมยิ่งนัก ความเชื่อของคนสมัยก่อนที่บอกว่ารุกขเทวดาจะมีสถิตอยู่ ถ้าจริงสมคำร่ำลือก็ถือว่าปลูกได้ถูกที่ถูกทางแล้ว
หูกระจงเคยมี ๓ ต้นใหญ่ ล้อมไปปลูกที่โรงเรียน ๒ ต้น คงเป็นภาระแก่ครูและนักเรียนมิใช่น้อย เพราะใบร่วงปีละ ๒ ครั้ง ในขณะที่ใบร่วงไปเรื่อยๆจะมองเห็นใบเขียวอยู่บนต้นอีกมากมาย
ไม่เหมือนต้นหูกวางที่มีใบใหญ่ ใบร่วงแต่ละทีจะร่วงจนเกือบหมดต้นเลย
ส่วนปีบชอบกลิ่นอ่อนๆที่หอมโชย แต่ลูกหลานปีบที่หล่นไม่ไกลต้นมากนัก มักจะงอกต้นเล็กต้นน้อยเต็มไปหมด ต้องสับทิ้งบ้าง มิฉะนั้นจะงอกงามเกินความพอดี
การมีต้นไม้น้อยใหญ่อยู่รอบบ้าน ช่วยเพิ่มความสุขหรรษาให้ชีวิต มองไปทางไหนก็เจริญตาเจริญใจ อารมณ์ไม่ขุ่นมัว แต่จะให้ปลูกเพิ่มอีกคงไม่ไหวแน่ จะกลายเป็นป่าดงดิบไปเสียก่อน
นี่ล่ะ ตรงกับที่เขาพูดกัน จะรักสิ่งใด ก็รักแต่พอดีพองาม อย่ารักจนหัวปักหัวปำ มันเหนื่อย ทุกวันนี้แค่กวาดใบไม้ไปทำปุ๋ย เหนื่อยยิ่งกว่าวิ่งออกกำลังกายเสียอีก
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๙ กันยายน ๒๕๖๘









