ราชปุตตเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๗. ราชปุตตเปตวัตถุ
เรื่องเปรตราชบุตร
(พระศาสดาตรัสว่า)
[๗๕๓] ผลกรรมทั้งหลายที่พระราชโอรสทำไว้ในชาติก่อนพึงย่ำยีจิตใจ เพราะรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่น่ารื่นรมย์ใจ
[๗๕๔] พระราชโอรสจึงได้เสวยการฟ้อนรำ ขับร้อง ความยินดี และความสนุกสนานเป็นอันมาก ทรงได้รับการบำรุงบำเรอในพระราชอุทยานแล้ว จึงเสด็จเข้าไปยังภูเขาคิริพพชะ
[๗๕๕] ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธะนามว่า สุเนตร ผู้แสวงหาคุณอันประเสริฐ ฝึกฝนตนแล้ว มีจิตตั้งมั่น ปรารถนาน้อย สมบูรณ์ด้วยหิริ ยินดีเฉพาะอาหารที่อยู่ในบาตรซึ่งได้มาด้วยภิกขาจาร
[๗๕๖] จึงเสด็จลงจากคอช้างแล้วได้ตรัสถามว่า ได้ภิกษาบ้างไหม พระคุณเจ้า ถือตัวว่าเป็นกษัตริย์ ทรงจับบาตรของพระปัจเจกพุทธะนั้นชูขึ้น
[๗๕๗] แล้วทุ่มทำลายบาตรที่พื้นดินแข็ง ทรงพระสรวล หลีกไป(หน่อยหนึ่ง)แล้วตรัสว่า เราเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากิตวะ ท่านจักทำอะไรเราได้
[๗๕๘] กรรมหยาบช้ามีผลเผ็ดร้อน ซึ่งพระราชโอรสผู้แออัดอยู่ในนรกเสวยแล้ว
[๗๕๙] พระราชโอรสทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์แสนสาหัสอยู่ในนรก ๘๔๐,๐๐๐ ปี รวม ๖ ครั้ง
[๗๖๐] เธอเป็นคนพาล นอนหงายบ้าง คว่ำบ้าง นอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวาบ้าง ชี้เท้าขึ้นข้างบนบ้าง ยืนอยู่บ้าง หมกไหม้อยู่สิ้นกาลนาน (ข้างละ ๘๔๐,๐๐๐ ปี)
[๗๖๑] เธอทำบาปหยาบช้าไว้ จึงประสบทุกข์แสนสาหัสอยู่ในนรกหลายพัน หลายหมื่นปี
[๗๖๒] บุคคลผู้มีการกระทำอันเป็นบาป พากันระรานฤๅษีผู้ไม่ประทุษร้ายต่อผู้ประทุษร้าย ผู้มีข้อปฏิบัติดีงาม จึงได้เสวยทุกข์เผ็ดร้อนอย่างยิ่งเช่นนี้
[๗๖๓] เปรตผู้เป็นราชบุตรนั้นเสวยทุกข์เป็นอันมากในนรกหลายแสนปี จุติจากนรกแล้วมาเกิดเป็นเปรตชื่อขุปปิปาสหตะ (เปรตผู้มีแต่ความหิวกระหายตลอดเวลา)
[๗๖๔] นรชนทราบถึงโทษ ซึ่งเกิดมีด้วยอำนาจความเมาในความเป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว พึงละความเมาในความเป็นใหญ่เสีย แล้วประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ
[๗๖๕] ผู้มีปัญญา มีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นผู้ควรแก่การสรรเสริญในปัจจุบันนี่แหละ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสวรรค์
ราชปุตตเปตวัตถุที่ ๗ จบ
----------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ มหาวรรคที่ ๔
๗. ราชปุตตเปตวัตถุ
อรรถกถาราชปุตตเปตวัตถุที่ ๗
พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเปรตราชบุตร ดังนี้
ในเรื่องนั้น ในอดีตกาล โอรสของพระเจ้ากิตวะ ผิดในพระปัจเจกพุทธเจ้าในอดีตไหม้ในนรกหลายพันปี ด้วยเศษแห่งวิบากของกรรมนั้นนั่นแหละ เขาจึงเกิดในหมู่เปรต ท่านประสงค์เอาว่า เปรตราชบุตร ในที่นี้.
เรื่องของเปรตราชบุตรนั้นมาโดยพิสดารในเรื่องสานุวาสิเปรต ในหนหลังนั่นแล เพราะฉะนั้น ควรถือเอาโดยนัยที่กล่าวแล้วในเรื่องสานุวาสิเปรตนั่นเอง.
จริงอยู่ ในกาลนั้น เมื่อพระเถระกล่าวประวัติของเปรตผู้เป็นญาติของตน พระศาสดาจึงตรัสว่า ไม่ใช่เปรตผู้เป็นญาติของท่านอย่างเดียวเท่านั้น โดยที่แท้ แม้ท่านก็จากโลกนี้ ไปเป็นเปรต เสวยทุกข์อย่างใหญ่ในอัตภาพ อันเป็นอดีตโดยลำดับ ดังนี้ อันพระเถระนั้นทูลอาราธนาแล้ว จึงตรัสเปตวัตถุนี้ว่า :-
ผลแห่งกรรมทั้งหลายที่พระราชโอรสได้ทำไว้ในชาติก่อน พึงย่ำยีหัวใจ พระราชโอรสได้เสวยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะอันน่ารื่นรมย์ใจและการฟ้อนรำขับร้อง ความยินดี ความสนุกสนานเป็นอันมาก เสด็จเที่ยวไปในสวนแล้วเสด็จเข้าไปยังเมืองราชคฤห์ ได้ทรงเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าสุเนตตะ ผู้มีตนอันฝึกแล้ว มีจิตตั้งมั่น มักน้อย สมบูรณ์ด้วยหิริ ยินดีในอาหาร เฉพาะที่มีอยู่ในบาตร จึงเสด็จลงจากคอช้าง แล้วตรัสถามว่า ได้อะไรบ้าง พระผู้เป็นเจ้า แล้วจับบาตรของพระปัจเจกพุทธเจ้ายกขึ้นสูงแล้วทุ่มลงที่พื้นดินให้แตก ทรงพระศรวลหลีกไปหน่อยหนึ่ง ได้ตรัสกะพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้แลดูอยู่ด้วยอำนาจความกรุณา ว่าเราเป็นโอรสของพระเจ้ากิตวะ แน่ะภิกษุ ท่านจักทำอะไรเรา
พระราชโอรสยัดเยียด (ตก) อยู่ในนรก ได้เสวยผลอันเผ็ดร้อนของกรรมอันหยาบช้านั้น พระราชโอรสผู้เป็นพาล ทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์อันกล้าแข็งอยู่ในนรก ๘๔,๐๐๐ ปี นอนหงายบ้าง นอนคว่ำบ้าง นอนตะแคงซ้ายบ้าง นอนตะแคงขวาบ้าง เท้าชี้ขึ้นข้างบนบ้าง ยืนอยู่อย่างนั้นบ้าง หมกไหม้อยู่สิ้นกาลนาน ทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์อันกล้าแข็งในนรก หลายหมื่นปีเป็นอันมาก
บุคคลผู้มีการงานอันลามก พากันประทุษร้ายฤๅษีผู้ไม่ประทุษร้ายต่อผู้ประทุษร้าย ผู้มีวัตรอันงาม ได้เสวยทุกข์อันเผ็ดร้อนอย่างยิ่งเห็นปานนี้ และเปรตผู้เป็นพระราชโอรสเสวยทุกข์เป็นอันมากในนรกนั้นสิ้นหลายปี จุติจากนรกแล้วมาเกิดเป็นเปรตอดอยากอีก
บุคคลรู้โทษอันเกิดเพราะอำนาจความมัวเมาในความเป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว พึงละความมัวเมาในความเป็นใหญ่เสีย แล้วพึงประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ควรอ่อนน้อม
ผู้ใดมีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ผู้นั้นอันบุคคลพึงสรรเสริญในปัจจุบัน เป็นคนมีปัญญา เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสวรรค์.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้มหาชนผู้ประชุมกันในที่นั้นเกิดความสังเวช ด้วยกถาว่าด้วยราชบุตรเปรตอย่างนี้แล้ว จึงประกาศสัจจะยิ่งๆ ขึ้นไป.
ในเวลาจบสัจจะ ชนเป็นอันมากบรรลุโสดาปัตติผลเป็นต้น ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาราชปุตตเปตวัตถุที่ ๗
-----------------------------------------------------