วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เป็นวันเรียนรู้จากประสบการณ์ของผม ที่ได้เรียนรู้ในระดับเปิดกระโหลกตนเอง นำสู่บันทึกที่แล้ว และบันทึกนี้
บักทึกที่แล้วเป็นข้อเรียนรู้จากการประชุมตอนเช้า ส่วนบันทึกนี้ เป็นข้อเรียนรู้จากอาหารเที่ยง และการประชุมตอนบ่าย ในโครงการพัฒนา ววน. พุ่งเป้า ที่ สกสว. ริเริ่ม และมอบให้ บพท. บริหาร จับผมเป็น PC – Program Chair ที่ผมตีความว่าไม่ใช่ประธานแบบที่ยึดถือในราชการทั่วไป แต่ทำหน้าที่ปลุกเร้าคนหนุ่มสาวให้ร่วมกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง มากกว่าเพื่อตำแหน่งและความโด่งดังของตนเอง
ชื่อของโครงการนี้คือ แผนงานเป้าหมาย สำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. “เด็กไทยมีความสามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการเรียนรู้” ที่ผมตีความคุณค่า ตาม PowerPoint
เริ่มจากสถานที่ประชุมคือ Skooldio ตั้งอยู่ที่ชั้น ๒๐ ของศูนย์การค้ามาบุญครอง สถานที่ที่ผมไม่คุ้น และเมื่อขึ้นไป ก็พบสภาพที่ทำงานของคนรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากความเคยชินของผมโดยสิ้นเชิง เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เมื่อเริ่มประชุมก็พบว่าทีมงานเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เก่งเทคโนโลยีอย่างยิ่ง เป็นทีมผสมที่ดึงคนจากหลายหน่วยงานมาร่วมกันทำงาน
เป็นทีมเก่งเทคโนโลยี แต่ไม่มีประสบการร์ตรงกับครูและโรงเรียน แต่เขาก็ได้ไปลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อไปทำความรู้จักโรงเรียนและครูมาแล้ว แต่เมื่อเสนอแนวทางจัด IT Platform เพื่อหนุนการจัดการเรียนการสอนของครู และหนุนการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งคุณสมศักดิ์ และผมก็เห็นตรงกันว่า เป็น platform ที่หนุนการเรียนรู้แบบ passive เน้นที่ความรู้เชิงสาระ ไม่ได้เน้นที่การปฏิบัติเพื่อการเรียนรู้ ตามที่ผลเสนอตอนกล่าวเปิดการสัมมนา
สะท้อนว่า กระบวนทัศน์การศึกษาแนวท่องจำ และรับการถ่ายทอด ครอบงำสังคมไทยอย่างแนบเนียน ไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่มีการเตือนแล้วว่า ระบบ Generative AI ที่พัฒนาขึ้น ต้องหนุนการเรียนรู้เชิงรุก และการเรียนรู้จากประสบการณ์
เป็นวงเสวนา ที่เกิด Generation Synergy ที่เจ็นใหม่เก่งเทคโนโลยี เจ็นแก่มีประสบการณ์รู้เท่าทันกระบวนทัศน์ที่ครอบงำ มาร่วมกันทำงานเพื่อสร้างสรรค์ระบบการเรียนรู้ยุคใหม่ ที่ใช้ Generative AI หนุนการเรียนรู้เชิงรุก และการเรียนรู้จากประสบการณ์
ก่อนลาจากการประชุมตอน ๑๕ น. ผมสะท้อนคิดให้ที่ประชุมฟังว่า วงประชุมยังติดกับดักกระบวนทัศน์เก่า ที่ถูกครอบงำโดยการศึกษาเชิงรับ เน้นถ่ายทอดความรู้ ผมยกตัวอย่างการสนทนาของผมกับ Chat GPT ในโทรศัพท์มือถือ ระหว่างที่ผมนั่งฟังการประชุม โดยผมถามว่า “ผมเป็นครูสอนสังคมศึกษา ชั้น ม. ๒ ต้องการออกแบบกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และปรับตัวให้เหมาะสมต่อสังคมไทยในยุคปัจจุบัน ไม่ตกเป็นเหยื่อ พัฒนาตนเองให้มุ่งทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม กรุณาแนะนำหลักการและวิธีการออกแบบ ที่ช่วยให้นักเรียนสอบ PISA ได้คะแนนสูง”
ผมอ่านคำตอบของ ChatGPT ให้ที่ประชุมฟัง และบอกว่า AI ที่เราช่วยกันพัฒนาต้องทำได้ดีกว่านี้ ที่ประชุมฮืออากันมาก ผมตีความว่า ผมได้ทำหน้าที่คนแก่ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนหนุ่มสาวแล้ว
ตอบว่าอย่างไร ท่านลองถามเองนะครับ ผมกลับมาใช้คอมพิวเตอร์ PC ถามด้วยคำถามเดียวกัน ได้คำตอบคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ใช่ลอกกันมา
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ก.ค. ๖๘