บุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยต่างเตือนว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งปอดทั่วแอฟริกากลาง-ใต้ถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมหาศาล โดยถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ระบบทะเบียนการเสียชีวิตที่ยังอ่อนแอ การวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นวัณโรค และการที่ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ซึ่งเป็นบทเรียนโดยตรงสำหรับประเทศไทย เนื่องจากบริษัทบุหรี่หันมาให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลาง ประกอบกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญขึ้น รายงานจาก NPR เกี่ยวกับภัยเงียบมะเร็งปอด ภาระโรคจากมะเร็งปอดทั่วโลกยังคงเป็นวิกฤตการณ์ร้ายแรง ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตราว 1.8 ล้านคนต่อปี ซึ่งทำให้เป็นมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก ข้อมูลมะเร็งปอดทั่วโลกจาก IARC/GLOBOCAN ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างอัตราการเกิดโรคที่รายงานว่าต่ำในหลายพื้นที่ของแอฟริกา กับสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่จริงพบเจอ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาในการวินิจฉัย การขาดแคลนข้อมูล และข้อจำกัดของระบบสาธารณสุข อาจกำลังปกปิดภัยคุกคามที่ขยายตัวอย่างเงียบๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนด้านสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนในประเทศไทยเช่นกัน
ความคลาดเคลื่อนระหว่างสถานการณ์จริงของมะเร็งปอดกับสถิติอย่างเป็นทางการมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้และมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูง หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การป้องกันสามารถทำได้โดยการลด ละ เลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด โรคมักถูกตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ทำให้ทางเลือกในการรักษามีจำกัดอย่างน่าเสียดาย บุคลากรทางการแพทย์ในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในภูมิภาคที่มีศักยภาพในการวินิจฉัยที่ดีกว่า ระบุว่า การที่อัตราการตรวจพบมะเร็งปอดสูงกว่าในแอฟริกาใต้ เป็นผลมาจากการวินิจฉัยที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะมีการระบาดของโรครุนแรงเป็นพิเศษในท้องถิ่นนั้น ข้อสังเกตนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขทั่วโลก คือในขณะที่โรคติดเชื้อได้รับการควบคุมที่ดีขึ้น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น มะเร็ง กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในประเทศรายได้น้อยถึงปานกลาง แต่เงินทุนสนับสนุนและระบบสาธารณสุขยังคงล้าหลัง ไม่สามารถรองรับภาระโรคที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทันท่วงที บทวิเคราะห์และบทสัมภาษณ์แพทย์จาก NPR; สรุปข้อมูลภาระมะเร็งทั่วโลกโดย WHO/IARC
มีปัจจัยหลายประการที่เป็นสาเหตุให้มีการประเมินจำนวนผู้ป่วยต่ำกว่าความเป็นจริงและวินิจฉัยได้ล่าช้าตามที่บุคลากรทางการแพทย์ได้อธิบายไว้ เนื้องอกในปอดมักแสดงอาการในระยะเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากปอดมีปลายประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดน้อยมาก เมื่อมีอาการ เช่น ไอ ปวดหน้าอก หายใจลำบาก หรือไอเป็นเลือด อาการเหล่านี้มักคล้ายคลึงกับอาการของวัณโรค ซึ่งยังคงเป็นโรคที่ระบาดอย่างแพร่หลายในบางภูมิภาคของแอฟริกา แพทย์มักให้การรักษาวัณโรคโดยสันนิษฐานเบื้องต้นก่อน การให้ยาวัณโรคนานเป็นเดือนอาจทำให้การวินิจฉัยมะเร็งล่าช้าออกไป จนก้อนเนื้อที่สามารถรักษาได้กลายเป็นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การติดเชื้อร่วมกัน เช่น วัณโรคและเอชไอวี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด ทำให้โรคลุกลามเร็วขึ้น และเพิ่มความซับซ้อนในการตัดสินใจทางการแพทย์ ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่อาจมีสาเหตุจากมะเร็งปอด กลับไม่ได้รับการระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนว่าเป็นมะเร็งปอด หรือถูกบันทึกด้วยสาเหตุอื่น เนื่องจากการจัดทำทะเบียนมรณะบัตรยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รายงาน NPR เกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนในการวินิจฉัยและการติดเชื้อร่วม; การทบทวนการรอดชีวิตของ SURVCAN‑3 สำหรับแอฟริกากลาง-ใต้
ระบบทะเบียนราษฎร์และสถิติการเกิด-ตายซึ่งยังขาดความเข้มแข็ง เป็นปัจจัยที่ทำให้ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น องค์การอนามัยโลกและการประเมินระดับภูมิภาคพบว่าหลายประเทศในแอฟริกา ยังขาดระบบข้อมูลที่ต่อเนื่องและน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการเกิด การตาย และสาเหตุการตาย ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถมองเห็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของโรคได้อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก WHO เกี่ยวกับการลงทะเบียนพลเรือนและสถิติการตาย; การประเมินภูมิภาคแอฟริกาโดย WHO การชันสูตรพลิกศพซึ่งอาจช่วยชี้ชัดสาเหตุการตายนั้น หาได้ยากเนื่องจากข้อจำกัดทางวัฒนธรรมและศาสนาในหลายชุมชน หากขาดข้อมูลการตายและระบบทะเบียนมะเร็งที่แข็งแกร่ง รัฐบาลอาจให้ความสำคัญกับมะเร็งปอดและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ น้อยลง ซึ่งเป็นวงจรของการละเลยปัญหาตามที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ได้เล่ามา บทสัมภาษณ์บุคลากรทางการแพทย์และผู้นำสาธารณสุขในแอฟริกาจาก NPR
สถานการณ์ทางคลินิกยังคงชัดเจนแม้ในพื้นที่ที่ระบบเข้มแข็งกว่า ข้อมูลจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเขต Western Cape ของแอฟริกาใต้แสดงให้เห็นว่าในปี 2019 ผู้ป่วยมะเร็งปอดถึงร้อยละ 94 ได้รับการวินิจฉัยในระยะลุกลามซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่าการที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามนั้นเป็นเรื่องปกติ แม้ในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการวินิจฉัยค่อนข้างดีก็ตาม รายงานจาก NPR อ้างอิงข้อมูลจากโรงพยาบาลในเขต Western Cape บุคลากรทางการแพทย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า นี่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าโรคนี้หาได้ยากในพื้นที่อื่น แต่เป็นเพราะยังไม่ได้รับการตรวจพบหรือบันทึกอย่างเป็นระบบ งานวิจัยทางวิชาการในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบุว่าอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดที่ปรากฏต่ำในแอฟริกากลาง-ใต้ มีแนวโน้มที่จะถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก อันเนื่องมาจากช่องว่างด้านข้อมูลและข้อจำกัดของระบบสาธารณสุข งานวิจัยเกี่ยวกับการประมาณการผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปอดในแอฟริกาตอนใต้ซาฮารา (SSA); การศึกษาจาก ecancer เกี่ยวกับการดูแลมะเร็งปอดใน SSA
แนวโน้มการบริโภคยาสูบเป็นหัวใจสำคัญของปัญหานี้ แม้ว่าอัตราการสูบบุหรี่จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่บริษัทบุหรี่ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดและราคา โดยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศรายได้น้อยถึงปานกลางมากขึ้น เมื่อการสูบบุหรี่ลดลงในประเทศรายได้สูง การเข้าถึงบุหรี่ราคาถูกได้ง่าย การตลาดเชิงรุก และกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบที่พยายามชะลอการควบคุม ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เมืองที่แออัดและยากจนซึ่งมีความหนาแน่นของประชากรสูง สิ่งเหล่านี้จะผลักดันให้เกิดภาระโรคจากมะเร็งปอดที่รุนแรงขึ้นในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า หากไม่มีการควบคุมยาสูบที่เข้มแข็งและการสนับสนุนการเลิกบุหรี่อย่างจริงจัง ประเทศรายได้น้อยถึงปานกลางอาจต้องเผชิญกับอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงในอีกหลายสิบปีข้างหน้า รายงาน NPR เกี่ยวกับการที่อุตสาหกรรมยาสูบมุ่งเป้ากลุ่มตลาด; งานวิเคราะห์ภาระโรคจากยาสูบและมะเร็งปอดทั่วโลก
รายงานข่าวจาก NPR ยังได้เน้นถึงแนวทางการรับมือเชิงทดลองที่อาจสามารถนำไปปรับใช้ได้ในบริบทที่มีข้อจำกัด บุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยในแอฟริกาตอนใต้ได้พัฒนาคู่มือการคัดกรองระดับภูมิภาค และบริษัทประกันเอกชนในแอฟริกาใต้เริ่มให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับการสแกน CT ปริมาณรังสีต่ำสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม โครงการคัดกรองที่อาศัย CT สแกนนั้นต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรสูง จึงไม่เหมาะกับระบบสาธารณสุขที่มีข้อจำกัดส่วนใหญ่ แนวทางที่น่าจะเหมาะสมกว่าในระบบที่มีทรัพยากรจำกัดคือการทดลองบูรณาการการเอกซเรย์ปอดร่วมกับอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคัดแยกภาพที่น่าสงสัยสำหรับการติดตามผล การทดลองล่าสุดและโครงการที่ได้รับการสนับสนุนในเอเชียแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ที่ช่วยคัดกรองเอกซเรย์ปอดสามารถตรวจพบความผิดปกติที่ต้องได้รับการดำเนินการในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าการสแกน CT โดยมีเส้นทางการส่งต่อเพื่อการรักษาที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกัน โครงการ AstraZeneca และการคัดกรองมะเร็งปอดด้วย AI จากภาพเอกซเรย์ทรวงอก; การทบทวนงานวิจัยเรื่อง AI สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโครงการคัดกรองใดๆ ก็ตาม ต้องสอดรับกับศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติที่ตรวจพบ การตรวจคัดกรองโดยปราศจากกระบวนการติดตามผลและรักษาถือเป็นเรื่องที่มีปัญหาด้านจริยธรรม รายงาน NPR เกี่ยวกับข้อจำกัดของการคัดกรองมะเร็งปอด
ดังนั้น คำถามสำคัญคือ สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อประเทศไทย? ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการควบคุมยาสูบและการส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังคงเผชิญกับภาระโรคจากยาสูบที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น การประเมินล่าสุดแสดงให้เห็นว่าประชากรวัยผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และยาสูบยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ในประเทศไทย ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยาสูบในประเทศไทยและการประเมินสถานการณ์ระดับชาติ; ข้อมูลประเทศไทยจาก Tobacco Atlas แม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบทะเบียนราษฎร์ที่แข็งแกร่งกว่าหลายประเทศรายได้น้อย แต่การมีข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิตและทะเบียนมะเร็งที่แม่นยำ จำเป็นต้องได้รับการลงทุนและการควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ภาพรวมระบบทะเบียนราษฎร์จาก WHO ประสบการณ์ในแอฟริกาชี้ให้เห็นประเด็นเร่งด่วน 3 ประการสำหรับผู้กำหนดนโยบายของไทย ได้แก่ การเสริมสร้างมาตรการควบคุมยาสูบและขยายบริการเลิกบุหรี่ การเพิ่มศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิให้สามารถแยกแยะอาการของมะเร็งปอดจากโรคอื่นๆ (เช่น วัณโรค) ได้อย่างถูกต้อง และการยกระดับคุณภาพของระบบทะเบียนโรคและการออกมรณะบัตร เพื่อให้ข้อมูลแนวโน้มของโรคมีความชัดเจนและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
หน่วยบริการปฐมภูมิของไทยมีบทบาทในการคัดกรองโรคที่พบบ่อยและดูแลผู้ป่วยวัณโรคและเอชไอวีอยู่แล้ว การเพิ่มการฝึกอบรมแบบมุ่งเป้าเพื่อเพิ่มความสงสัยทางคลินิกต่อโรคมะเร็งปอด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีประวัติการเป็นวัณโรค และผู้ติดเชื้อเอชไอวี จะช่วยลดความล่าช้าในการวินิจฉัยได้อย่างมีนัยสำคัญ การบูรณาการการเอกซเรย์ปอดร่วมกับระบบคัดกรอง AI ในโรงพยาบาลประจำจังหวัด พร้อมทั้งกำหนดเส้นทางการส่งต่อที่ชัดเจนสำหรับการตรวจชิ้นเนื้อและการดูแลรักษามะเร็ง อาจเป็นยุทธศาสตร์ที่สามารถขยายผลได้ในระบบสุขภาพแบบผสมผสานทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ประเทศไทยควรปกป้องตนเองจากการรุกคืบของอุตสาหกรรมยาสูบด้วยการรักษามาตรการภาษียาสูบที่เข้มงวด ข้อห้ามโฆษณา และข้อจำกัดการขายหน้าร้าน พร้อมขยายบริการเลิกบุหรี่ในชุมชนที่ผู้คนเผชิญกับความเครียดทางสังคมและอาจใช้บุหรี่เป็นช่องทางระบายความรู้สึก มาตรการเหล่านี้สอดคล้องกับหลักฐานเชิงประจักษ์ในระดับสากลถึงประสิทธิภาพของการควบคุมยาสูบและการป้องกันมะเร็ง มาตรการควบคุมยาสูบและแนวทางการป้องกันมะเร็งโดย WHO; งานวิจัยระดับโลกเกี่ยวกับยาสูบและภาระโรคจากมะเร็ง
ปัจจัยทางวัฒนธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอมาตรการ ในแอฟริกา บุคลากรทางการแพทย์ชี้ว่า การชันสูตรพลิกศพไม่เป็นที่ยอมรับในหลายชุมชนเนื่องจากข้อจำกัดทางวัฒนธรรมและศาสนา ซึ่งจำกัดความสามารถในการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ความอ่อนไหวในลักษณะเดียวกันนี้ก็มีอยู่ในบริบทของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่านิยมทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับความตายและความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว ซึ่งส่งผลต่อทัศนคติเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพ ผู้กำหนดนโยบายจึงควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบเฝ้าระวังที่ไม่รุกราน เช่น การวินิจฉัยทางคลินิกที่ดีขึ้น การใช้วิธีสัมภาษณ์ญาติหรือผู้ใกล้ชิด (verbal autopsy) ในกรณีที่การชันสูตรพลิกศพไม่เหมาะสมทางวัฒนธรรม และการบันทึกเวชระเบียนที่มีความแม่นยำและครบถ้วน แทนที่จะพึ่งพาการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตหลังการตายเพียงอย่างเดียว การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เคารพต่อประเพณีทางศาสนาและค่านิยมของครอบครัว จะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและการยอมรับในมาตรการเฝ้าระวังและการคัดกรอง
มองไปข้างหน้า แบบจำลองระดับโลกคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยและการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่และช่องว่างในการวินิจฉัย โดยคาดว่าจะมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2050 หากไม่มีการขยายมาตรการป้องกันและการตรวจหาตั้งแต่เนิ่นๆ การคาดการณ์มะเร็งปอดถึงปี 2050; แถลงการณ์ WHO เกี่ยวกับภาระมะเร็งที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ตัวอย่างจากแอฟริกาชี้ให้เห็นว่า เมื่อขาดข้อมูลและศักยภาพในการวินิจฉัย โรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ มักจะกลายเป็นปัญหาสุขภาพระยะท้ายที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคองเท่านั้น สำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ที่มีความเหลื่อมล้ำของศักยภาพระบบสุขภาพระหว่างเขตเมืองและชนบท ทางเลือกนั้นชัดเจน คือการลงทุนในการป้องกันและวินิจฉัยโรคให้เร็วขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ หรือต้องเผชิญกับต้นทุนการรักษาที่สูงขึ้นและการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ในอนาคต
แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมสำหรับหน่วยงานสาธารณสุขไทยและภาคประชาสังคมประกอบด้วย: การบังคับใช้และขยายมาตรการภาษียาสูบและการห้ามโฆษณา การขยายการเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ที่มีหลักฐานรองรับ (รวมถึงในชุมชนเมืองที่มีความเครียดสูง) การฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิให้พิจารณามะเร็งปอดเมื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรควัณโรคแล้ว หรือเมื่อการรักษาวัณโรคล้มเหลว การทดลองโครงการคัดกรองการเอกซเรย์ปอดโดยมี AI ช่วยคัดกรอง ซึ่งผสานกับเส้นทางการวินิจฉัยที่ชัดเจน และการลงทุนในระบบทะเบียนมะเร็งและการยกระดับคุณภาพการออกมรณะบัตร ภาคประชาสังคมและโรงพยาบาลประจำจังหวัดสามารถริเริ่มโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในชุมชนที่อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างการสูบบุหรี่กับมะเร็งปอดด้วยภาษาง่ายๆ และให้การสนับสนุนการเลิกบุหรี่ที่เข้าใจถึงความเครียดทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้ที่ได้รับผลกระทบ หุ้นส่วนระหว่างประเทศและบริษัทผู้ผลิตยาที่สนใจสนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรอง ควรมุ่งมั่นให้การสนับสนุนที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีการตรวจหา แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบจากการคัดกรองด้วย บทสัมภาษณ์จาก NPR และการหารือแนวทางการคัดกรองระดับภูมิภาค; โครงการ AstraZeneca ด้านการคัดกรองด้วย AI
รายงานจากแอฟริกาถือเป็นคำเตือนที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาสำหรับประเทศไทย: ว่าอัตราการรายงานโรคที่ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าภาระโรคในพื้นที่นั้นต่ำตามไปด้วยเสมอไป ภัยเงียบเช่นนี้สามารถเติบโตและขยายตัวได้ เมื่อระบบข้อมูลและการวินิจฉัยยังขาดความเข้มแข็ง และการรับมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดคือการเน้นที่การป้องกัน ด้วยการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่และการควบคุมยาสูบที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นเพื่อตรวจหาโรคให้เร็วขึ้น การเสริมสร้างระบบทะเบียน การฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า การขยายบริการเลิกบุหรี่ และการทดลองเครื่องมือคัดกรองที่สามารถขยายผลได้ จะช่วยให้ไทยหลีกเลี่ยงกับดักของการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายอย่างที่บุคลากรทางการแพทย์ในแอฟริกาใต้และทั่วทั้งทวีปได้เล่าถึง หากประเทศไทยลงมือทันเวลา ก็อาจช่วยให้หลายครอบครัวรอดพ้นจากความสูญเสียและความทุกข์ทรมานที่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญ เมื่อโรคมะเร็งปอดถูกตรวจพบในระยะลุกลามเกินกว่าจะเยียวยา บทสัมภาษณ์จาก NPR เกี่ยวกับเรื่องราวผู้ป่วยและคำให้การของบุคลากรทางการแพทย์; การประเมินสถานการณ์การควบคุมยาสูบของประเทศไทย