งานทบทวนและการศึกษาใหม่หลายชิ้นตอกย้ำความจริงที่เรียบง่ายแต่สำคัญว่า: อาหารที่บริโภคในชีวิตประจำวัน – ไม่ใช่อาหารเสริมวิเศษ – ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดในการส่งเสริมการคิด ความทรงจำ และการสูงวัยของสมองอย่างมีสุขภาพดี ผลการศึกษาทั้งที่เผยแพร่แล้วและที่กำลังดำเนินการอยู่ ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงที่ชัดเจนและสอดคล้องกันระหว่างการบริโภคอาหารที่อุดมด้วยปลามัน ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และเครื่องเทศที่ใช้ประกอบอาหารอย่างขมิ้น กับการชะลอการเสื่อมถอยของความสามารถทางสติปัญญา หรือการปรับปรุงทักษะการคิดบางประการที่วัดผลได้ แม้จะเพียงเล็กน้อย ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว และครอบครัวต่างกำลังมองหาวิธีการที่ประหยัดและสอดรับกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย เพื่อปกป้องสุขภาพสมองของผู้สูงอายุในบ้าน (Harvard Health: บทความสรุป; Rush University: การศึกษาเรื่องผักใบเขียว).

การที่ประเทศไทยมีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องเผชิญกับภาระจากโรคสมองเสื่อมที่สูงขึ้น ทำให้คำแนะนำด้านโภชนาการยิ่งทวีความเร่งด่วน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวงสาธารณสุขของไทย ชี้ให้เห็นว่าประเทศกำลังมุ่งเข้าสู่สังคมสูงวัย และทั้งระบบสาธารณสุขและครอบครัวต่างเริ่มตระหนักถึงผลกระทบของโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับวัยสูงอายุแล้ว (ข้อมูล WHO ประเทศไทย) งานวิจัยและทบทวนข้อมูลทางคลินิกภายในประเทศยังยืนยันจำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และการมีวิถีชีวิตแบบนั่งนิ่ง ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นของการมีมาตรการป้องกัน นอกเหนือจากการพึ่งพาการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว (การศึกษาปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อมในโรงพยาบาลไทย).

งานวิจัยที่อยู่เบื้องหลังรายชื่อ “10 สุดยอดอาหาร” ที่มักถูกแนะนำกันนั้น มีความซับซ้อนในรายละเอียด หลักฐานที่หนักแน่นที่สุดส่วนใหญ่มาจากการศึกษาเชิงสังเกต และการทดลองแบบสุ่มบางส่วน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในระดับปานกลางจากการทดสอบความสามารถทางสติปัญญาในด้านเฉพาะ ในขณะที่การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับอาหารเสริม กลับให้ผลที่หลากหลาย ภาพรวมของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จึงชี้ชัดว่า การเน้นรูปแบบการบริโภคอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน ย่อมดีกว่าการพึ่งพายาเม็ดหรืออาหารเสริมเพียงชนิดเดียว (การทบทวนโอเมกา-3 และสติปัญญา; การทบทวนเคอร์คูมิน).

ปลามันและกรดไขมันโอเมกา-3

ปลามันและกรดไขมันโอเมกา-3 ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับการแนะนำอย่างสม่ำเสมอ งานวิจัยระบาดวิทยาและเมตาอะนาไลซิสหลายชิ้น รายงานผลสอดคล้องกันว่า การบริโภคกรดไขมันโอเมกา-3 ชนิดสายยาวเชิงซ้อนในปริมาณสูง ซึ่งพบในปลาทู ปลากะพง ปลาซาร์ดีน หรือปลาแซลมอน สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงต่อภาวะความจำเสื่อมและโรคสมองเสื่อมในบางกลุ่มประชากร อย่างไรก็ตาม การทดลองแบบสุ่มให้ผลที่หลากหลาย โดยประโยชน์มักพบในกลุ่มผู้ที่มีระดับโอเมกา-3 ต่ำตั้งแต่แรก หรือผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย มากกว่าผู้ใหญ่ที่มีความสามารถทางสติปัญญาปกติที่รับประทานอาหารเสริมในปริมาณสูง (การทบทวนโอเมกา-3; การทบทวนเชิงระบบปี 2024) สำหรับบริบทของประเทศไทย ซึ่งปลาทูและปลาขนาดเล็กอื่น ๆ ถือเป็นอาหารพื้นถิ่นที่หาได้ง่าย การเน้นย้ำให้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ (เช่น สัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากเป็นไปได้) จึงเป็นยุทธศาสตร์การป้องกันที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ผักใบเขียว

ผักใบเขียวอาจให้สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในระดับประชากร งานวิจัยสำคัญชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานผักใบเขียวเพิ่มขึ้นวันละหนึ่งหน่วยบริโภค ได้คะแนนการทดสอบเทียบเท่ากับสมองที่อ่อนวัยลงประมาณ 11 ปี เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคน้อยหรือไม่บริโภคเลย หลังจากปรับปัจจัยด้านวิถีชีวิตอื่น ๆ นักวิจัยชี้ว่าผักเหล่านี้อุดมไปด้วยโฟเลต วิตามินเค และแคโรทีนอยด์ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการทำงานของสมองและสุขภาพหลอดเลือด (การศึกษา Rush University เรื่องผักใบเขียว; การทบทวนคุณค่าทางโภชนาการของผักใบเขียว) สำหรับครัวเรือนไทย การเพิ่มผักใบเขียวในมื้ออาหารเช้า เช่น ผัดผักรวมมิตร ต้มจืดผักกาดขาว หรือใช้คะน้า ผักบุ้งในเมนูต่าง ๆ ถือเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ทำได้ง่ายและประหยัด

ผลไม้ตระกูลเบอร์รีและผลไม้ที่อุดมด้วยโพลีฟีนอล

ผลไม้ตระกูลเบอร์รีและผลไม้ที่อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อการทำงานของสมองทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจากการทดลองแบบสุ่ม งานวิจัยในกลุ่มผู้สูงอายุที่บริโภคบลูเบอร์รีแบบผงแห้งแช่แข็งหรือผลิตภัณฑ์สกัดอย่างสม่ำเสมอ พบว่าช่วยปรับปรุงความจำและการทำงานของสมองส่วนบริหารจัดการ (executive function) ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสารฟลาโวนอยด์ซึ่งช่วยปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตในระดับจุลภาค และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ (การทดลองและการทบทวนบลูเบอร์รี; การทดลองบลูเบอร์รีป่า) ในประเทศไทย ผลไม้ท้องถิ่นหลายชนิด เช่น ลำไย มังคุด และเชอร์รีไทย ก็เป็นแหล่งของโพลีฟีนอลเช่นกัน การส่งเสริมให้บริโภคผลไม้หลากสีสันจึงเป็นแนวทางที่นำไปปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องกับวัฒนธรรมการบริโภคผลไม้ของคนไทย

ถั่ว

ถั่ว โดยเฉพาะวอลนัท มีความเชื่อมโยงกับการเสริมสร้างความจำและชะลอการเสื่อมของสมอง ในงานวิจัยเชิงสังเกตและการทดลองบางชิ้น วอลนัทอุดมไปด้วยกรดอัลฟา-ไลโนเลนิก (โอเมกา-3 ชนิดจากพืช) สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินอี การบริโภคถั่วเป็นประจำสัมพันธ์กับการชะลอการเสื่อมของสมอง และคะแนนความจำที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ (Harvard Health บทความเกี่ยวกับวอลนัท) การรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น เพียงวันละหนึ่งกำมือเล็ก ๆ สามารถเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของว่างประเภทขนมหวานที่มักมีน้ำตาลสูง

เครื่องเทศที่ใช้ประกอบอาหาร: ขมิ้นชัน (เคอร์คูมิน)

ขมิ้นชัน หรือสารเคอร์คูมินที่พบในขมิ้นชัน ได้รับความสนใจอย่างมากจากคุณสมบัติเด่นในการต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบจากการทดลองแบบสุ่มล่าสุด รายงานว่าการเสริมเคอร์คูมินอาจช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองในผู้ใหญ่ได้บางด้าน ทว่าผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามสูตรการสกัด ปริมาณที่ใช้ และคุณภาพของการทดลอง ประเด็นสำคัญคือเรื่องการดูดซึมสารเข้าสู่ร่างกาย (bioavailability) โดยเคอร์คูมินที่รับประทานคู่กับพริกไทยดำ (ซึ่งมีสารไพเพอรีน) หรือในรูปแบบสารสกัดที่พัฒนามาให้ดูดซึมได้ดีขึ้น มักจะให้ระดับสารในเลือดสูงกว่า และเป็นรูปแบบที่ใช้ในการทดลองที่พบประโยชน์จริง (การทบทวนเคอร์คูมิน; เมตา-วิเคราะห์) ในประเทศไทย ขมิ้นชันเป็นเครื่องปรุงที่คุ้นเคย การแนะนำให้ใช้ขมิ้นชันในการปรุงอาหารจึงเข้ากับวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์ควรให้คำเตือนเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือสารสกัดในปริมาณสูง โดยปราศจากการปรึกษาแพทย์

ไข่และโคลีน

ไข่และสารโคลีนสมควรได้รับการกล่าวถึง เนื่องจากโคลีนเป็นสารตั้งต้นของอะซีติลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทสำคัญต่อกระบวนการความจำ งานวิจัยเชิงสังเกตพบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคโคลีนจากอาหารในปริมาณสูง กับการทำงานของสมองที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ แม้การศึกษาแบบทดลองจะยังมีจำกัด ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่หาได้ง่ายและเข้ากับวิถีการกินของคนไทยเป็นอย่างดี ทั้งไข่เจียว ไข่ต้มในก๋วยเตี๋ยว หรือเมนูอื่น ๆ การบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น วันละ 1 ฟอง จึงเป็นคำแนะนำที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่

ธัญพืชไม่ขัดสีและใยอาหาร

ธัญพืชไม่ขัดสีและใยอาหาร ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและส่งเสริมระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งงานวิจัยเริ่มชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงกับสุขภาพสมอง รูปแบบการบริโภคอาหารที่เน้นธัญพืชไม่ขัดสีเป็นหลัก แทนคาร์โบไฮเดรตแปรรูป พบว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมที่ลดลงจากการศึกษาเชิงสังเกต และเป็นส่วนประกอบสำคัญของรูปแบบการบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและ MIND diet ซึ่งแสดงความสัมพันธ์เชิงป้องกันในกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก (หลักฐานจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียน/ MIND) สำหรับคนไทย การปรับเปลี่ยนจากข้าวขาวขัดสี มาเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี หรือข้าวผสมในบางมื้อของวัน ถือเป็นการเริ่มต้นที่ทำได้จริงและเป็นประโยชน์

กาแฟและชาเขียว

กาแฟและชาเขียวมีทั้งคาเฟอีนและสารโพลีฟีนอล ซึ่งอาจช่วยเสริมสร้างสมาธิ อารมณ์ และจากการศึกษาเชิงสังเกตพบว่าอาจลดความเสี่ยงของโรคความเสื่อมของระบบประสาทบางชนิด การบริโภคกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคพาร์กินสันที่ลดลง และอาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองได้บางส่วน ชาเขียวก็ให้ผลในลักษณะคล้ายกันในกลุ่มประชากรแถบเอเชียตะวันออก แม้ความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด (Harvard Health บทความเกี่ยวกับกาแฟ/ชา) จึงควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลในปริมาณมาก

ดาร์กช็อกโกแลตและฟลาโวนอลจากโกโก้

ดาร์กช็อกโกแลต และสารฟลาโวนอลจากโกโก้ แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงสมาธิและการไหลเวียนโลหิตในสมองในระยะสั้น จากการทดลองแบบสุ่ม ซึ่งมักใช้สารสกัดที่มีฟลาโวนอลสูง ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของโกโก้และปริมาณน้ำตาล ดังนั้นจึงควรเลือกดาร์กช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้สูงและน้ำตาลน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (การทดลองฟลาโวนอลจากโกโก้) ในวัฒนธรรมไทยที่นิยมขนมหวาน การเลือกรับประทานดาร์กช็อกโกแลตชิ้นเล็ก ๆ เป็นครั้งคราว อาจเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพที่น่าลอง

น้ำมันมะกอกและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

น้ำมันมะกอกและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน มีความเชื่อมโยงกับการสูงวัยของสมองที่ดีขึ้นจากการศึกษาเชิงสังเกต แม้ว่าน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อาจไม่ใช่ไขมันที่ใช้กันแพร่หลายในครัวไทยดั้งเดิม แต่คำแนะนำสามารถมุ่งเน้นไปที่การลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวบางส่วน (เช่น อาหารทอด หรือกะทิเข้มข้น) และหันมาใช้น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ และปรับวิธีการปรุงอาหารให้ลดไขมัน เช่น การผัดด้วยน้ำมันน้อย การย่าง หรือการนึ่ง เพื่อยกระดับคุณภาพของอาหารโดยรวม (หลักฐานอาหารเมดิเตอร์เรเนียน).

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการระมัดระวัง ไม่ควรพึ่งพาอาหารเสริมหรือ “อาหารวิเศษ” เพียงอย่างเดียว นักวิจัยชั้นนำจากมหาวิทยาลัย Rush ชี้ว่า “การเพิ่มผักใบเขียวเพียงวันละหนึ่งหน่วยบริโภค อาจเป็นวิธีง่าย ๆ ในการส่งเสริมสุขภาพสมอง” ในขณะที่การทดลองสารอาหารเดี่ยว เช่น โอเมกา-3 ในปริมาณสูง หรือเคอร์คูมิน กลับให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับกลุ่มประชากรและรูปแบบผลิตภัณฑ์ (การศึกษา Rush เรื่องผักใบเขียว; การทบทวนโอเมกา-3) นักวิจัยที่ทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบมักแนะนำให้ความสำคัญกับรูปแบบการบริโภคอาหารโดยรวม และเรียกร้องให้มีการทดลองแบบสุ่มที่มีคุณภาพและดำเนินการในระยะยาวมากขึ้น เพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (การทบทวนเคอร์คูมิน; การทบทวนโอเมกา-3 เชิงระบบ).

ในบริบทของประเทศไทย ผลลัพธ์จากงานวิจัยเหล่านี้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องกับวิถีชีวิต อาหารหลายชนิดที่ได้รับการแนะนำ ล้วนเป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยในครัวไทยอยู่แล้ว อาทิ ปลามัน (ปลาทู ปลากระป๋อง) ผักใบเขียวในเมนูผัดและยำ ขมิ้นและเครื่องเทศที่ใช้ในแกง รวมถึงผลไม้หลากชนิดที่เป็นแหล่งของโพลีฟีนอล สารสนเทศด้านสาธารณสุขสามารถเน้นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ยั่งยืนและทำได้จริง เช่น การบริโภคปลามันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง, ผักใบเขียววันละหนึ่งหน่วยบริโภค, ผลไม้หลากสี 2 หน่วยบริโภคต่อวัน, ถั่วหนึ่งกำมือเป็นของว่าง, และการปรับเปลี่ยนจากคาร์โบไฮเดรตแปรรูปเป็นธัญพืชไม่ขัดสีในบางมื้อ แทนการใช้จ่ายเงินกับอาหารเสริมราคาแพงซึ่งอาจให้ประโยชน์ไม่มากนักสำหรับคนส่วนใหญ่ (ข้อมูล WHO ประเทศไทย; การศึกษาปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อมในไทย).

ค่านิยมทางวัฒนธรรมของไทย อาทิ การดูแลผู้สูงอายุภายในครอบครัว การรับประทานอาหารร่วมกัน และความเคารพในอาหารพื้นถิ่น รวมถึงสมุนไพร ล้วนเป็นจุดแข็งที่สามารถนำผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติได้จริง บุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลอาหารในครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนสูตรอาหารให้มีผักและปลาเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่วัดและศูนย์ชุมชนสามารถจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ และสถานพยาบาลปฐมภูมิสามารถผนวกคำแนะนำด้านอาหารที่เข้าใจง่ายเข้ากับการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน และผู้ที่เริ่มมีข้อกังวลเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม ควบคู่กันนี้ แพทย์ควรเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปริมาณสูงและสารสกัดที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่ หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

มองไปข้างหน้า นักวิจัยเรียกร้องให้มีการทดลองเพื่อศึกษาการบริโภคอาหารที่ปรับให้เข้ากับบริบททางวัฒนธรรม เช่น MIND diet ในรูปแบบของไทย และการทดลองระยะยาวในกลุ่มประชากรที่หลากหลาย การพัฒนาตัวชี้วัดการบริโภคอาหารและการสูงวัยของสมองที่ดีขึ้น รวมถึงการทดลองเชิงปฏิบัติในระดับชุมชน จะช่วยระบุได้อย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงด้านอาหารประเภทใดที่มีประสิทธิภาพและสามารถขยายผลในประเทศไทยได้จริง นโยบายที่สนับสนุนการเข้าถึงปลาสดราคาประหยัด ผักสด และธัญพืชไม่ขัดสี รวมถึงการลดการบริโภคอาหารแปรรูปและอาหารที่มีน้ำตาลสูง จะเป็นการเชื่อมโยงนโยบายด้านโภชนาการเข้ากับเป้าหมายด้านสุขภาพสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้อ่านชาวไทย: ตั้งเป้าบริโภคปลามันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 มื้อ (เลือกปรุงด้วยวิธีนึ่งหรือย่าง แทนการทอด), ผักใบเขียววันละ 1 หน่วยบริโภค (เช่น ผัดกับกระเทียมไฟอ่อน หรือใส่ในต้มจืด), ผลไม้หลากสีวันละ 2 หน่วยบริโภค, ถั่วหนึ่งกำมือเป็นของว่าง, และใช้ขมิ้นชันในการปรุงอาหารร่วมกับพริกไทยดำ เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึม เน้นธัญพืชไม่ขัดสีในมื้ออาหารประจำวันอย่างน้อยหนึ่งมื้อ, จำกัดการบริโภคเครื่องดื่มรสหวานและอาหารทอด และที่สำคัญ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปริมาณสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาอื่น ๆ หลายชนิด (Harvard Health คู่มือเชิงปฏิบัติ; การทบทวนการทดลองเคอร์คูมิน).

กล่าวโดยสรุป หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยืนยันแนวทางที่ว่า “อาหารสำคัญที่สุด” สำหรับสุขภาพสมอง นั่นคือ การบริโภคอาหารที่หลากหลาย มีสีสันครบถ้วน และผ่านการแปรรูปน้อย ซึ่งหลายชนิดเป็นที่คุ้นเคยในครัวเรือนไทย ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ในขณะที่งานวิจัยยังคงเดินหน้าศึกษาเกี่ยวกับสารอาหารและสารสกัดเฉพาะทาง ครอบครัวและหน่วยบริการสุขภาพสามารถเริ่มลงมือได้ทันที ด้วยมาตรการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม เพื่อช่วยบรรเทาภาระของผู้ดูแลและระบบสาธารณสุขในอนาคต (การศึกษา Rush เรื่องผักใบเขียว; การทบทวนเชิงระบบโอเมกา-3 และเคอร์คูมิน, (การทบทวนเคอร์คูมิน)).