ผลการศึกษาชิ้นใหญ่ล่าสุดตอกย้ำว่า แค่เดินเร็ววันละ 15 นาที ก็มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตลงได้ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ แนวทางดูแลสุขภาพแบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ว่าจะมีฐานะแบบไหน ก็สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพและช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นได้ งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Preventive Medicine โดยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง “การเดินเร็ว” กับการลดอัตราการเสียชีวิต แม้จะพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ หรือรูปแบบการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยแล้วก็ตาม ข้อค้นพบนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริบทสังคมไทย เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาและข้อจำกัดในการออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ หรือไม่มีโอกาสเข้าถึงยิมและศูนย์ฟิตเนสที่มีค่าใช้จ่ายสูง

งานวิจัยนี้ตอบโจทย์กลุ่มเปราะบาง สถานการณ์ใกล้เคียงกับไทย

งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้โดดเด่นที่การมุ่งเน้นศึกษาในกลุ่มชุมชนเปราะบาง ซึ่งมักถูกละเลยจากการวิจัยทางการแพทย์ส่วนใหญ่ ที่ผ่านมา การศึกษาเรื่องการออกกำลังกายกับอัตราการเสียชีวิตมักจะจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ผิวขาวในประเทศซีกโลกตะวันตก ซึ่งต่างจากบริบทของผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาอีกหลายกลุ่ม งานวิจัยนี้ได้ใช้ข้อมูลจากการศึกษา Southern Community Cohort Study (SCCS) ซึ่งสำรวจประชากร 85,000 คน อายุ 40-79 ปี โดยพบว่ามากกว่าครึ่งมีรายได้ต่อปีไม่ถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และสองในสามเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน จึงทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการเดินในชีวิตประจำวันส่งผลต่อสุขภาพของกลุ่มเปราะบางอย่างไร ซึ่งถือว่ามีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่ของประเทศไทย

ผู้เข้าร่วมการศึกษาได้ตอบแบบสอบถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการเดิน โดยแบ่งเป็น “เดินช้า” (เช่น การเดินเล่น หรือเดินชมวิว) และ “เดินเร็ว” (เช่น การเดินออกกำลังกาย หรือการเดินขึ้นลงบันได) พร้อมระบุระยะเวลาเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ไม่เดินเลยไปจนถึงเดินมากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อวัน ผลการศึกษาพบว่า แม้การเดินช้าจะช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้ประมาณร้อยละ 4 หากเดินมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน (แต่ผลยังไม่ชัดเจนในเชิงสถิติ) ทว่า “การเดินเร็ว” กลับให้ประโยชน์ที่โดดเด่นกว่า เพราะเพียงแค่เดินเร็ววันละ 15 นาที ก็สามารถลดความเสี่ยงเสียชีวิตลงได้เกือบ 19 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญคือ การเดินเร็วยังช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะโรคหัวใจ โดยพบว่าผู้ที่เดินเร็วมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคกลุ่มนี้น้อยลงถึงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เดินเลย

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ประโยชน์เหล่านี้ยังคงเด่นชัด แม้จะปรับตามพฤติกรรมสุขภาพที่ดีด้านอื่น ๆ เช่น การไม่สูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการไม่ใช้ชีวิตแบบนั่งเฉย ๆ ก็ตาม และผลลัพธ์จากการเดินเร็วก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมทางกายประเภทอื่นใด หมายความว่าแม้แต่ผู้ที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว หากเพิ่ม “การเดินเร็ว” เข้าไป ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้นไปอีก

“ผลการวิจัยนี้ตอกย้ำว่า การเดิน โดยเฉพาะการเดินเร็ว ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างมากในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงเสียชีวิต แม้เพียงวันละ 15 นาที” ทีมผู้วิจัยได้สรุปและชี้ให้เห็นว่า นี่คือคำแนะนำที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการออกกำลังกายรูปแบบอื่น ๆ

สุขภาพดีเริ่มต้นที่ก้าวเดินเร็ว ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ราคาแพง

บุคลากรด้านสาธารณสุขที่ให้ความเห็นต่อผลงานวิจัยนี้เน้นย้ำว่า “คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ราคาแพง ไม่จำเป็นต้องมีเวลาว่างมากมาย แค่สวมรองเท้า เดินออกไปด้วยจังหวะที่รวดเร็ว แล้วปล่อยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว” ทั้งวัยทำงานที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา หรือผู้สูงอายุในบ้านเรา ก็สามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพหัวใจของตนเองได้ทันที เช่น การอาศัยช่วงพักกลางวัน หรือหลังอาหารเย็น ออกไปเดินรอบสวนสาธารณะใกล้บ้าน เดินตามริมทางเดินรอบวัด หรือเดินในตลาดสด ก็ล้วนแต่ได้รับประโยชน์เช่นกัน

ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในเมืองหรือชนบท ก็มีสถานที่ที่เอื้อต่อการเดินได้อย่างปลอดภัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลานวัด สวนสาธารณะ หรือตลาด ผลการวิจัยนี้จึงอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ลุกขึ้นมาเดินเร็ว โดยไม่ต้องรอเวลาสำหรับการออกกำลังกายที่เป็นกิจลักษณะ

โรคหัวใจคร่าชีวิตคนไทยสูง! เดินเร็วคือคำตอบ สุขภาพดี ประหยัดงบ

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุลำดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วประเทศ ขณะที่อุบัติการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการนั่งนิ่งและรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และขอนแก่น ด้วยข้อจำกัดทั้งเรื่องเวลา รายได้ และโอกาส คำแนะนำเรื่อง “การเดินเร็ว” จึงถือเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับทั้งวัยทำงาน ผู้สูงอายุ และคนทุกช่วงวัย

นโยบายส่งเสริมการเดินเพื่อสุขภาพ: เป็นจริงได้และส่งผลชัดเจน

ปัจจุบัน หน่วยงานด้านสาธารณสุขและผู้บริหารส่วนท้องถิ่นหลายแห่งในประเทศไทย เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการ “เดิน” ในพื้นที่เมือง และมีการสื่อสารรณรงค์อย่างจริงจัง อาทิ โครงการ “We Walk, Bangkok Walks” ของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงทางเท้าและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอยากเดินมากขึ้น เพื่อเป้าหมายในการลดมลพิษและส่งเสริมสุขภาพที่ดี ประสบการณ์และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดนี้จึงเข้ามาสนับสนุนให้โครงการส่งเสริมการเดินเหล่านี้สามารถสร้างผลตอบแทนด้านสุขภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ผู้คนจะมีเวลาน้อย หรือมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ก็ยังคงสามารถใช้ “การเดินเร็ว” เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้

ข้อจำกัดของงานวิจัย: สิ่งที่ต้องพิจารณา

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยฉบับนี้ก็มีข้อจำกัดบางประการ อาทิ การพึ่งพาข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมประเมินและรายงานด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในการจดจำหรือนับรวมกิจกรรมอื่น ๆ ปะปน อีกทั้งยังมีการวัดกิจกรรมเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ได้มีการติดตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดช่วงเวลาที่ทำการศึกษา และเนื่องจากเป็นงานวิจัยเชิงสังเกต ไม่ใช่การทดลองแบบควบคุม ผู้วิจัยจึงไม่สามารถตัดปัจจัยรบกวนแฝงหรือภาวะโรคร่วมอื่น ๆ ออกไปได้อย่างสมบูรณ์ กระนั้นก็ตาม ขนาดของกลุ่มตัวอย่างและความหลากหลายของข้อมูล รวมถึงผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันในหลายการวิเคราะห์ ก็ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อสรุปที่ได้

ฟื้นฟูวัฒนธรรมการเดิน ลดพฤติกรรมนั่งติดที่ สู่ ‘การเดินเพื่อสุขภาพ’ ที่ยั่งยืน

เดิมที วัฒนธรรมไทยให้ความสำคัญกับการเดินในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินจับจ่ายในตลาด เดินในลานวัด หรือเดินไปตามท้องทุ่งนา ทว่าในยุคปัจจุบันที่วิถีชีวิตเร่งรีบ การเดินทางด้วยรถยนต์กลายเป็นปัจจัยหลัก และผู้คนมีพฤติกรรมการนั่งนิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและพนักงานออฟฟิศ (อ้างอิงข้อมูลจาก nesdc.go.th) ส่งผลให้การเดินในชีวิตประจำวันลดน้อยลง ด้วยเหตุนี้ การเดินเร็วและการเดินเพื่อสุขภาพจึงควรได้รับการต่อยอดและชูคุณค่าให้สอดคล้องกับรากฐานวัฒนธรรมการพึ่งพาตนเองและความใกล้ชิดกับธรรมชาติของคนไทย ผลงานวิจัยล่าสุดนี้จึงเข้ามาช่วยเน้นย้ำความสำคัญของการรณรงค์ให้มีการกลับมาเดินเร็วอีกครั้ง เพื่อให้คนไทยรุ่นใหม่ได้รับรู้ว่า ทุกย่างก้าวที่มีจังหวะย่อมส่งผลดีในระยะยาวต่อสุขภาพร่างกาย

ทางเลือกง่าย ๆ เพื่อ ‘สุขภาพดีถ้วนหน้า’ ของคนไทย

เมื่อมองไปข้างหน้า ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงทางเลือกที่สามารถปฏิบัติได้จริงเพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเดินกลุ่มในชุมชน การจัดทำทางเดินที่ปลอดภัย หรือการรณรงค์ผ่านสถานศึกษาและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้ความรู้ความเข้าใจว่า “การเดินเร็ว” มีประโยชน์อย่างไร ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยลดความอ้วน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจวายและอัตราการเสียชีวิตได้โดยตรง สำหรับประชาชนแต่ละคน ข้อความสำคัญคือ หากสามารถจัดสรรเวลาได้เพียง 15 นาที ลุกขึ้นมาเดินเร็วรอบวัด สวนสาธารณะ หรือแม้แต่ในตรอกซอยใกล้บ้าน ก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดที่สามารถทำได้แล้วในตอนนี้

สรุป

บทสรุปจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด คือ ประชาชนไทยทุกช่วงวัยควรหมั่นเดินเร็วให้ได้อย่างน้อยวันละ 15 นาที ไม่ว่าจะต้องเร่งรีบชีวิตประจำวัน มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือมีเวลาน้อย การเดินเร็วก็ยังคงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจและช่วยยืดอายุขัยได้อย่างแท้จริง เริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีรองเท้าคู่เดียวและก้าวเดินอย่างมั่นใจ ไม่ว่าสถานที่ใดก็สามารถเริ่มได้ทันที

อ่านฉบับเต็มและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ EatingWell และบทความสุขภาพหัวใจจากองค์การอนามัยโลก who.int