เสริณีเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๖. เสริณีเปติวัตถุ
เรื่องนางเสริณีเปรต
(อุบาสกคนหนึ่งถามนางเสริณีเปรตว่า)
[๔๖๔] นางผู้มีร่างกายซูบผอม มีแต่ซี่โครงปรากฏ เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เธอเป็นใครเล่ามายืนอยู่ที่นี้
(นางเสริณีเปรตตอบว่า)
[๔๖๕] ท่านผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
(อุบาสกถามว่า)
[๔๖๖] เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
(นางเสริณีเปรตตอบว่า)
[๔๖๗] เมื่อสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้เป็นดุจท่าน้ำซึ่งไม่มีใครหวงห้ามมีอยู่ ดิฉันเก็บทรัพย์ไว้ประมาณกึ่งมาสก เมื่อไทยธรรมมีอยู่ก็ไม่ได้ทำที่พึ่งแก่ตน
[๔๖๘] ดิฉันกระหายน้ำจึงเข้าไปใกล้แม่น้ำ แม่น้ำกลับกลายเป็นว่างเปล่าไป ในเวลาร้อนเข้าไปใกล้ร่มไม้ ร่มไม้กลับกลายเป็นแดดไป
[๔๖๙] ทั้งลมก็ร้อนเหมือนไฟ พัดดิฉันฟุ้งไป ท่านผู้เจริญ ดิฉันเสวยทุกข์มีความกระหายเป็นต้นนี้ และทุกข์อย่างอื่นที่หนักกว่านั้น
[๔๗๐] ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้วช่วยบอกมารดาของดิฉันว่า เราเห็นธิดาของท่านตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้ เขาจึงตายไปเกิดยังเปตโลก
[๔๗๑] ดิฉันมีทรัพย์อยู่สี่แสน เก็บซ่อนไว้ใต้เตียง ทั้งไม่ได้บอกใครๆ ไว้
[๔๗๒] ขอมารดาของดิฉันจงเอาทรัพย์ส่วนหนึ่งจากที่เก็บซ่อนไว้นั้น ให้ทานบ้าง เลี้ยงชีพบ้าง ครั้นให้ทานแล้วจงอุทิศส่วนบุญมาให้ดิฉันบ้าง เมื่อนั้นดิฉันจักมีความสุข สำเร็จความประสงค์ทุกอย่าง
[๔๗๓] อุบาสกนั้นรับคำของนางว่า สาธุ แล้วไปถึงหัตถินีนคร ได้บอกมารดาของนางว่า ฉันเห็นธิดาของเธอตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำชั่วไว้ นางจึงตายไปเกิดยังเปตโลก
[๔๗๔] ณ ที่นั้น นางสั่งฉันว่า ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้วช่วยบอกมารดาของดิฉันว่า เราเห็นธิดาของท่านตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้ นางจึงตายไปเกิดยังเปตโลก
[๔๗๕] ดิฉันมีทรัพย์อยู่สี่แสน เก็บซ่อนไว้ใต้เตียง ทั้งไม่ได้บอกใครๆ ไว้
[๔๗๖] ขอมารดาของดิฉันจงเอาทรัพย์ส่วนหนึ่งจากที่เก็บซ่อนไว้นั้น ให้ทานบ้าง เลี้ยงชีพบ้าง ครั้นให้ทานแล้วจงอุทิศส่วนบุญให้แก่ดิฉันบ้าง เมื่อนั้นดิฉันจักมีความสุข สำเร็จความประสงค์ทุกอย่าง
[๔๗๗] มารดาของนางเสริณีเปรตนั้น ถือเอาทรัพย์ส่วนหนึ่งจากที่นางเสริณีเปรตเก็บซ่อนไว้นั้นมาให้ทาน ครั้นให้แล้วได้อุทิศส่วนบุญไปให้นาง นางเสริณีเปรต มีความสุข และแม้มารดาของนางก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้น
เสริณีเปติวัตถุที่ ๖ จบ
-----------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ จูฬวรรคที่ ๓
๖. เสรินีเปตวัตถุ
อรรถกถาเสรินีเปติวัตถุที่ ๖
พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภนางเสรินีเปรต ดังนี้.
ได้ยินว่า ในหัตถินีบุรี ในแคว้นกุรุรัฐ มีหญิงคนหนึ่งชื่อว่าเสรินี ได้เป็นผู้อาศัยรูปเลี้ยงชีวิต.
ก็ภิกษุทั้งหลายจากที่นั้นๆ ได้มาประชุมกันในหัตถินีบุรีนั้น เพื่อต้องการทำอุโบสถ. ได้มีภิกษุจำนวนมากมาประชุมกันอีก. มนุษย์ทั้งหลายเห็นดังนั้นจึงจัดเตรียมเครื่องอุปกรณ์ในการบำเพ็ญทานเป็นอันมาก มีเมล็ดงาและข้าวสารเป็นต้น และมีเนยใส เนยข้นและน้ำผึ้งเป็นต้น บำเพ็ญมหาทาน.
ก็สมัยนั้น นางคณิกาคนนั้นไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส จิตถูกกลุ้มรุมด้วยมลทินคือความตระหนี่ แม้จะถูกพวกมนุษย์เหล่านั้นให้กำลังใจว่า มาซิเธอ ก่อนอื่นจงอนุโมทนาทานนี้ ก็ประกาศยืนยันความไม่เลื่อมใสแก่มนุษย์เหล่านั้นว่า จะประโยชน์อะไรด้วยทานที่ให้แก่พวกสมณะโล้น การบริจาคสิ่งของมีประมาณเล็กน้อยจักมีแต่ไหน.
สมัยต่อมา นางทำกาละแล้ว บังเกิดเป็นเปรตที่หลังคูแห่งปัจจันตนครแห่งหนึ่ง.
ลำดับนั้น อุบาสกชาวเมืองหัตถินีบุรีคนหนึ่งไปยังนครนั้นเพื่อการค้า ในเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรี ได้ไปยังหลังคูด้วยประโยชน์เช่นนั้น. นางเห็นเขาที่นั้นก็จำได้ เป็นคนเปลือยมีร่างกายเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เห็นเข้าน่าสะพึงกลัวยิ่งนัก ได้ยืนแสดงตนอยู่ในที่ไม่ไกล.
อุบาสกนั้นเห็นนางนั้นแล้ว ถามเป็นคาถาว่า :-
ท่านเปลือยกาย มีรูปพรรณน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ดูก่อนนางผู้ซูบผอมจนเห็นแต่ซี่โครง ท่านเป็นใครหนอ มายืนอยู่ที่นี้.
ฝ่ายนางเปรตจึงประกาศตนแก่อุบาสกนั้นด้วยคาถาว่า :-
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต ตกทุกข์ได้ยาก เกิดในยมโลก ทำกรรมอันลามกไว้ จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก.
นางถูกอุบาสกนั้นถามถึงกรรมที่ตนกระทำด้วยคาถาอีกว่า :-
ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกายวาจาและใจหรือ เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร ท่านจึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก
จึงบอกกรรมที่ตนกระทำไว้ และประโยชน์ที่เขาพึงกระทำให้แก่ตนอีก ด้วยคาถา ๖ คาถานี้ว่า :-
ดิฉันได้ค้นหาทรัพย์มาได้กึ่งมาสก ในที่ที่ไม่มีใครหวงห้าม เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ดิฉันไม่ได้กระทำที่พึ่งแก่ตนไว้ ดิฉันกระหายน้ำเข้าไปยังแม่น้ำ แม่น้ำก็กลับว่างเปล่าไป ในเวลาร้อน ดิฉันเข้าไปยังร่มไม้ ร่มไม้กลับกลายเป็นแดดไป ทั้งลมก็กลับกลายเป็นเปลวไฟไป เผาร่างของดิฉันฟุ้งไป
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันควรจะเสวยทุกข์มีความกระหายเป็นต้นตามที่ท่านกล่าวแล้วนี้ และทุกข์อย่างอื่นอันชั่วช้าทารุณกว่านั้น ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้ว ขอช่วยบอกแก่มารดาดิฉันว่า เราเห็นธิดาของท่านตกทุกข์ เกิดในยมโลก เขาจากโลกนี้ไปยังเปตโลก เพราะทำบาปกรรมไว้.
ทรัพย์ของดิฉันมีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ดิฉันซ่อนไว้ภายใต้เตียง ไม่ได้บอกแก่ใครๆ ขอมารดาของดิฉันจงถือเอาทรัพย์จากที่ซ่อนไว้นั้นเถิด ให้ทานบ้าง เลี้ยงชีวิตบ้าง ครั้นให้ทานแล้ว ขอจงอุทิศส่วนบุญมาให้แก่ดิฉันบ้าง เมื่อนั้นดิฉันก็จะมีความสุข สำเร็จความประสงค์ทั้งปวง.
เมื่อนางเปรตนั้นกล่าวอย่างนี้ อุบาสกนั้นรับคำของนางนั้นแล้ว พิจารณากรณียกิจของตนในที่นั้น จึงไปยังหัตถินีนคร แจ้งเรื่องนั้นแก่มารดาของนาง.
เพื่อจะแสดงเรื่องนั้น พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย จึงกล่าวว่า :-
อุบาสกนั้นรับคำของนางเปรตนั้นแล้วกลับไปสู่หัตถินีนคร บอกแก่มารดาของนางว่า ข้าพเจ้าเห็นธิดาของท่าน เขาตกทุกข์ เกิดในยมโลก เพราะได้กระทำกรรมชั่วไว้ จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก นางได้สั่งฉันในที่นั้นว่า ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้ว จงบอกแก่มารดาของดิฉันด้วยว่า ธิดาของท่านเราเห็นแล้ว ตกทุกข์ เกิดอยู่ในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก
ทรัพย์ของดิฉันมีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ดิฉันซ่อนไว้ภายใต้เตียงไม่ได้บอกแก่ใครๆ ขอมารดาของดิฉันจงถือเอาทรัพย์จากที่ซ่อนไว้ นั้นมาให้ทานบ้าง เลี้ยงชีวิตบ้าง ครั้นให้ทานแล้วจงอุทิศส่วนบุญไปให้แก่ดิฉัน เมื่อนั้นดิฉันจักมีความสุข สำเร็จความประสงค์ทั้งปวง.
ก็มารดาของนางเปรตนั้นถือเอาทรัพย์ที่นางเปรตซ่อนไว้นั้น มาให้ทาน ครั้นแล้วอุทิศส่วนบุญไปให้นางเปรต นางเปรตเป็นผู้มีความสุข แม้มารดาของนางก็เป็นอยู่สบาย.
มารดาของนางได้ฟังดังนั้นแล้ว ได้ถวายทานแด่ภิกษุสงฆ์ อุทิศไปให้นาง. เพราะเหตุนั้น นางตั้งอยู่ในความสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปกรณ์ที่ได้มาแสดงตนแก่มารดา บอกเหตุนั้นให้ทราบ. มารดาแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลาย.
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ จึงทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว. เทศนานั้นได้มีประโยชน์แก่มหาชนฉะนี้แล.
จบอรรถกถาเสรินีเปติวัตถุที่ ๖
-----------------------------------------------------