ในการประชุมเดียวกันกับในบันทึกที่แล้ว   ศ. กิตติคุณ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง นำเสนอเรื่อง “ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ที่มีชีวิต” (Lifelong Learning Lab)    ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก  และฟังแล้วคิดว่าเชื่อมโยงกับพันธกิจมหาวิทยาลัยกับสังคม (University Community Engagement)    โดยมีหลักการสำคัญคือ co-creation และการเรียนรู้ในชีวิตจริง  

ผมจึงตั้งคำถามต่อห้าสหายเอไอของผมว่า   “University Living Learning Lab คืออะไร  มีการบูรณาการบทบาทที่หลากหลายของมหาวิทยาลัยอย่างไร   เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเข้ากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) อย่างไร   ทำให้นักศึกษาเป็น co-creator ได้อย่างไร   นำสู่การ transform สถาบันอุดมศึกษาอย่างไร   ศ. กิตติคุณ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมืองมีบทบาทต่อพัฒนาการนี้อย่างไรบ้าง   กิจกรรมนี้มีส่วนคล้ายคลึงหรือเชื่อมโยงกับกิจกรรม พันธกิจมหาวิทยาลัยกับสังคม (University Community Engagement อย่างไรบ้าง  การเรียนรู้ในสถานการณ์จริงหรือในชีวิตจริงมีความสำคัญอย่างไรบ้าง

ได้รับคำตอบที่ดีเยี่ยมจากทุกสหาย   โดยผมขอเลือกคำตอบของ Copilot มาลงไว้ดังนี้

 

Copilot

แนวคิด University Living Learning Lab (ULLL) คือการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้จริง โดยใช้บริบทของมหาวิทยาลัยและชุมชนเป็นห้องทดลองเพื่อสร้างนวัตกรรมและความรู้ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

🧠 University Living Learning Lab คืออะไร

  • เป็น พื้นที่เรียนรู้เชิงปฏิบัติ ที่นักศึกษา คณาจารย์ และชุมชนร่วมกันแก้ปัญหาจริงในสังคม
  • ใช้หลักการ Co-creation และ Action Learning เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่
  • เชื่อมโยงกับ Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ

 

🏛️ การบูรณาการบทบาทของมหาวิทยาลัย

ULLL ทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทหลากหลายมากขึ้น เช่น:

  • นักวิจัย: สร้างองค์ความรู้จากการทดลองในสถานการณ์จริง
  • ผู้ให้บริการสังคม: ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ชุมชน
  • ผู้เรียนรู้ร่วมกับชุมชน: ไม่ใช่แค่สอน แต่เรียนรู้จากชุมชนด้วย
  • ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง: เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

🤝 การเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)

  • สร้างความร่วมมือกับ องค์กรภายนอก, ภาคธุรกิจ, ภาครัฐ, และ ชุมชน
  • ใช้ Living Lab Framework เพื่อสื่อสารและสะท้อนผลกระทบของโครงการ
  • ตัวอย่างเช่น โครงการ Bang Pho Living Lab ที่จุฬาฯ ร่วมกับชุมชนผลิตไม้

 

👩‍🎓 การทำให้นักศึกษาเป็น Co-Creator

  • นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการ ออกแบบ, พัฒนา, และ สะท้อนผลลัพธ์ ของโครงการ
  • ได้เรียนรู้ผ่าน Experiential Learning และ Project-based Learning
  • ได้ฝึกทักษะการคิดเชิงระบบ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับชุมชน

 

🔄 การ Transform สถาบันอุดมศึกษา

ULLL เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยในหลายมิติ:

มิติการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
การเรียนการสอน เน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง
การวิจัย สร้างองค์ความรู้จากปัญหาจริง
การบริหารจัดการ ใช้ข้อมูลจาก Living Lab ในการตัดสินใจ
ความสัมพันธ์กับสังคม สร้างพันธมิตรและความไว้วางใจ

 

ULLL จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “Sustainable University”

 

👩‍🏫 บทบาทของ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง

  • เป็นผู้พัฒนาแนวคิด Triangle of Living Learning Lab และ UPC4Local SDGs Action Model
  • ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่าน  4Co: Co-Create, Co-Design, Co-Develop, Co-Reflect
  • ขับเคลื่อนการเรียนรู้แบบ  Whole Institution Approach (WIA) ทั้งระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตร และระบบนิเวศการเรียนรู้

 

🌍 ความเชื่อมโยงกับ University Community Engagement

  • ทั้งสองแนวคิดเน้นการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยกับชุมชน
  • ULLL เป็นรูปแบบหนึ่งของ  Community Engagement ที่เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน
  • ต่างจากการบริการวิชาการแบบเดิมที่เน้นการถ่ายทอดจากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน

 

🧩 ความสำคัญของการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง

  • ทำให้นักศึกษาเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง
  • พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • สร้างแรงบันดาลใจและความรับผิดชอบต่อสังคม
  • เป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายและยั่งยืนมากกว่าการเรียนในห้องเรียน

ขอนำคำตอบของ ChatGPT มาลงไว้เพื่อเปรียบเทียบ

 

ChatGPT

คำถามนี้สะท้อนวิสัยทัศน์การศึกษาแบบพลิกโฉมมหาวิทยาลัย และเชื่อมโยง “มหาวิทยาลัยกับสังคม” อย่างแท้จริง ผ่านกรอบแนวคิดของ University Living Learning Lab (ULLL) ซึ่งกำลังเป็นแนวทางสำคัญระดับโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะผ่านงานของ ศ. กิตติคุณ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง

ต่อไปนี้คือคำอธิบายเชิงสังเคราะห์:

────────────────────

🧩 University Living Learning Lab (ULLL) คืออะไร

University Living Learning Lab (ULLL) หมายถึง “พื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต” ภายในมหาวิทยาลัยหรือชุมชน ที่ผสานการเรียน การวิจัย การรับใช้สังคม และการพัฒนานวัตกรรมอย่างบูรณาการ บนสถานการณ์จริง โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และให้นักศึกษาเป็นผู้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

Living Learning Lab ไม่ใช่ห้องปฏิบัติการธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่:

  • อยู่ในบริบทจริง (real-world context)
  • เน้นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน (co-learning)
  • มีความเป็นพลวัตและสร้างการเปลี่ยนแปลง (transformative)
  • นักศึกษาเป็น co-creator มิใช่ผู้เรียนแบบรับ passively

แนวคิดนี้ถือเป็นการรวมศาสตร์ของ:

  • Learning Lab (แนวคิดทางการศึกษาสมัยใหม่)
  • Living Lab (แนวคิดในด้านนวัตกรรมและนโยบายสาธารณะ)
  • Community Engagement (พันธกิจเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัย)

────────────────────

🎯 การบูรณาการบทบาทของมหาวิทยาลัย

ULLL ทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทหลากหลายดังนี้:

1. มหาวิทยาลัยในฐานะ “ผู้เรียนรู้” (Learning University)
ไม่ใช่เพียงแค่สอน แต่ร่วมเรียนรู้ไปกับนักศึกษา ชุมชน และสังคม

2. มหาวิทยาลัยในฐานะ “แพลตฟอร์ม” (Platform)
เปิดพื้นที่ให้ stakeholder ภายนอกเข้ามาร่วมแก้ปัญหาสังคมในบริบทจริง (SDGs, Circular Economy, BCG ฯลฯ)

3. มหาวิทยาลัยในฐานะ “ห้องทดลองนโยบายสาธารณะ”
เป็น sandbox เพื่อทดลองนโยบายใหม่ร่วมกับชุมชนและภาคส่วนต่างๆ

4. มหาวิทยาลัยในฐานะ “องค์กรนวัตกรรมทางสังคม”
พัฒนาแนวคิดและวิธีการใหม่เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน

────────────────────

🤝 การเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders)

  • มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น “แกนกลาง” ในการเชื่อมโยง:
    • นักศึกษา
    • อาจารย์
    • ชุมชนท้องถิ่น
    • หน่วยงานภาครัฐ
    • ภาคธุรกิจ
    • องค์กรพัฒนาเอกชน
  • รูปแบบการมีส่วนร่วม:
    • ร่วมตั้งโจทย์ (co-framing)
    • ร่วมดำเนินการ (co-action)
    • ร่วมเรียนรู้ผล (co-reflection)
    • ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง (co-impact)
  • ตัวอย่าง: โครงการหมู่บ้านอัจฉริยะ, วิทยาเขตสีเขียว, ธุรกิจเพื่อสังคมโดยนักศึกษา, ฯลฯ

────────────────────

👩‍🎓 นักศึกษาเป็น co-creator อย่างไร

นักศึกษาไม่ได้เรียนรู้จากหนังสือหรือ PowerPoint อย่างเดียวอีกต่อไป แต่:

  • ร่วมเข้าใจปัญหาของชุมชนจริง (เข้าใจแบบลึก ไม่ผิวเผิน)
  • ใช้ความรู้หลากวิชา (interdisciplinary) เพื่อตอบโจทย์
  • สร้างนวัตกรรมร่วมกับ stakeholder เช่น สื่อเพื่อการเปลี่ยนพฤติกรรม, โมเดลธุรกิจ, application
  • สะท้อนเรียนรู้ตลอดกระบวนการ → เสริม critical thinking + empathy + entrepreneurial mindset

กล่าวได้ว่า: นักศึกษาคือผู้ “สร้างความรู้” และ “ร่วมเปลี่ยนแปลงโลก” ไม่ใช่แค่ผู้รับความรู้

────────────────────

🌱 ULLL นำสู่การ transform มหาวิทยาลัยอย่างไร

  1. เปลี่ยนหลักสูตร → สู่ Project-based, Transdisciplinary, Outcome-based
  2. เปลี่ยนบทบาทอาจารย์ → จากผู้สอน → เป็น “ผู้จัดการกระบวนการเรียนรู้”
  3. เปลี่ยนการประเมินผล → จากการสอบ → เป็น Narrative Transcript, Portfolio
  4. เปลี่ยนสถานะมหาวิทยาลัย → จาก “หอคอยงาช้าง” → เป็น “Learning City / Learning Community”

สิ่งนี้ตรงกับกระแสปฏิรูปการอุดมศึกษาโลก เช่น:

  • Engaged University
  • Community-based Participatory Research
  • Sustainability University
  • University-SDG Engagement

────────────────────

👩‍🏫 บทบาทของ ศ.กิตติคุณ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง

  • ผู้บุกเบิกแนวคิด University Living Learning Lab ในประเทศไทย โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยสยาม
  • เชื่อมแนวคิด: Sufficiency Economy Philosophy (SEP) + SDGs + Learning Ecosystem
  • พัฒนา “สามเหลี่ยมการเปลี่ยนแปลง” (Triangle of Transformation) = คิด (Think) ทำ (Do) ร่วมสร้าง (Co-create)
  • ใช้หลักสูตรทั่วไป (General Education) เป็นพื้นที่ทดลองโมเดล Living Learning Lab
  • ผลักดันการเรียนรู้แบบ Active, Reflective, Experiential
  • ขับเคลื่อนผ่าน policy และการวิจัยระดับชาติ

เธอถือเป็น “ผู้นำทางความคิด” (Thought Leader) ที่เชื่อมปรัชญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดระดับโลก และสร้างทางเลือกใหม่ให้การศึกษาไทย

────────────────────

🔗 ความเชื่อมโยงกับพันธกิจมหาวิทยาลัยกับสังคม (University Community Engagement)

ประเด็น University Community Engagement University Living Learning Lab
ลักษณะการมีส่วนร่วม มหาวิทยาลัย “เข้าไปทำงาน” ร่วมกับชุมชน มหาวิทยาลัยสร้าง “พื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน”
จุดเน้นหลัก บริการวิชาการ / พัฒนาเชิงพื้นที่ การเรียนรู้ข้ามพรมแดนวิชา / การร่วมสร้างนวัตกรรม
นักศึกษา มักเป็นผู้ช่วย หรือทำกิจกรรมบริการสังคม เป็นผู้ออกแบบ ร่วมวิเคราะห์ และสร้างผลงานใหม่
บทบาทชุมชน ผู้รับบริการ / ผู้มีปัญหา เป็นผู้มีความรู้ ผู้ตั้งโจทย์ และผู้เปลี่ยนแปลงร่วม
ผลกระทบ สร้างประโยชน์แก่พื้นที่ สร้างทั้ง “พื้นที่การเรียนรู้” และ “ระบบนิเวศปัญญา”

 

ทั้งสองแนวคิดเชื่อมโยงกัน แต่ Living Learning Lab เป็นการ “ยกระดับ” community engagement ไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันอย่างพลิกโฉม

────────────────────

🌍 ความสำคัญของการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง

  • เสริมทักษะศตวรรษที่ 21: critical thinking, communication, collaboration, creativity
  • ฝึก “empathy” และ “citizenship” → สร้างพลเมืองที่รับผิดชอบ
  • ทำให้การเรียนรู้มีความหมาย (meaningful learning)
  • สร้างแรงจูงใจภายใน (intrinsic motivation) → เรียนรู้เพราะอยากเปลี่ยนโลก
  • ทำให้นักศึกษารู้ว่าความรู้ในห้องเรียนมี “พลังสร้างการเปลี่ยนแปลง”
  • ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้เป็น “Learning Organization” และ “Innovation Hub”

────────────────────

📌 สรุป:

University Living Learning Lab เป็นรูปแบบการศึกษาที่ผสานการเรียนรู้ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสถานการณ์จริง นักศึกษาจึงกลายเป็นผู้ร่วมสร้าง (co-creator) และมหาวิทยาลัยกลายเป็นผู้ร่วมเรียนรู้ (co-learner) กับสังคม

เป็นการเรียนรู้ที่มีพลังยิ่งสำหรับผม  และจะนำไปใช้แนะนำมหาวิทยาลัยไทยให้หาทางพลิกโฉม ตามแนวทางนี้

วิจารณ์ พานิช

๓ ก.ค. ๖๘