ในห้วงเวลาที่ภูมิทัศน์ประชากรและเศรษฐกิจของเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มีพลังสำคัญหนึ่งที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ กลุ่มสตรีวัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เท่านั้น แต่เทรนด์นี้ยังปรากฏชัดเจนในประเทศไทยด้วย สตรีกลุ่มนี้กำลังก้าวขึ้นเป็น “ผู้กำหนดรสนิยม” คนสำคัญ เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลัง “เศรษฐกิจสีเงิน” หรือ Silver Economy และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อธุรกิจหลากหลายประเภท กระแสวัฒนธรรม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเอเชียกำลังเผชิญกับภาวะอัตราการเกิดลดลงและการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ากลุ่มสตรีวัย 50 ปีขึ้นไปในภูมิภาคนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการพลิกโฉมมุมมองเกี่ยวกับการสูงวัยและการบริโภคในสังคมยุคใหม่ (Jing Daily)
ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์…และใกล้ซูเปอร์เอจมากขึ้น
ประเทศไทยถูกจัดให้เป็น “สังคมสูงวัย” โดยสมบูรณ์แล้ว และคาดการณ์ว่าจะก้าวสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยสัดส่วนประชากรที่มีอายุเกิน 65 ปี จะสูงกว่าร้อยละ 16 ภายในปี 2568 ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า เศรษฐกิจสีเงินกำลังจะพลิกโฉมแนวคิดการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน การทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และการปรับตัวของชุมชน ตั้งแต่การจ้างงาน การดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี ไปจนถึงมิติคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสตรีสูงวัยเริ่มมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและสังคมในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (Deloitte)
กลุ่มสตรีสูงวัยกับบทบาทใหม่ในตลาดบริโภคไทย
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนภาพชัดเจนในประเทศไทย อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น อัตราการเกิดที่ลดลง ควบคู่กับการปรับนโยบายต่างๆ ส่งผลให้ “ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสตรี” กลายเป็นกลุ่มกำลังซื้อที่เติบโตและทรงอิทธิพล ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับโอกาสและความท้าทายในสังคมสูงวัย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ การดูแลความเป็นธรรมระหว่างช่วงวัย ตลอดจนการส่งเสริมให้กลุ่มสูงวัยมีสุขภาพที่ดีและมั่นคงทางการเงิน (Peoplewise)
สตรีวัย 50+ พลิกทัศนคติ ปฏิเสธภาพลักษณ์เดิม
ผลการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกชี้ว่า สตรีวัย 50 ปีขึ้นไป ไม่ได้เป็นเพียงผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตแบบเงียบสงบตามค่านิยมดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว กลุ่มนี้เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับแฟชั่น เป็นนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศิลปะหลังเกษียณ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสังคมออนไลน์และกำลังซื้อเพื่อเรียกร้องสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างชัดเจนในเมืองใหญ่ของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (Jing Daily; WEF)
สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า ชาวไทยในวัย “สีเงิน” (ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) ราวร้อยละ 40 ยังคงทำงานหรือมีรายได้ โดยสตรีสูงวัยมีสัดส่วนกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ทั้งในฐานะผู้ประกอบการและอาสาสมัคร ในด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตัวเลขผู้สูงวัยไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53.6 เป็นร้อยละ 56.3 ภายในไตรมาสเดียว ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กระตุ้นให้ต้องปรับตัวเข้าสู่สังคมออนไลน์มากขึ้น (Deloitte)
เศรษฐกิจสีเงินไทย: ไม่ใช่แค่ “คนสูงวัย” แบบเดียว
หนึ่งในมิติสำคัญของเศรษฐกิจสีเงินในประเทศไทยคือ “ความหลากหลาย” ที่สะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างกันอย่างมากของสตรีวัย 50 ปีขึ้นไป ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติและวิเคราะห์ทางการตลาด ได้จำแนกกลุ่มหลักออกเป็น 4 ประเภท ตั้งแต่กลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงและเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ไปจนถึงกลุ่มที่เน้นความประหยัดและมีแนวคิดอนุรักษนิยม “กลุ่มเงินถุง” ซึ่งหมายถึงสตรีสูงวัยในเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงและเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างคล่องตัว มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี สำหรับสตรีประมาณ 7 แสนคน ขณะที่กลุ่มสตรีสูงวัยในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือผู้มีรายได้น้อย กลับเผชิญกับข้อจำกัดด้านการเงินและการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างมาก โดยได้รับเงินเลี้ยงดูประจำปีจากบุตรหลานต่ำกว่า 5,000 บาท ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับความยากจนที่ธนาคารโลกใช้เป็นเกณฑ์ในประเทศไทย (Deloitte)
ดังนั้น ภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับแนวคิดใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การแบ่งกลุ่มเป้าหมาย การนำเสนอบริการดูแลสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ที่ออกแบบสำหรับผู้สูงวัย การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การท่องเที่ยว ไปจนถึงบริการด้านกฎหมายอย่าง “รีเวิร์สมอร์เกจ” ที่สามารถตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ในขณะที่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและโครงการชุมชนต่างๆ ก็ต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มสตรีสูงวัย ภายใต้เทรนด์ “วัยเก๋าสร้างสรรค์” และแนวคิดชีวิตอิสระหลังเกษียณ (Intellifyglobal)
แนวโน้มการใช้จ่าย: ฉลาด-คุ้มค่า-ใส่ใจสุขภาพ
ข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นว่า สตรีวัย 50 ปีขึ้นไปให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” เป็นอย่างมากในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและเศรษฐกิจเติบโตช้าลง สินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพ ความคงทน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ รายจ่ายหลักยังคงเป็นอาหาร ของใช้สำหรับผู้สูงวัย ประกันสุขภาพ และบริการจัดส่งออนไลน์ ในขณะที่ประสบการณ์ด้านสุขภาพ กิจกรรมสันทนาการ ศิลปะ และการเข้าสังคมผ่านช่องทางดิจิทัลก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน (Intellifyglobal)
จากรายงานของ World Economic Forum คาดการณ์ว่ากลุ่มประชากรสูงวัย (50 ปีขึ้นไป) จะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 32 ของประชากรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายในปี 2573 และจะสร้างมูลค่าตลาดรวมกว่า 4.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สำหรับประเทศไทยเอง “เศรษฐกิจสีเงิน” ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ การเงิน และการวางแผนชีวิต จะมีการขยายตัวเฉลี่ยปีละร้อยละ 4 ถึง 8 ไปจนถึงปี 2568 (Peoplewise)
ผู้สูงวัยไทยกับเทคโนโลยี ใช้ดิจิทัลคล่องแซงภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยืนยันว่า ภาพจำแบบดั้งเดิมที่ว่าสตรีสูงวัยไทยกลัวเทคโนโลยีหรือต้องพึ่งพิงด้านการเงินได้เลือนหายไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ สตรีวัย 50 ปีขึ้นไปกลายเป็นหัวหอกสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มด้านสุขภาพและการสร้างเครือข่ายทางสังคม ตัวเลขล่าสุดระบุว่า ผู้สูงวัยไทยร้อยละ 73 เคยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อซื้อสินค้าสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาค และสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างชัดเจน (Intellifyglobal)
ความเหลื่อมล้ำและความท้าทายของเศรษฐกิจสีเงินไทย
แม้เศรษฐกิจสีเงินจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็เผยให้เห็นถึงช่องว่างด้านความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนเช่นกัน ขณะที่ “กลุ่มผู้มีฐานะดี” ในเมืองเริ่มได้เปรียบ ทั้งด้านรายได้และโอกาส แต่สตรีสูงวัยในพื้นที่ชนบทและกลุ่มแรงงานจำนวนมากยังคงประสบปัญหารายได้ ความมั่นคงด้านสุขภาพ และสวัสดิการทางสังคมในระดับต่ำ เงินช่วยเหลือจากครอบครัวยังคงต่ำกว่าระดับความยากจน ทำให้หน่วยงานวิเคราะห์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติออกมาเตือนว่า ประเทศไทยกำลังเสี่ยงต่อภาวะ “แก่ก่อนรวย” หากไม่มีการเร่งจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง (Deloitte) จึงจำเป็นต้องอาศัยทั้งนโยบายภาครัฐและนวัตกรรมจากภาคเอกชน เพื่อการดูแลผู้สูงวัยทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและครอบคลุม
เสียงจากผู้เชี่ยวชาญ: สังคมสูงวัยไม่ใช่ภาพเดียว ธุรกิจต้องเข้าใจ-รัฐต้องเสริมบทบาท
ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำแห่งหนึ่ง วิเคราะห์ว่า “เศรษฐกิจสีเงินไม่ใช่ภาพเดียวสำหรับทุกกลุ่ม ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ดิจิทัล และกิจกรรมชุมชนให้ตรงจุด การเติบโตของสตรีสูงวัยถือเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและโอกาสทางสังคม ดังนั้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงต้องร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเงินให้ครอบคลุมและเติบโตอย่างแท้จริง” (Deloitte)
ขณะที่คณะวิจัยผู้สูงอายุจากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง เห็นด้วยและเน้นย้ำว่า “สตรีสูงวัยไทยมีความเข้าใจในความต้องการของชุมชน มีสายสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง และมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นกำลังสำคัญทั้งในตลาดแรงงานและงานอาสาสมัคร ผู้กำหนดนโยบายจึงจำเป็นต้องเห็นถึงศักยภาพและส่งเสริมบทบาทของพวกเธอ เพื่อแก้ไขโจทย์ท้าทายของสังคมสูงวัยในประเทศไทย”
บทเรียนจากจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์: นวัตกรรมสำหรับสตรีสูงวัย
ในเวทีระดับนานาชาติ จีนได้ปฏิรูปสังคมด้วยการผลักดันการพัฒนาสินค้า บริการ และพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย โดยเฉพาะสตรี ญี่ปุ่นเปิดโอกาสในตลาดแรงงาน สร้างแรงจูงใจและพัฒนาทักษะใหม่สำหรับกลุ่มผู้เกษียณอายุโดยเฉพาะ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สตรีสูงวัยได้ฝึกอาชีพใหม่ หรือเริ่มต้นธุรกิจและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะดิจิทัล การสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านสุขภาพ และการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มสตรีสูงวัยโดยเฉพาะ (Peoplewise)
สำหรับประเทศไทยเอง ฝ่ายนโยบายที่รับผิดชอบด้านสังคมและมนุษยธรรม ก็กำลังศึกษาและเรียนรู้จากตัวอย่างเหล่านี้ โดยได้ประกาศลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัย การปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นแบบ Universal Design พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะดิจิทัลสำหรับสตรีสูงอายุ ขณะที่ภาคธุรกิจการเงิน สุขภาพ และการท่องเที่ยว ต่างเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันและจัดคอร์สอบรมกิจกรรมที่มุ่งเป้าสำหรับกลุ่มนี้โดยตรง โดยร่วมมือกับเทศบาลและองค์กรชุมชนต่างๆ (Intellifyglobal)
วัฒนธรรมไทยกับความหมายใหม่ของการสูงวัย
บริบททางวัฒนธรรมนับเป็นหัวใจสำคัญ สังคมไทยให้ความเคารพผู้สูงวัยมายาวนาน สะท้อนผ่านสำนวน สุภาษิต กิจกรรมทางศาสนา และการดูแลกันในครอบครัวแบบข้ามรุ่น ทว่าในปัจจุบัน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังการบริโภคของสตรีสูงวัยกำลังพลิกโฉมจาก “การพึ่งพา” ไปสู่ “การมีบทบาทและเสียงของตัวเอง” ชมรมผู้สูงวัย เทศกาลส่งเสริมสุขภาพ และการพบปะพูดคุยผ่านเครือข่ายออนไลน์ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดี ความคิดสร้างสรรค์ และสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างช่วงวัยต่างๆ
ทิศทางในอนาคต: ความหลากหลาย-ความครอบคลุม เดินหน้าเศรษฐกิจสีเงินไทย
อนาคตของกลุ่มสตรีวัย 50 ปีขึ้นไปในเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับความสามารถในการลดช่องว่างทางดิจิทัล การปฏิรูประบบการเงิน สุขภาพ การศึกษาตลอดชีวิต และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความหลากหลาย โดยไม่ยึดติดกับภาพจำแบบเดิมๆ การสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีในพื้นที่ชนบท การปฏิรูประบบบำนาญและเงินเกษียณ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการออกแบบตลาดให้ตอบโจทย์ทั้งสรีระและสภาพจิตใจของกลุ่มสูงวัยแต่ละกลุ่มได้อย่างแท้จริง (Deloitte; Peoplewise)
สิ่งที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการคือ การตระหนักรู้ถึงความหลากหลายของสตรีสูงวัย การมองเห็นศักยภาพในการเป็น “เจ้าของเศรษฐกิจ” มากกว่าเป็นเพียง “ผู้รับสวัสดิการ” การลงทุนในทักษะดิจิทัลและสุขภาพ และการสร้างระบบตลาดเศรษฐกิจสีเงินที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากมีการร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะดึงพลังของสตรีสูงวัยออกมาใช้ได้อย่างรอบด้าน สังคมไทยจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายด้านประชากรสูงวัยได้อย่างแข็งแกร่ง มั่นคง และเท่าเทียม
แหล่งข้อมูล: