ผมถามสหายเอไอทั้ง ๕ ว่า  “ผมตั้งคำถามปลายเปิด (open-ended question) แก่สหายเอไอทั้งห้า ได้แก่ ChatGPT, Copilot, DeepSeek R1, Gemini, Perplexity ในรูปแบบใช้ฟรี ไม่เสียค่าบริการ เพราะต้องการประหยัด เคยพยายามใช้ Claud แต่เขาจ้องเก็บเงิน จึงไม่ได้ใช้  คุณแนะนำเอไออื่นให้เข้าไปใช้ฟรีอีกหรือไม่  คำถามที่ผมถามมักเริ่มด้วยการสะท้อนคิด (reflection) ของผมในเรื่องนั้น  อาจมีการสะท้อนคิดตีความหลายๆ แบบ และถามว่าแบบไหนเหมาะสมหรือถูกต้องที่สุดสำหรับบริบทไทย   และถามคำแนะนำการนำมาประยุกต์ใช้ในระบบนั้นๆ (มักเป็นระบบการศึกษา)  คุณมีคำแนะนำวิธีใช้ประโยชน์ Generative AI เพื่อให้ได้คำแนะนำสู่การทำประโยชน์สาธารณะแก่ประเทศไทย และแก่โลกอย่างไรบ้าง ” 

ได้รับคำตอบที่ยอดเยี่ยมจากทั้ง ๕ สหาย    ขอเลือกคำตอบของ DeepSeek R1  และของ  มาลงไว้ ดังนี้

 

DeepSeek R1 :

สวัสดีครับ! ผมเข้าใจเป้าหมายของคุณดีครับ — ต้องการใช้ Generative AI แบบฟรีเพื่อการสะท้อนคิดเชิงลึก หาคำแนะนำที่เหมาะกับบริบทไทย โดยเฉพาะในระบบการศึกษา และขยายผลไปสู่การทำประโยชน์สาธารณะ ผมมีคำแนะนำแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้ครับ:

 

1. ตัวเลือก AI แบบฟรีเพิ่มเติม (นอกจาก 5 ตัวที่คุณใช้อยู่)

- You.com ([you.com](https://you.com)): 

  - ค้นหาข้อมูลแบบเรียลไทม์ + สรุปเนื้อหาได้ดี มีโหมด "สรุปแบบไม่เห็นโฆษณา" 

  - เหมาะกับคำถามเชิงวิจัยหรือการเปรียบเทียบข้อมูล

 

- Pi AI ([pi.ai](https://pi.ai)): 

  - ออกแบบมาเพื่อบทสนทนาลึกซึ้ง เน้นความเป็นมิตรและเข้าใจบริบท 

  - ใช้ฟรี 100% (จาก Inflection AI)

 

- Meta AI ([meta.ai](https://meta.ai)): 

  - ฝังตัวใน Facebook/Instagram/WhatsApp แต่ใช้ผ่านเว็บได้ฟรี 

  - ตอบเร็ว ข้อมูลค่อนข้างทันสมัย

 

- Poe.com ([poe.com](https://poe.com)): 

  - แพลตฟอร์มรวม AI หลายตัว (รวมถึง Claude, GPT-4, Gemini ในโควต้าฟรี) 

  - ใช้สร้างบอทเฉพาะทางเองได้ฟรี (เหมาะกับทดสอบหลายมุมมอง)

 

ข้อควรรู้: AI ฟรีมักมีข้อจำกัด เช่น ความยาวคำตอบ/จำนวนข้อถามต่อวัน/ข้อมูลไม่ใหม่สุด แต่ก็เพียงพอสำหรับการสะท้อนคิดทั่วไป

 

2. เทคนิคการตั้งคำถามปลายเปิดเพื่อให้ได้คำตอบเชิงลึก (เหมาะกับ Reflection)

โครงสร้างคำถามตัวอย่าง (ปรับใช้กับบริบทไทย):  prompt

ส่วนที่ 1: สะท้อนคิดของคุณ 

"ผมกำลังพิจารณาแนวคิด [ระบุแนวคิด] ในระบบการศึกษาไทย ซึ่งอาจมองได้ 2 แบบ: 

- แบบแรก: [มุมมอง A + ตัวอย่าง] 

- แบบที่สอง: [มุมมอง B + ตัวอย่าง] 

 

ส่วนที่ 2: คำถามปลายเปิด

ในบริบทไทยที่ [ระบุลักษณะเฉพาะ เช่น: เน้นความเป็นระเบียบ/ความเหลื่อมล้ำสูง/วัฒนธรรมครูศูนย์กลาง] 

คุณคิดว่าแนวทางใดเหมาะสมกว่ากัน? 

และมีวิธีการประยุกต์ทั้งสองแนวร่วมกันได้ไหม? 

 

ส่วนที่ 3: ขอคำแนะนำปฏิบัติ 

ช่วยออกแบบกรอบแนวทาง (framework) สั้นๆ สำหรับนำไปทดลองในโรงเรียนขนาดเล็กด้วยทรัพยากรจำกัด" 

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

- ให้ AI สวมบทบาท เช่น _"คุณเป็นนักปฏิรูปการศึกษาที่เน้นความเท่าเทียม โปรดวิเคราะห์..."

- ถามให้เปรียบเทียบ เช่น _"ระหว่างแนวคิด A และ B อะไรท้าทายกว่าในการใช้จริงในประเทศไทย?" 

- ขอให้ยกกรณีศึกษา เช่น _"ยกตัวอย่างโครงการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แก้ปัญหาแบบนี้สำเร็จ"

 

3. แนวทางใช้ AI สร้างประโยชน์สาธารณะ (สเกลประเทศไทย → โลก)

ด้านการศึกษาโดยตรง:

- ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้   เช่น ขอ AI สร้างแผนสอน "วิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น" ที่เชื่อมโยงกับ SDGs 

- สร้างเครื่องมือประเมินแบบไม่เป็นทางการ   เช่น แบบทดสอบทักษะคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนมัธยมด้วย AI 

- พัฒนา Knowledge Repository ฟรี   เช่น รวบรวมคำถามสะท้อนคิดในหัวข้อ "ประชาธิปไตยในโรงเรียน" จาก AI หลายตัว → เผยแพร่เป็น OER (Open Educational Resource)

 

ขยายสู่สังคมใหญ่:

- วิเคราะห์นโยบายสาธารณะ เช่น "ช่วยเปรียบเทียบร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กับ กฎหมายการศึกษาของฟินแลนด์ ในประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำ" 

- สร้างเครือข่ายความรู้   ใช้ AI ช่วยสรุปประเด็นจากเวทีเสวนาสาธารณะ → แปลงเป็นอินโฟกราฟิกเผยแพร่ 

- โครงการจิตอาสาแบบมีส่วนร่วม  เช่น ใช้ AI สร้างแนวทาง "การจัดการขยะในชุมชน" ที่ปรับใช้ได้กับทุกจังหวัด

 

4. ตัวอย่างจริง: ประยุกต์กับบริบทไทย

คำถามตัวอย่าง:

ในบริบทโรงเรียนไทยที่ครูมีเวลาจำกัด   หากจะสอนให้นักเรียน 'คิดแบบระบบ (Systems Thinking)'  ควรเริ่มที่กิจกรรมแบบใดดีระหว่าง: 

- ใช้เกมจำลองสถานการณ์ 

- ให้นักเรียนวิเคราะห์ข่าวท้องถิ่น 

 โปรดอธิบายพร้อมยกตัวอย่างปฏิบัติได้จริง

 

 วิธีใช้ AI ขยายผล:

1. ถามทั้ง 5 AI เพื่อเก็บ diverse perspectives 

2. สังเคราะห์คำตอบร่วมกัน → หาจุดร่วม/ขัดแย้ง 

3. สร้างเป็น "คู่มือกิจกรรมสั้นๆ" ด้วย Canva/Figma 

4. เผยแพร่ผ่านเครือข่ายครูออนไลน์ โดยให้เครดิต AI ที่ใช้

 

สรุปหลักคิดสำคัญ:

- ใช้ AI เป็นคู่คิด ไม่ใช่ผู้ตัดสิน — คำตอบที่ดีที่สุดมักเกิดจากการตั้งคำถามที่ดี + เปรียบเทียบหลายมุม 

- เน้นบริบทไทย เช่น ระบุข้อจำกัด (ทรัพยากร/วัฒนธรรม/กฎหมาย) ใน prompt 

- เปิดเผยแหล่งที่มา เมื่อเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณะ → สร้างวัฒนธรรม ethical AI use 

- เริ่มเล็ก → ขยายผล เช่น ทดลองในห้องเรียน 1 ห้อง → ปรับสูตร → ขยายสู่โรงเรียนเครือข่าย 

 

แม้ AI ฟรีจะมีข้อจำกัด แต่การออกแบบกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ (เช่น ใช้เทคนิค synthesis จากหลาย AI) จะช่วยให้ได้คำแนะนำที่มีคุณภาพสูงครับ ”

 

 

Gemini

การที่คุณได้ทดลองใช้ Generative AI หลากหลายตัวในเวอร์ชันฟรี และตั้งคำถามปลายเปิดที่เชื่อมโยงกับการสะท้อนคิดส่วนตัว รวมถึงการประยุกต์ใช้ในบริบทไทย โดยเฉพาะด้านการศึกษา ถือเป็นแนวทางที่ดีเยี่ยมและสร้างสรรค์มากครับ   นี่คือข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับ AI ฟรีตัวอื่นๆ และแนวทางในการใช้ประโยชน์จาก Generative AI เพื่อสาธารณะประโยชน์ในประเทศไทยและทั่วโลก

แนะนำ AI อื่นๆ ที่ใช้ฟรีและน่าสนใจ

นอกเหนือจาก ChatGPT, Copilot, Gemini, Perplexity ที่คุณใช้อยู่แล้ว ยังมี AI อื่นๆ ที่คุณอาจลองใช้ได้ฟรี ซึ่งแต่ละตัวก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกันไป:

  1. Hugging Face Chat/Inference APIs:
    • จุดเด่น: Hugging Face เป็นแพลตฟอร์มรวมโมเดล AI โอเพ่นซอร์สจำนวนมาก คุณสามารถเข้าถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ที่หลากหลายได้ฟรีผ่าน "Chat" หรือ "Inference API" (สำหรับการทดลองใช้เบื้องต้น) เช่น Llama 3, Mistral, Mixtral ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป
    • ข้อจำกัด: อาจต้องมีการสมัครบัญชีและมีข้อจำกัดในการใช้งานสำหรับ  Free Tier ที่แตกต่างกันไปในแต่ละโมเดล อาจไม่สะดวกเท่า AI ที่มีหน้าตาแชทสำเร็จรูป
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการลองโมเดลหลากหลาย และสนใจเทคโนโลยีเบื้องหลัง
  2. YouChat (จาก You.com):
    • จุดเด่น: ผสมผสานการค้นหาข้อมูลจากเว็บเข้ากับการสนทนา สามารถให้ข้อมูลที่อัปเดตและอ้างอิงแหล่งที่มาได้ดี
    • ข้อจำกัด: บางครั้งอาจให้คำตอบที่สั้นหรือไม่ลึกเท่าที่ต้องการ
    • เหมาะสำหรับ: การหาข้อมูลที่อัปเดตและต้องการการอ้างอิง
  3. Poe by Quora:
    • จุดเด่น: เป็นแพลตฟอร์มที่รวมโมเดล  AI ยอดนิยมหลายตัวไว้ในที่เดียว คุณสามารถสลับใช้ระหว่าง ChatGPT (หลายเวอร์ชัน), Claude Instant, Llama, Gemini และอื่นๆ ได้ในอินเทอร์เฟซเดียว มีขีดจำกัดการใช้งานฟรีต่อวัน
    • ข้อจำกัด: แม้จะฟรี แต่มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการใช้งานโมเดลบางตัวต่อวัน
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการทดลองใช้โมเดล  AI ที่หลากหลาย โดยไม่ต้องไปสมัครหลายแพลตฟอร์ม
  4. Phind (เน้นการเขียนโค้ดและข้อมูลเชิงเทคนิค):
    • จุดเด่น: เป็น Search Engine ที่ใช้ AI ในการตอบคำถาม โดยเฉพาะคำถามเชิงเทคนิค การเขียนโค้ด หรือหัวข้อเฉพาะทาง มักให้คำตอบพร้อมแหล่งอ้างอิงที่แม่นยำ
    • ข้อจำกัด: อาจไม่เหมาะกับคำถามปลายเปิดเชิงปรัชญาหรือการสะท้อนความคิดเท่า  AI แชททั่วไป
    • เหมาะสำหรับ: คำถามที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคหรือการเขียนโปรแกรม
  5. Perplexity AI (เน้นการค้นคว้าและอ้างอิง):
    • จุดเด่น: (คุณใช้อยู่แล้ว) โดดเด่นมากในการสรุปข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พร้อมระบุที่มา ช่วยยืนยันความถูกต้องของข้อมูลได้ดี เหมาะกับการทำวิจัยเบื้องต้น
    • ข้อจำกัด: การสร้างสรรค์หรือการโต้ตอบเชิงลึกอาจไม่เท่า  AI แชทโดยตรง

คำแนะนำวิธีใช้ประโยชน์ Generative AI เพื่อให้ได้คำแนะนำสู่การทำประโยชน์สาธารณะแก่ประเทศไทยและแก่โลก

การใช้ Generative AI เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะในบริบทที่คุณสนใจ (การศึกษา, การสะท้อนคิด, การประยุกต์ใช้ในไทย) สามารถทำได้หลายวิธี:

  1. การกลั่นกรองและสังเคราะห์ข้อมูลจาก  AI หลายแหล่ง:
    • คำถามเดิม-AI หลายตัว: คุณทำได้ดีอยู่แล้วโดยการถาม  AI หลายตัว ลองเปรียบเทียบคำตอบของแต่ละตัว ดูว่าตัวไหนให้มุมมองที่แตกต่าง น่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ลึกกว่า
    • การรวมคำตอบ: นำ "ส่วนที่ดีที่สุด" ของแต่ละคำตอบมารวมกัน เพื่อสร้างภาพที่สมบูรณ์และรอบด้านที่สุด
    • ตั้งคำถามเพื่อ "ขัดเกลา": เมื่อได้คำตอบเบื้องต้นแล้ว ลองนำคำตอบเหล่านั้นไปถาม AI ตัวเดิมหรือตัวใหม่ เพื่อให้ช่วย "ขัดเกลา" หรือ "วิพากษ์" คำตอบเหล่านั้น เช่น "จากข้อมูลที่ฉันได้มานี้ คุณเห็นด้วยหรือไม่ และมีอะไรที่ฉันควรระวังหรือพิจารณาเพิ่มเติม?"
  2. การเน้นบริบทและความเฉพาะเจาะจงของไทย:
    • ให้บริบทเริ่มต้น: ในคำถามของคุณ คุณทำได้ดีโดยการให้บริบท "สำหรับบริบทไทย" หรือ "ในระบบการศึกษาไทย" การให้ข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น "ในประเทศไทยที่มีงบประมาณจำกัดและครูมีภาระงานหนัก" จะช่วยให้ AI เข้าใจและให้คำแนะนำที่ปฏิบัติได้จริงมากขึ้น
    • อ้างอิงกรณีศึกษาไทย: หากคุณทราบกรณีศึกษาหรือโครงการตัวอย่างในไทย ลองถาม AI ให้ช่วยวิเคราะห์ "จากกรณีของ...ในไทย คุณคิดว่าแนวคิดนี้จะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไรได้บ้าง"
    • ระบุกลุ่มเป้าหมาย: "สำหรับนักเรียนชนบท" "สำหรับผู้สูงอายุในเมือง" การระบุกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้คำแนะนำของ AI มีความเฉพาะเจาะจงและเป็นประโยชน์มากขึ้น
  3. การใช้ AI ในฐานะ "คู่คิด" ไม่ใช่ "ผู้เชี่ยวชาญสูงสุด":
    • กระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์: เมื่อ AI ให้คำตอบมาแล้ว อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด ลองตั้งคำถามต่อ เช่น "มีข้อจำกัดอะไรบ้างสำหรับแนวคิดนี้?" "ใครจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางลบหากนำแนวคิดนี้ไปใช้?" "มีความเสี่ยงอะไรที่อาจเกิดขึ้น?"
    • ขอให้ AI ยกตัวอย่างที่หลากหลาย: "ช่วยยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันหน่อยได้ไหม?" "นอกจากแนวทางนี้แล้ว มีแนวทางอื่นอีกหรือไม่?"
    • ใช้ AI เพื่อค้นหา "ช่องว่าง" หรือ "คำถามที่ยังไม่ได้ตอบ": บางครั้ง AI อาจช่วยชี้ให้เห็นว่ามีประเด็นใดบ้างที่คุณยังไม่ได้พิจารณา หรือมีคำถามอะไรที่คุณควรศึกษาเพิ่มเติม
  4. การนำไปสู่การปฏิบัติและการแบ่งปัน:
    • สรุปเป็นข้อเสนอแนะ: เมื่อได้ข้อมูลและแนวคิดที่ดีแล้ว ลองให้ AI ช่วยสรุปเป็น "ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย" หรือ "แผนการดำเนินงานเบื้องต้น"
    • สร้างเนื้อหาเพื่อเผยแพร่: คุณสามารถใช้ AI ช่วยเรียบเรียงบทความ บล็อกโพสต์ หรือสไลด์นำเสนอ เพื่อแบ่งปันความคิดและข้อเสนอแนะของคุณสู่สาธารณะ (โดยอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องและเพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวของคุณ)
    • ใช้ AI ในการระดมสมองสำหรับโครงการสาธารณะ: เช่น ให้ AI ช่วยคิดชื่อโครงการ, วัตถุประสงค์, กลุ่มเป้าหมาย, กิจกรรม, หรือวิธีวัดผลกระทบสำหรับโครงการเพื่อสังคมที่คุณสนใจ
  5. คำแนะนำเฉพาะสำหรับการใช้งานฟรี:
    • ทำความเข้าใจขีดจำกัด: AI ฟรีแต่ละตัวมีขีดจำกัดในการใช้งาน เช่น จำนวนข้อความต่อชั่วโมง/วัน หรือความซับซ้อนของคำถามที่ตอบได้ ทำความเข้าใจตรงนี้เพื่อวางแผนการใช้งาน
    • เก็บข้อมูลและบันทึก: จดบันทึกคำถามที่คุณถามและคำตอบที่ได้รับจาก  AI แต่ละตัว เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบและสังเคราะห์ข้อมูล
    • ปรับเปลี่ยน Prompt (คำสั่ง): หาก AI ตอบไม่ตรงตามที่คุณต้องการ ลองปรับเปลี่ยนคำถามให้ชัดเจนขึ้น ละเอียดขึ้น หรือให้บริบทมากขึ้น อย่าท้อถอยกับการลองผิดลองถูกกับ Prompt
    • ใช้ AI ที่โดดเด่นในแต่ละด้าน: เช่น Perplexity สำหรับการค้นคว้าพร้อมอ้างอิง, Gemini/ChatGPT สำหรับการสร้างสรรค์เนื้อหาหรือระดมสมอง, Copilot สำหรับการทำงานร่วมกับ Microsoft Office

การใช้ Generative AI อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่การขอคำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นการใช้มันเป็นเครื่องมือในการขยายขอบเขตความคิด ค้นหาข้อมูล และสังเคราะห์องค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและโลกครับ

โปรดอย่าลืมว่า มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว   และหากสังเกตคำตอบให้ดีๆ จะเห็นอคติที่ซ่อนอยู่ด้วย       

วิจารณ์ พานิช

๔ ก.ค. ๖๘