พักหลังมานี้ ในแวดวงคนรักสุขภาพทั่วโลกกำลังฮิตเทรนด์การเดินพร้อมสวมเสื้อกั๊กถ่วงน้ำหนักกันอย่างแพร่หลาย อย่างที่สื่อ Runner’s World UK ได้นำเสนอประสบการณ์ตรงหลังทดลองใส่เดินเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม กระแสดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการออกกำลังกายที่เน้นการใช้งานในชีวิตจริง หรือที่เรียกว่า “Functional Training” กำลังมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในกลุ่มมือใหม่หัดฟิตและสายออกกำลังกายตัวยง โดยเฉพาะในหมู่คนไทยที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาวิธีเบิร์นไขมันแบบง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายแพง หรือเสียเงินเข้าฟิตเนส

จากที่เคยเป็นอุปกรณ์สำหรับนักกีฬาและผู้ที่ทำกายภาพบำบัด ปัจจุบันเสื้อกั๊กถ่วงน้ำหนักได้กลายเป็นไอเทมใหม่ของคนทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความเข้มข้นให้กับการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน หลักการง่าย ๆ คือแค่สวมเสื้อกั๊กที่มีน้ำหนักขณะเดินหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงต้าน ทำให้ร่างกายต้องออกแรงในทุกย่างก้าวมากขึ้น วิธีนี้จึงตอบโจทย์ชาวออฟฟิศในเมือง ผู้สูงวัย หรือแม้แต่คนหนุ่มสาวที่อยากขยับร่างกายในช่วงหน้าฝนซึ่งไม่สะดวกจะออกไปกำลังกายกลางแจ้ง

บทความของ Runner’s World สรุปผลการทดลองไว้อย่างน่าสนใจว่า การใส่เสื้อกั๊กถ่วงน้ำหนักขณะเดินช่วยเร่งการเผาผลาญแคลอรี ปรับปรุงท่าทางการเดินให้ดีขึ้น และบังคับให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวทำงานหนักกว่าเดิม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยเชิงวิชาการที่ชี้ไปในทางเดียวกันว่า น้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาจะกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและการดึงออกซิเจนไปใช้ นับเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอขั้นพื้นฐานที่ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพหัวใจและกล้ามเนื้อ PubMed Runner’s World UK

บรรณาธิการของ Runner’s World UK ที่ได้ทดลองใช้จริงเล่าว่า แม้จะเดินแค่ระยะสั้น ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ แต่ก็ทึ่งที่ร่างกายปรับตัวเข้ากับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังทำให้ตนเองใส่ใจกับท่าทางและสร้างสมดุลของร่างกายมากขึ้น ทำให้กิจกรรมธรรมดาอย่างการเดินไปร้านค้ากลายเป็นเหมือนการออกกำลังกายไปในตัว ทั้งนี้ มีคำแนะนำว่าควรเลือกน้ำหนักเสื้อกั๊กให้พอดีกับตัวเอง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อและหลังรับภาระหนักจนเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้คำแนะนำไปในทิศทางเดียวกันว่า หากใช้อย่างถูกวิธี เสื้อกั๊กถ่วงน้ำหนักจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้ แต่หากหักโหมใช้น้ำหนักมากเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าและหลังอยู่แล้ว ก็อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อได้ ซึ่งข้อควรระวังนี้สอดคล้องกับแนวทางของสมาคมด้านการออกกำลังกายระดับสากลที่แนะนำให้ใช้เสื้อกั๊กควบคู่ไปกับโปรแกรมสร้างความแข็งแรงอื่น ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป American Council on Exercise

สำหรับบริบทของสังคมไทย เทรนด์นี้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับกิจกรรมดั้งเดิมที่เน้นการฝึกฝนร่างกายอย่างมวยไทยหรือรำไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับสมดุลและท่าทางที่สง่างาม การนำเทคนิคเพิ่มแรงต้านสมัยใหม่อย่างเสื้อกั๊กถ่วงน้ำหนักเข้ามาผสมผสาน จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจให้คนไทยได้ทดลอง ปัจจุบัน ร้านค้าอุปกรณ์กีฬาและแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ต่างรายงานว่ายอดขายเสื้อกั๊กประเภทนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขได้ย้ำเตือนว่า การนำเทรนด์ออกกำลังกายมาปรับใช้ในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างไทยนั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการระบายความร้อนของร่างกายเป็นพิเศษ โดยควรเลี่ยงการเดินกลางแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกใช้เสื้อกั๊กที่ระบายอากาศได้ดี สำหรับมือใหม่ควรเริ่มต้นจากการเดินปกติโดยยังไม่ใช้น้ำหนัก และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ Bangkok Post

ในอนาคต เทรนด์นี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการศึกษาวิจัยในระยะยาวกับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่พบมากขึ้นในสังคมเมือง โดยงานวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับคนไทยโดยเฉพาะ

สำหรับคนไทยที่สนใจอยากลอง มีเคล็ดลับง่าย ๆ คือ ควรเริ่มจากเสื้อกั๊กน้ำหนักเบา ๆ ก่อน สวมรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดี และอาจใช้แอปพลิเคชันนับก้าวเพื่อติดตามความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเดินในสวนสาธารณะกับเพื่อน ๆ หรือเดินในห้างสรรพสินค้า ก็สามารถนำเสื้อกั๊กมาปรับใช้เพื่อเพิ่มความสนุกและปลอดภัยได้ ผู้ฝึกสอนส่วนใหญ่ยังแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายแบบบอดี้เวท เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุด เมื่อเทรนด์สุขภาพโลกมาบรรจบกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย ย่อมเปิดโอกาสให้คนยุคใหม่ได้เลือกสรรวิธีดูแลสุขภาพที่เข้ากับตัวเองได้หลากหลายขึ้น ขอเพียงแค่เริ่มต้นอย่างปลอดภัย ค่อยเป็นค่อยไป และแบ่งปันประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กัน ก็จะช่วยขับเคลื่อนให้สังคมไทยเป็นสังคมที่แข็งแรงและกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น

แหล่งที่มา: