อิตาลีคือดินแดนในฝันที่คนไทยหลายคนปักหมุดอยากไปเยือน ด้วยมนต์ขลังของโบราณสถาน จัตุรัสเปี่ยมศิลปะ และอาหารเลื่องชื่อระดับโลก แต่สำหรับปี 2568 นี้ นักท่องเที่ยวไทยจะถูกชวนให้ก้าวข้ามการเที่ยวแบบเดิมๆ ไปสัมผัสเสน่ห์ของอิตาลีในมุมมองของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ล่าสุด BBC Travel ได้รวบรวมคำแนะนำจากวงในและคนพื้นที่ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวไทยได้ซึมซับความเป็นอิตาลีแท้ๆ ในช่วงฤดูร้อน
อิตาลีกับไทยมีจุดร่วมที่น่าสนใจคือภาคการท่องเที่ยวที่คึกคักไม่แพ้กัน ผลสำรวจโดย Price Waterhouse Cooper และสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวสหรัฐฯ ยกให้อิตาลีเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวอเมริกันในปี 2567 และ 2568 ตอกย้ำถึงเสน่ห์ที่ไม่เคยจางหาย ในแต่ละปี อิตาลีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 80 ล้านคน เปลี่ยนทั้งเมืองใหญ่และหมู่บ้านเล็กๆ ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคอีทรัสกัน โรมัน จนถึงไบแซนไทน์ แม้จะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวตามชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนและเมืองศิลปะยุคเรอเนสซองส์ แต่ในมุมมองของคนท้องถิ่น อิตาลียังเป็นดินแดนที่ต้องใช้ ‘ความรู้สึก’ สัมผัส มากกว่าแค่การมาเยือนเพื่อเก็บภาพสวยๆ
ประธานฝ่ายบริหารของ Visit Italy กล่าวว่า “การเดินทางมาอิตาลีไม่ได้ต้องการให้คุณเป็นแค่นักท่องเที่ยว แต่อยากให้คุณได้ ‘รู้สึก’ ถึงบางสิ่งบางอย่าง” แนวคิดนี้เองคือเหตุผลที่ทำให้นักเดินทางชาวไทยที่เที่ยวมาแล้วทั่วโลก ยังคงอยากกลับมาค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงระฆังโบสถ์ที่ดังกังวานไปทั่วหมู่บ้านบนเนินเขา หรือการเดินทอดน่องในตลาดกลางกรุงโรมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่นอกไกด์บุ๊กเหล่านี้ คือสิ่งที่สร้างความทรงจำที่ประทับใจไม่รู้ลืม
ซัมเมอร์นี้มีเทศกาล Palio แห่งเซียนา—การแข่งม้าโบราณกลางจัตุรัสเมืองเก่า ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม อบอวลด้วยขบวนพาเหรดสุดอลังการและความภาคภูมิใจของชาวเมือง นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมต้องไม่พลาด Milan Fashion Week หรือเทศกาลโอเปร่าในเวโรนา ซึ่งทั้งสองเมืองต่างหลอมรวมศิลปะและแฟชั่นเข้ากับบรรยากาศของโบราณสถานได้อย่างลงตัว ส่วนสายกีฬา โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เตรียมพบกับมหกรรมระดับโลกอย่าง Giro d’Italia ปี 2568 หรือการแข่งขันรถ F1 ที่อิโมลาและมิลาน
กรุงโรมจะเป็นศูนย์กลางของปีศักดิ์สิทธิ์ (Jubilee) สำหรับชาวคาทอลิกทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีผู้แสวงบุญหลั่งไหลมาเยือนกว่า 30 ล้านคน สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกหรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการเลี่ยงช่วงเวลาที่คนหนาแน่น แนะนำให้วางแผนเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม และหลีกเลี่ยงเทศกาลใหญ่ เช่น อีสเตอร์ วันแม่พระปฏิสนธินิรมล คริสต์มาส และวันสมโภชพระคริสต์แสดงองค์ ครอบครัวชาวไทยที่ต้องการคุมงบประมาณจะได้รับประโยชน์จากราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักที่ถูกลง พร้อมสัมผัสบรรยากาศสบายๆ ของกรุงโรมที่ไม่วุ่นวาย
อาหารอิตาเลียนมีชื่อเสียงก้องโลก คู่มือฉบับนี้แนะนำให้ลองเลือกร้านอาหารท้องถิ่นมากกว่าร้านดังสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อย่างย่าน Trastevere ในโรม มีร้าน Da Teo ที่โดดเด่นเรื่องพาสต้าคาร์โบนาราสูตรต้นตำรับ ถ้าไปฟลอเรนซ์ต้องลอง Trattoria Mario ที่มีสเต็กฟิออเรนตินาเป็นเมนูชูโรง ส่วนเวนิซมี Bar All’Arco ที่ขึ้นชื่อเรื่อง cicchetti หรือของว่างจากทะเลและผักสด มิลานต้องไม่พลาด Trattoria Masuelli San Marco กับเมนูโอซโซบูโกและริซอตโต ขณะที่เนเปิลส์ เมืองต้นกำเนิดพิซซ่า ต้องไปชิมที่ร้าน Antonio Starita ส่วนโบโลญญา หัวใจของวัฒนธรรมแฮม ชีส และพาสต้า ต้องแวะ Sfoglia Rina เพื่อลิ้มลองตอร์เตลลินีและลาซานญาสุดอร่อย คู่มือยังชวนให้ลองผลิตภัณฑ์โฮมเมด เช่น มอสซาเรลลาสดๆ จากฟาร์ม ซึ่งเข้ากับเทรนด์ฟาร์มทูเทเบิลและการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่กำลังเป็นที่นิยมในไทย
สายอาร์ตต้องไม่พลาดชมผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ได้มีแค่ในโบสถ์ซิสทีนเท่านั้น ภาพ “พระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้าย” ของลีโอนาร์โด ดาวินชี ที่โบสถ์ซานตามาเรีย เดลเล กราซี ในมิลาน ได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะของเมืองว่าเป็น “ฉากละครที่น่าทึ่งจนหาที่เปรียบไม่ได้” ความรู้สึกนี้คล้ายคลึงกับความเคารพที่คนไทยมีต่อวัดวาอารามและโบราณสถานของชาติ ซึ่งสะท้อนรากฐานทางจิตวิญญาณและศิลปะที่ใกล้ชิดกัน
กิจกรรมกลางแจ้งและการดูแลสุขภาพกำลังเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่วัยรุ่นไทย อิตาลีมีเส้นทางเดินเขาและปั่นจักรยานที่สวยงามมากมาย เช่น Via Francigena เส้นทางแสวงบุญโบราณยาว 1,700 กิโลเมตรจากอังกฤษสู่ตอนใต้ของอิตาลี และเส้นทางจักรยานในแคว้นลอมบาร์เดีย หรือจะเลือกเดินป่าชมวิวธรรมชาติใน Cinque Terre และเส้นทาง Path of the Gods บนชายฝั่งอมาลฟี เพื่อสัมผัสประสบการณ์ผจญภัยและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ แนะนำให้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงซึ่งอากาศเหมาะกับการเดินป่า ส่วนการเล่นน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสามารถทำได้ถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเริ่มบางตาและอากาศเย็นสบายกำลังดี
ชายหาดอิตาลีที่โด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่องมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่คลับสำหรับครอบครัวอย่าง San Vito lo Capo ในซิซิลี ไปจนถึงหาดบาซซาโนอันคึกคักในเมือง Sperlonga คู่มือฉบับนี้ยังชวนไปสำรวจโลกใต้น้ำกับไกด์ดำน้ำตื้น เพื่อชมซากวิลล่าโรมันที่จมอยู่ใต้น้ำที่ Baia หรือเมืองโบราณใต้น้ำอย่าง Aenaria นอกเกาะอีสเกีย ซึ่งเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าจะถูกใจคนไทยที่คุ้นเคยกับกิจกรรมทางทะเลที่ภูเก็ตหรือกระบี่
การชอปปิงที่มิลานคือไฮไลต์ที่สายแฟชั่นชาวไทยตั้งตารอ นอกจากย่านหรูอย่าง Quadrilatero della Moda แล้ว ยังมีชุมชนสร้างสรรค์อย่าง Isola, Nolo และย่าน Tortona Design District ที่เต็มไปด้วยร้านวินเทจและแบรนด์ท้องถิ่นน่าสนใจ ไชน่าทาวน์ (ย่านถนนซาร์ปี) และย่าน Navigli สุดชิค ก็เป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกซื้อของฝากที่ไม่เหมือนใคร ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นของมิลานเน้นย้ำว่า การชอปปิงในมิลานคือการได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของอิตาลีอย่างแท้จริง
หากต้องการซึมซับวิถีชีวิตแบบอิตาเลียนแท้ๆ คู่มือแนะนำให้นั่งรถไฟต่อไปไม่ไกล เพื่อไปยังเมืองโบราณอย่าง Castelli Romani ที่มีร้านอาหารพื้นเมืองรสเลิศ หรือไปสัมผัสบรรยากาศทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ Sperlonga เมืองชายฝั่งอันเงียบสงบที่โดดเด่นด้วยย่านซาราเซ็นสีขาวฟ้าและถ้ำโรมันโบราณ ให้ความรู้สึกคล้ายกับเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ทางภาคใต้ของไทย
การขับรถในอิตาลี โดยเฉพาะเลียบชายฝั่งอมาลฟี ถือว่าท้าทายพอสมควร รถจักรยานยนต์อาจเหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ ส่วนแท็กซี่แม้จะสะดวกแต่ก็ราคาสูง นักท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลเพื่อใช้เช่ารถ ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของนักเดินทางชาวไทยในยุโรปที่มักเตรียมเอกสารให้พร้อมอยู่เสมอ
นอกจากฤดูร้อนแล้ว อิตาลีก็ยังมีเสน่ห์ตลอดทั้งปี ในฤดูใบไม้ร่วงจะได้ร่วมเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่น Vendemmia ซึ่งคล้ายกับเทศกาลเก็บเกี่ยวผลไม้และข้าวของไทย โดยไร่องุ่นและฟาร์มต่างๆ จะจัดงานเลี้ยงและกิจกรรมสนุกสนาน ส่วนฤดูหนาวก็มีตลาดคริสต์มาสและวัฒนธรรมสกีที่คึกคักไม่แพ้กัน คล้ายกับบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวหน้าหนาวอย่างเชียงใหม่หรือน่าน
ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องว่า อิตาลีในปี 2568 กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของการท่องเที่ยว ประธานบริหาร Visit Italy กล่าวทิ้งท้ายว่า “เรากำลังก้าวข้ามภาพจำเดิมๆ… คุณจะได้พบกับเทศกาลโบราณที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวา สูตรอาหารที่เชฟรุ่นใหม่รังสรรค์ขึ้น และหมู่บ้านเล็กๆ ที่กลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน” เทรนด์นี้สอดคล้องกับทิศทางของไทยที่หันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับชุมชน ชูอัตลักษณ์ และเน้นความยั่งยืน
สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่กำลังวางแผน ข้อคิดสำคัญก็คือ อิตาลีในปี 2568 ไม่ได้มีดีแค่โบราณสถานและงานศิลปะ แต่คือประสบการณ์ที่อาจเปลี่ยนมุมมองชีวิต ลองเปิดใจรับสิ่งที่ไม่คาดฝัน เดินให้ช้าลง ลิ้มลองอาหารที่ไม่คุ้นเคย กล้าที่จะถาม และพร้อมรับความแปลกใหม่ หากเราเคารพในวิถีชีวิตและประเพณีท้องถิ่น รับรองว่าการเดินทางครั้งนี้จะมอบอะไรให้กลับไปมากกว่าแค่รูปถ่ายสวยๆ คู่กับโคลอสเซียมอย่างแน่นอน
เคล็ดลับเที่ยวอิตาลีให้คุ้มค่าที่สุดคือ วางแผนเดินทางให้ตรงกับช่วงเทศกาลหรือเที่ยวนอกฤดูท่องเที่ยวหลัก เลือกใช้รถไฟแทนการเช่ารถ และลองมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารท้องถิ่นหรือชุมชนที่อยู่นอกเส้นทางยอดนิยม ในขณะที่ทั้งอิตาลีและไทยต่างเผชิญความท้าทายด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปี 2568 อาจเป็นปีที่ทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และย้ำเตือนว่าหัวใจของการเดินทางที่แท้จริงคือการเชื่อมโยง ไม่ใช่แค่การบริโภคประสบการณ์
แหล่งข้อมูล: BBC Travel: An insider’s summer guide to Italy, Price Waterhouse Cooper Tourism Report, United States Tour Operators Association