ข่าวอื้อฉาว https://www.dailynews.co.th/news/4902819/      https://www.dailynews.co.th/news/4903704/    https://mgronline.com/local/detail/9680000065100    https://www.matichon.co.th/uncategorized/news_5268996   สอนอะไรแก่สังคมไทยในเรื่องการพัฒนา EF – Executive Function   การกำกับตนเองให้แก่เด็กไทย    พฤติกรรมของพระเหล่านี้ สะท้อนว่าการเรียนรู้ทฤษฎีทางพุทธศาสนา ไม่เพียงพอต่อความมั่นคงในวัตรปฏิบัติของการเป็นพระ    วงการสงฆ์ควรพิจารณาหาทางให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงในระดับปฏิบัติจนเกิดพลังภายในที่มั่นคงไม่สั่นคลอนจากสิ่งเร้าเชิงโลกธรรม โดยเป็นระบบที่หนุนการเรียนรู้จากประสบการณ์ของพระสงฆ์ทุกระดับอย่างไร    หนังสือ การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ จะมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของวงการสงฆ์อย่างไรบ้าง         

ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบน    ไปถามสหายเอไอทั้งห้าของผม   คือ Chat GPT, Copilot, DeepSeek R1, Gemini, และ Perplexity    ได้รับคำตอบไปในทางเดียวกันที่ดีมาก โดยมีประเด็นแตกต่างกันบ้าง   ขอยกคำตอบของ Chat GPT  และ Copilot  มาเสือดังต่อไปนี้ 

 

Chat GPT : 

“คำถามนี้ลึกซึ้งและมีนัยทางจริยธรรม สังคม และการเรียนรู้ระดับจิตวิญญาณอย่างมาก ผมขอตอบแบ่งออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ (1) บทเรียนต่อสังคมไทยในมุมของ Executive Function (EF), (2) ข้อเสนอเชิงระบบเพื่อยกระดับการเรียนรู้ในวงการสงฆ์ และ (3) บทบาทของ “การเรียนรู้ขั้นสูงจากประสบการณ์” เพื่อหนุนการฝึกตนของพระสงฆ์ให้มั่นคงจากภายใน

──────────────────────────────

❶ ข่าวอื้อฉาว: บทเรียนต่อสังคมไทยในมุมของ Executive Function (EF)

ข่าวที่ปรากฏในลิงก์ เช่น พระสงฆ์ล่วงละเมิดทางเพศ ประพฤติผิดในทางกาม หรือละเมิดวินัยสงฆ์ในเชิงอำนาจและทรัพย์สิน บ่งชี้ถึงการขาด “ระบบการควบคุมตนเองจากภายใน” ซึ่งก็คือ Executive Function (EF)

EF คือระบบสมองส่วนหน้าที่ช่วยในการ:

  • กำกับตนเอง (Self-regulation)
  • ยับยั้งใจตนเอง (Inhibitory Control)
  • คิดไตร่ตรองก่อนลงมือทำ (Cognitive Flexibility)
  • รักษาความตั้งมั่นในเป้าหมาย (Goal-directed Persistence)
  • มีสติรู้ตัว (Metacognition / Awareness)

แม้พระสงฆ์เหล่านี้จะเรียนรู้หลักธรรม แต่ยังขาด EF ที่แข็งแรงพอจะต้านทานแรงกระตุ้นจากภายในและแรงเร้าจากภายนอก → ทำให้ “รู้ผิด” แต่ไม่สามารถ “หยุดตนเองได้”

⇒ บทเรียนคือ: การเรียนรู้เชิงทฤษฎีไม่เพียงพอ หากไม่ได้ฝึกฝน EF ในระดับพฤติกรรมและจิตใจอย่างลึกซึ้งผ่านการเผชิญ “สิ่งยั่วยวน” แล้วฝึกฝนผ่านการสะท้อนอย่างจริงจัง

──────────────────────────────

❷ ข้อเสนอเชิงระบบ: พัฒนาวงการสงฆ์ด้วยกระบวนการเรียนรู้แท้ (Transformative Learning) และ EF

 

จุดอ่อนปัจจุบัน ข้อเสนอแนะ พัฒนา EF และ Agency
เน้น “ความรู้ในตำรา” เพิ่มกระบวนการ “รู้ตนจากภายใน” ผ่านการเผชิญสิ่งเร้า แล้วฝึกการตระหนักรู้และเลือกอย่างมีสติ
ขาดระบบฟีดแบ็ก ใช้เวทีสะท้อนกลุ่ม (พระกับพระ) สร้างพื้นที่ปลอดภัยพูดคุยประสบการณ์ยาก
การเรียนรู้แยกส่วน พัฒนา EF แบบองค์รวม → ผ่านกาย วาจา ใจ พร้อมกัน
ไม่มีระบบ coaching จัดระบบ “พระพี่เลี้ยง” ที่ผ่านการฝึก EF มาคอยสังเกตและโค้ชภาวะจิตใจของรุ่นน้อง

 

เครื่องมือที่อาจใช้:

  • Journal of Mindfulness in Monastic Life
  • Thai Buddhist EF Assessment Scale
  • วง PLC พระเพื่อสะท้อนประสบการณ์ในวัด/สังฆะ
  • กระบวนการ Dhamma Dialogue ที่ตั้งคำถามภายใน

──────────────────────────────

❸ หนังสือ “การเรียนรู้ขั้นสูงจากประสบการณ์” มีบทบาทต่อวงการสงฆ์อย่างไร

หนังสือเล่มนี้ (ซึ่งอ้างถึงแนวคิด Transformative Learning, Experiential Learning และ Reflective Practice) นำเสนอว่า:

  • การเรียนรู้ที่นำสู่ความเปลี่ยนแปลงภายใน (transformative) ต้องผ่าน “ประสบการณ์ยาก” (disorienting dilemma) เช่น การเผชิญกิเลส การถูกยั่วยวน → จึงเกิดการตระหนัก (awareness) → ไตร่ตรองใหม่ (reframe)  → ปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนตน
  • พระสงฆ์ควรได้ฝึกกระบวนการเรียนรู้จาก “ความล้มเหลวภายใน” อย่างมีกรอบรองรับ (structured reflection)
  • ช่วยเปลี่ยน “การรู้หลักธรรม” → เป็น “การรู้ตนจากภายใน” อย่างแท้จริง

ประโยชน์ต่อวงการสงฆ์:

  • สร้างระบบฝึก EF โดยอิงพุทธธรรม เช่น อัปปมาทะ สติ สมาธิ ปัญญา
  • ให้พระได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงของตนเองและผู้อื่น ไม่ใช่แค่ตัวบท
  • พัฒนาพลังภายใน (inner discipline) มากกว่าพึ่ง “วัตร” ภายนอก

──────────────────────────────

✅ สรุป:

  • ข่าวอื้อฉาวเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า “การเรียนรู้เชิงหลักการ” ไม่เพียงพอ หากไม่ได้ฝึกฝนภายในอย่างเป็นระบบ
  • วงการสงฆ์จำเป็นต้องยกระดับการเรียนรู้ โดยให้พระสงฆ์ทุกระดับได้ฝึก EF และ Agency ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์อย่างแท้จริง
  • หนังสือ “การเรียนรู้ขั้นสูงจากประสบการณ์” เป็นเครื่องมือทรงคุณค่า ที่สามารถนำมาใช้จัดกระบวนการ “รู้-เข้าใจ-เปลี่ยน” ภายในวงการสงฆ์
  • หากทำได้ ระบบพระพุทธศาสนาจะไม่เพียงแต่ “รักษาองค์กร” แต่จะเป็นพลังทางจิตวิญญาณที่ขับเคลื่อนความมั่นคงทางจริยธรรมของชาติในระยะยาว”

 

Copilot :

“กรณีข่าวอื้อฉาวที่คุณ RS ยกมา สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่าง “การเรียนรู้เชิงทฤษฎี” กับ “การพัฒนาภายใน” ที่มั่นคงต่อแรงกระตุ้นจากโลกธรรม ซึ่งโยงได้อย่างลึกซึ้งกับแนวคิดเรื่อง Executive Function (EF) และการเรียนรู้จากประสบการณ์ในบริบทสงฆ์ไทย

 

🧠 บทเรียนจากข่าวอื้อฉาว: EF กับการกำกับตนเอง

EF หรือ Executive Function คือชุดทักษะสมองส่วนหน้า ที่ช่วยให้บุคคลสามารถกำกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายในชีวิต เช่น

  • การยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control)
  • การวางแผนและจัดระบบ (Planning & Organizing)
  • การประเมินตนเอง (Self-Monitoring)
  • ความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility)

ในบริบทพระสงฆ์ EF คือหัวใจของการรักษาวัตรปฏิบัติให้มั่นคง แม้เผชิญสิ่งเร้าเชิงโลกธรรม เช่น อำนาจ เงิน หรือชื่อเสียง หาก EF ไม่แข็งแรง แม้เรียนรู้ทฤษฎีธรรมะมากเพียงใด ก็อาจไม่สามารถ “กำกับตน” ได้อย่างแท้จริง

 

🪷 การเรียนรู้ทางพุทธศาสนา: ทฤษฎีไม่พอ ต้องลงมือปฏิบัติ

พระพุทธศาสนาเน้นการเรียนรู้ผ่าน ไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา โดยมีขั้นตอนการเรียนรู้ 3 ระดับ:

ขั้นตอน ความหมาย
ปริยัติ  การเรียนรู้จากตำรา
ปฏิบัติ  การลงมือฝึกฝน
ปฏิเวธ การรู้แจ้งจากประสบการณ์ภายใน

 

ข่าวอื้อฉาวสะท้อนว่า “ปริยัติ” อย่างเดียวไม่พอ หากไม่มีระบบที่หนุนให้พระสงฆ์ได้ฝึกฝน “ปฏิบัติ” อย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง จนเกิด “ปฏิเวธ” ที่มั่นคงภายใน

 

📘 หนังสือ การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์: ทางออกเชิงระบบ

หนังสือชุดนี้โดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เสนอแนวทางการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งผ่านประสบการณ์จริง โดยเน้นการพัฒนา EF และพลังภายในผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Spiral Effect และ Holistic Learning:

  • เล่ม 1: เรียนรู้สู่หัวใจที่ดีงาม
    ปูพื้นฐานทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์
  • เล่ม 2: ทำจริง-เรียนจริง-จนรู้แจ้ง
    เน้นการลงมือปฏิบัติและสะท้อนผลลัพธ์
  • เล่ม 3: มองนอก ออกแบบใน
    สร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภายในกับบริบทภายนอก

หากวงการสงฆ์นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ เช่น การออกแบบกิจกรรมฝึก EF ผ่านวัตรปฏิบัติ การสะท้อนตนเองอย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนสงฆ์ ก็อาจช่วยให้เกิด “พลังภายใน” ที่มั่นคง ไม่สั่นคลอนจากสิ่งเร้า

 

🌱 ข้อเสนอเชิงระบบต่อวงการสงฆ์

  • สร้างระบบ Coaching & Reflection สำหรับพระสงฆ์ทุกระดับ
  • พัฒนา EF ผ่านกิจกรรมที่ฝึก การยับยั้งชั่งใจ และ การประเมินตนเอง
  • เชื่อมโยง การเรียนรู้จากประสบการณ์ กับ หลักธรรมทางพุทธศาสนา
  • ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Transformative Learning ที่เปลี่ยนแปลงจากภายใน

 

ถ้าคุณ RS อยากต่อยอดแนวคิดนี้ไปสู่การออกแบบหลักสูตรหรือเวทีเรียนรู้สำหรับวงการสงฆ์ ผมยินดีร่วมคิดต่อได้ทุกมิติเลยครับ 🙏 อยากให้เราเปลี่ยนวิกฤตนี้เป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง.”

 

จะเห็นว่า ในเชิงหลักการ พระสงฆ์ในพุทธศาสนาควรมั่นคงใน ศีล สมาธิ และปัญญา    ยิ่งสมณศักดิ์สูง ควรยิ่งมั่นคงมาก    แต่ข่าวอื้อฉาวนี้ บอกเราว่าในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น   เพราะการศึกษาของสงฆ์เน้นปริยัติเป็นหลัก หย่อนปฏิบัติ และปฏิเวธ ตามที่ เอไอทั้งสองเสนอ    โดยสมัยนี้มีหลักการและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่ให้ใช้งาน    แต่วงการศึกษาของสงฆ์ยังไม่ได้ใช้   

วิจารณ์ พานิช

๑๑ ก.ค. ๖๘