นิยามของ “ความเป็นพ่อ” ในสังคมไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างน่าจับตา เมื่อกระแสงานวิจัยและเรื่องเล่าชุดใหม่เข้ามาท้าทายภาพจำเดิม ๆ ของพ่อในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะหนังสือ “Modern Fatherhood” ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ซึ่งได้รวบรวมประสบการณ์ของคุณพ่อยุคใหม่ทั่วเอเชีย และกำลังจุดประกายบทสนทนาว่าด้วยเรื่องความเป็นพ่อรูปแบบใหม่ ความเป็นชาย และความผูกพันทางอารมณ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวและบทบาททางเพศในสังคมไทยปัจจุบัน

ภาพจำของพ่อไทยที่ผ่านมามักถูกวางกรอบให้เป็นผู้นำครอบครัว ผู้หาเลี้ยงหลัก และเว้นระยะห่างทางอารมณ์กับลูก แต่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป คุณพ่อไทยจำนวนมากทั้งในเมืองและชนบทต่างปรับตัวเข้าสู่บทบาทใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เข้าใจอารมณ์ และมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันมากขึ้น เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่ยังเป็นปรากฏการณ์ร่วมสมัยในหลายชาติเอเชีย ดังที่สะท้อนผ่านเรื่องราวในหนังสือ “Modern Fatherhood” ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Assouline และนำเสนอโดย Tatler Asia

นักวิชาการด้านสังคมวิทยาครอบครัวไทยชี้ว่า ในช่วงหลายปีมานี้ สังคมไทยกำลังค่อย ๆ ก้าวออกจากภาพลักษณ์ “พ่อผู้ห่างเหิน” โดยอาจารย์จากสาขาวิชาเพศศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ทัศนะว่า “คุณพ่อไทยยุคใหม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากกระแสโลกาภิวัตน์ อินเทอร์เน็ต และวาทกรรมเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ สังคมเปิดกว้างขึ้นให้ผู้ชายแสดงความรัก ความอ่อนโยน และแบ่งเบาภาระการดูแลลูกกับคู่ชีวิตได้ แม้จะยังมีความท้าทายจากแนวคิดดั้งเดิมอยู่บ้างก็ตาม”

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันแนวโน้มนี้ โดยพบว่าสัดส่วนของคุณพ่อไทยที่ระบุว่ามีส่วนร่วมในการดูแลลูกเป็นประจำทุกวัน เพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2557 มาอยู่ที่เกือบ 40% ในปี 2566 การเปลี่ยนแปลงนี้ยังปรากฏชัดเจนบนโลกโซเชียล เมื่อเหล่าคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ชายต่างพากันแชร์โมเมนต์การเป็นพ่อ ตั้งแต่เข้าครัวทำอาหาร เปลี่ยนผ้าอ้อม ไปจนถึงร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนของลูก จนกลายเป็นภาพที่คุ้นตา ขณะที่ภาครัฐอย่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็มีโครงการ “Smart Dad” ที่ส่งเสริมให้พ่อใช้สิทธิลาคลอดและเข้ารับการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงดูบุตร

เรื่องราวใน “Modern Fatherhood” ถ่ายทอดภาพความเป็นพ่อในหลากหลายมิติ ตั้งแต่พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องสู้กับอคติของสังคม พ่อบ้านเต็มตัว ไปจนถึงพ่อในครอบครัวเพศเดียวกัน และพ่อที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างขนบธรรมเนียมเก่ากับวิถีชีวิตใหม่ แม้หนังสือจะเล่าเรื่องราวของคุณพ่อจากหลายประเทศในเอเชีย แต่แก่นของเรื่องกลับสะท้อนภาพสังคมไทยได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความพยายามที่จะเชื่อมโยงกับลูก การดูแลเอาใจใส่ทั้งร่างกายและจิตใจ และการต่อสู้กับภาพจำ “พ่อหัวโบราณ” ที่ยังคงฝังรากลึก

กุมารแพทย์ชาวไทยผู้ร่วมให้ข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ย้ำว่า การมีส่วนร่วมของพ่อส่งผลดีโดยตรงต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในวารสาร Child: Care, Health and Development ที่ศึกษาในกลุ่มประเทศเอเชียและพบผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกัน อ่านเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การเป็นพ่อยุคใหม่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อุปสรรคสำคัญยังคงมีอยู่ ทั้งค่านิยมดั้งเดิม ข้อจำกัดด้านเวลาทำงาน และแรงกดดันทางการเงิน นักให้คำปรึกษาครอบครัวจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “ความท้าทายที่สุดสำหรับคุณพ่อไทยหลายคน คือการก้าวข้ามกรอบความคิดที่ว่าการเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเท่านั้น แม้จะมีความก้าวหน้าไปมาก แต่กลไกสนับสนุนในสังคม เช่น นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น และทรัพยากรในชุมชน ยังต้องพัฒนาให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงนี้”

หากมองย้อนกลับไปในอดีต บทบาทของพ่อไทยนั้นซับซ้อนกว่าที่เห็น โดยเฉพาะในบริบทชนบทที่พ่อต้องทำทั้งงานในไร่นาและช่วยดูแลลูกไปพร้อมกัน หากไม่ได้เดินทางไปทำงานต่างถิ่น ขณะเดียวกัน หลักธรรมทางพุทธศาสนาที่เน้นเรื่องเมตตาและความรับผิดชอบร่วมกัน ก็เป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของค่านิยมครอบครัวไทย แม้บางครั้งอาจจะขัดแย้งกับภาพจำความเป็นชายที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกก็ตาม

ก้าวต่อไปข้างหน้า นักวิจัยเชื่อว่าเรื่องเล่าจาก “Modern Fatherhood” จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติในสังคมและขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้อง ปรากฏการณ์อย่างห้องเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับผู้ชายในที่สาธารณะ การตระหนักรู้เรื่องสุขภาพจิตของผู้ชาย และการมีต้นแบบ “พ่อยุคใหม่” ในสื่อกระแสหลัก ล้วนเป็นสัญญาณว่าแนวคิดนี้กำลังเติบโตและหยั่งรากในสังคมไทย

สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ได้ที่บ้าน ด้วยการเปิดอกพูดคุยเรื่องบทบาทพ่อแม่ในครอบครัว สนับสนุนสิทธิลาคลอดของฝ่ายชาย เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการเลี้ยงลูกในชุมชน และสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างในการสื่อสารกับลูก ๆ โฆษกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ย้ำว่า “การสร้างพ่อยุคใหม่ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงผู้ชายคนหนึ่ง แต่คือการสร้างครอบครัวที่แข็งแรงและสังคมที่เท่าเทียมยิ่งขึ้น”

ผู้ที่สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทของพ่อ สามารถศึกษาได้จากบทความฉบับเต็มของ Tatler Asia และแหล่งข้อมูลทางวิชาการ เช่น สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และโครงการส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตรโดย UNICEF ประเทศไทย