ใครจะเชื่อว่า “ปลากระป๋อง” ของดีราคาถูกที่อยู่คู่ครัวไทยมานาน โดยเฉพาะปลาซาร์ดีนและปลาแซลมอนจากธรรมชาติ กำลังถูกนักโภชนาการและงานวิจัยทั่วโลกยกให้เป็นสุดยอดอาหารบำรุงสมองอันดับหนึ่ง (today.com) นอกจากจะหาซื้อง่ายและราคาเป็นมิตร ปลากระป๋องยังได้รับการยอมรับว่ามีส่วนช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองและลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว
ขุมทรัพย์สารอาหารในปลากระป๋องเพื่อพลังสมอง
งานวิจัยยุคใหม่ต่างยืนยันตรงกันว่า การเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพส่งผลโดยตรงต่อการรักษาความเฉียบคมของสมอง ชะลอความเสื่อมตามวัย และยังดีต่อสุขภาพจิตโดยรวมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลากระป๋องที่มีไขมันสูงได้กลายเป็นดาวเด่นในกลุ่มอาหารบำรุงสมอง เพราะอัดแน่นไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 สายยาวอย่าง EPA และ DHA ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อสมอง (PubMed)
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการในสหรัฐอเมริการะบุว่า การกินปลาซาร์ดีนหรือปลาแซลมอนกระป๋อง (จากแหล่งธรรมชาติ) เพียงหนึ่งมื้อต่อสัปดาห์ ร่างกายจะได้รับโอเมก้า 3 ราว 1-2 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งโรคอัลไซเมอร์นี้ถือเป็นสาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ (today.com)
โอกาสและประโยชน์ในบริบทของสังคมไทย
สำหรับประเทศไทย ปัญหาสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงอายุถือเป็นความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขมาโดยตลอด ด้วยราคาที่จับต้องได้ หาซื้อง่าย และนำไปดัดแปลงได้สารพัดเมนู ปลากระป๋องจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ครอบครัวไทยอย่างยิ่ง งานวิจัยยังชี้ว่าคุณค่าทางโภชนาการของปลากระป๋องนั้นแทบไม่ต่างจากปลาสด ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3 แร่ธาตุ หรือวิตามิน ที่สำคัญ ปลาซาร์ดีนและแซลมอนกระป๋องยังเป็นปลาที่มีสารปรอทปนเปื้อนต่ำมาก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้คนไทยเลือกบริโภคได้อย่างสบายใจ (today.com)
ขณะที่งานวิจัยในวารสาร Nature Aging พบว่าอาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย กระตุ้นการเติบโตของเซลล์สมอง และลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากวัย (nature.com) นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับการไหลเวียนโลหิตในสมองที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความจำ สมาธิ และอารมณ์อีกด้วย แต่ผลสำรวจจากองค์กรโภชนาการระดับโลกกลับพบว่า ประชากรโลกกว่า 90% รวมถึงคนไทยส่วนใหญ่ ยังบริโภคอาหารทะเลไม่ถึงเกณฑ์ที่แนะนำ (FAO/WHO)
นักโภชนาการที่ทำงานภายในหน่วยงานรัฐได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับคำแนะนำสากลให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย “การเลือกรับโอเมก้า 3 จากปลากระป๋องอย่างปลาทูหรือปลาซาร์ดีน เป็นทางเลือกที่ทั้งประหยัดและนำไปปรุงกับอาหารท้องถิ่นได้ง่าย” เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าว ปัจจุบัน โครงการรณรงค์ด้านโภชนาการในไทยจึงเริ่มส่งเสริมให้คนหันมาบริโภคปลากระป๋องมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกทดแทนปลาบางชนิดที่มีความเสี่ยงเรื่องสารปรอท
สังคมสูงวัยไทยกับบทบาทใหม่ของปลากระป๋อง
เรื่องนี้ยิ่งทวีความสำคัญเมื่อพิจารณาโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2576 ประเทศไทยจะมีประชากรอายุเกิน 60 ปี สูงถึง 28% และในขณะเดียวกันอัตราผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย (NSO Thailand) ข้อมูลจากโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ ยืนยันว่าจำนวนผู้สูงอายุที่ถูกส่งตัวมาตรวจเรื่องความจำและภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อยจึงสามารถสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพในวงกว้างได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้จำกัด
ปลากระป๋องกับครัวไทย: อร่อยง่าย ประยุกต์ได้ไม่รู้จบ
คนไทยขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการทำอาหารอยู่แล้ว ปลากระป๋องจึงเป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ที่ถูกนำไปรังสรรค์เป็นเมนูเด็ดได้มากมาย ตั้งแต่ยำปลากระป๋องสุดแซ่บ ไปจนถึงไข่เจียวปลากระป๋องฟูกรอบ ไม่เพียงเท่านั้น กระแสในโซเชียลมีเดียอย่าง #tinnedfishdate ยังจุดประกายให้เกิดเมนูใหม่ๆ เช่น สลัดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เบอร์เกอร์ปลาแซลมอน หรือการจัดเซ็ตปลากระป๋องสวยๆ สำหรับปาร์ตี้ (today.com) ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกปลากระป๋องที่มาจากแหล่งธรรมชาติ เป็นสูตรโซเดียมต่ำ และแช่ในน้ำเปล่าหรือน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์เพื่อคุณประโยชน์สูงสุด
นโยบาย “อาหารสมอง” ของไทย: ต่อยอดภูมิปัญญาจากอดีตสู่ปัจจุบัน
หากมองย้อนกลับไปในอดีต การรณรงค์ด้านโภชนาการของไทยก็เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว จากการส่งเสริมให้คนไทยกินปลาเพื่อแก้ปัญหาขาดสารไอโอดีนและโรคคอพอก ในครั้งนี้ โจทย์ใหม่คือโอเมก้า 3 กับสุขภาพสมอง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หันมาให้ความสำคัญกับโภชนาการเชิงป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น (WHO Southeast Asia)
เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้น ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสังคมสูงวัยเหมือนกัน มีอัตราผู้ป่วยอัลไซเมอร์ต่ำที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งเพราะวัฒนธรรมการกินปลาเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก ตรงกันข้ามกับประเทศที่บริโภคอาหารทะเลน้อย ซึ่งมีสถิติภาวะสมองเสื่อมสูงกว่าหลายเท่า
สุขภาพสมองแบบองค์รวม: ไม่ได้มีแค่โอเมก้า 3
ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติต่างย้ำว่า การปรับอาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่ง และต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และควบคุมโรคประจำตัว “โอเมก้า 3 เป็นแค่หนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของอาหารเพื่อสมองเท่านั้น” นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในสิงคโปร์กล่าว แต่สำหรับประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทางเลือกที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืนอย่างปลากระป๋องจึงเป็นคำตอบที่ใช่ในทางปฏิบัติ
ก้าวต่อไปของไทย: ผลักดันปลากระป๋องให้เป็นวาระของสังคม
การสนับสนุนให้คนไทยกินปลากระป๋องจึงไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แต่เป็น ‘ยุทธศาสตร์ทางสาธารณสุข’ ที่ฉลาดและเข้ากับวิถีชีวิตคนไทย ทุกวันนี้เราจะเห็นชั้นวางปลากระป๋องในซูเปอร์มาร์เก็ตมีขนาดใหญ่ขึ้น รายการทำอาหารก็นำเสนอเมนูจากปลากระป๋องมากขึ้น ขณะที่โรงเรียนบางแห่งทั้งในเมืองและต่างจังหวัดได้เริ่มนำร่องเพิ่มปลากระป๋องในมื้อกลางวันของเด็กๆ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนได้ให้ข้อแนะนำว่าควรอ่านฉลากโภชนาการเพื่อเลือกสูตรโซเดียมต่ำ และควรบริโภคอาหารให้หลากหลาย ไม่ยึดติดกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยยึดหลัก “อาหารเมดิเตอร์เรเนียน” ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ดีต่อสมองที่สุด (Harvard TH Chan)
สำหรับครอบครัวไทยที่อยากเริ่มต้นดูแลสมองด้วยวิธีง่ายๆ ลองเพิ่มปลากระป๋องไขมันสูงอย่างซาร์ดีนหรือแซลมอนในมื้ออาหารสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อาจจะนำไปทำน้ำพริก ใส่ในไข่เจียว ทำยำ หรือผัดเพื่อดับกลิ่นคาว ซึ่งตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคาที่สบายกระเป๋าและหาซื้อง่ายตามร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ
เมื่อมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันถึงพลังของปลากระป๋องที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ในการปกป้องสมอง ประเทศไทยจึงมีโอกาสสำคัญในการเป็นผู้นำแนวคิด “อาหารสมองราคาประหยัด” ปลาซาร์ดีนหรือแซลมอนกระป๋องจึงไม่ได้เป็นแค่เทรนด์สุขภาพตามกระแสโลก แต่ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาและความยืดหยุ่นของคนไทยในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในระยะยาว
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม หรือค้นหาเมนูและผลิตภัณฑ์ที่แนะนำสำหรับสมอง ได้ทางเว็บไซต์ศูนย์โภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข nutrition.anamai.moph.go.th หรือสอบถามนักโภชนาการในโรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน