แม้อายุจะแตะเลข 8 แต่ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ในตำนานอย่าง ร็อด สจ๊วต ก็ยังคงฟิตเปรี๊ยะ ขึ้นโชว์บนเวทีเทศกาลดนตรียักษ์ใหญ่อย่าง Glastonbury ได้สบายๆ สร้างมาตรฐานใหม่ด้านความฟิตให้ผู้สูงวัยทั่วโลกต้องหันมามอง ตารางการฝึกซ้อมสุดเข้มข้นที่ออกแบบโดยเทรนเนอร์คู่ใจของเขา กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในแวดวงสุขภาพและกลุ่มผู้สูงวัยทั่วโลก หลังจากบทสัมภาษณ์ใน The Times เผยเบื้องหลังโปรแกรม “Glasto-fit” ที่เน้นทั้งการสร้างกล้ามเนื้อ ความคล่องตัว และการออกกำลังกายในน้ำ (thetimes.com)
เรื่องราวของร็อด สจ๊วต กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2567 ซึ่งมีประชากรวัยเก๋าเกินกว่า 20% ของทั้งประเทศแล้ว (Bangkok Post) ตัวอย่างแบบนี้จึงเป็นเหมือนแนวทางที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยได้อย่างดี
ตารางดูแลสุขภาพที่เหนือกว่าคนทั่วไป
ตารางออกกำลังกายของร็อกเกอร์ในตำนานคนนี้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา ในหนึ่งสัปดาห์ เขาจะเข้ายิมฝึกหนัก 3 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงเต็ม อัดแน่นทั้งการซ้อมฟุตบอล วิดพื้น วิ่งสปรินท์บนลู่ และเวทเทรนนิ่ง โดยเฉพาะท่าฝึกสุดโหดอย่างการลากโซ่เหล็กบนลู่วิ่งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของช่วงขาโดยเฉพาะ เทรนเนอร์ส่วนตัวของเขาย้ำเสมอว่า “ถ้าขาพัง ก็จบเห่” การเน้นกำลังขาจึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับผู้สูงวัย
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการออกกำลังกายในน้ำ ที่มีทั้งการใช้ตีนกบ หน้ากากดำน้ำเพื่อฝึกการหายใจ พร้อมเทคนิคดำน้ำลากอิฐหนักไปตามพื้นสระ เพื่อสร้างความแข็งแรงของปอดและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้มาจากคำแนะนำของ แฟรงก์ ซินาตรา ที่ว่านักร้องที่ดีต้องมีปอดที่ทรงพลัง
นอกจากนี้ ยังมีการวิ่งสปรินท์ในน้ำ ว่ายท่าผีเสื้อ และการตีขาในน้ำพร้อมโยนลูกฟุตบอลกับคู่ซ้อม ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่ยังเป็นการฝึกความแข็งแรงของหัวใจไปในตัว งานวิจัยล่าสุดในวารสาร Geriatrics ปี 2023 ยืนยันว่าการออกกำลังกายในน้ำช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อต่อ ลดความเสี่ยงบาดเจ็บ และส่งผลดีอย่างยิ่งต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของผู้สูงอายุ (PubMed)
ครบเครื่องทั้งเตรียมร่างกายและดูแลสุขภาพ
นอกจากการออกกำลังกายสุดโหดแล้ว การเตรียมตัวก่อนขึ้นเวทียังจัดเต็มไม่แพ้กัน ร็อด สจ๊วตจะนวดตัวก่อนโชว์เสมอ ปั่นจักรยานฟิตเนสด้วยความเร็วสูงในช่วงสั้นๆ และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ โดยมีแพทย์คอยตรวจสอบผล stress test ทุกครั้ง เพื่อรับประกันว่าร่างกายแข็งแรงพอที่จะทัวร์คอนเสิร์ตหนักๆ และแสดงบนเวทีได้อย่างยาวนาน การใส่ใจตรวจเช็กสุขภาพก่อนออกกำลังกายนี้ ถือเป็นมาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลกแนะนำสำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย (WHO)
แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐไทยที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุหันมาออกกำลังกาย โดยกระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าผู้สูงอายุควรออกกำลังกายความหนักปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (กรมอนามัย) อย่างไรก็ตาม กรณีของร็อด สจ๊วต สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการฝึกที่หลากหลายและยืดหยุ่น เช่น การฝึกแบบหนักสลับเบา (Interval Training) การสร้างแรงต้าน การเพิ่มความยืดหยุ่น รวมถึงการฝึกทักษะสมองและการเข้าสังคมผ่านกิจกรรมกีฬา
ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ สอดคล้องกับงานวิจัยและสังคมไทย
แนวทางนี้สอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในไทย โดยอาจารย์ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุจากมหาวิทยาลัยมหิดลเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยว่า “ต้องมีทั้งแอโรบิก เสริมกำลังกล้ามเนื้อ และฝึกทรงตัว จึงจะลดความเสี่ยงพลัดตกหกล้มและใช้ชีวิตอย่างอิสระได้” ซึ่งตรงกับสูตรของร็อด สจ๊วต ที่ผสมผสานกิจกรรมทั้งบนบกและในน้ำ เทรนเนอร์ของเขายังเสริมอีกว่า “จริงๆ แล้วใครก็เริ่มฝึกแบบนี้ได้ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การควบคุม และต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะแข็งแรงเกินวัยเหมือนร็อด”
สำหรับคนไทยที่ให้ความเคารพผู้สูงวัยและส่งเสริมแนวคิด “Active Ageing” หรือการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงในวัยเก๋า วิถีของร็อด สจ๊วต ยิ่งเข้ากับวัฒนธรรมไทย เพราะเรามีทั้งมวยไทย รำวง หรือการเต้นแอโรบิกหมู่ในสวนสาธารณะ ซึ่งไม่เพียงเสริมสร้างสุขภาพ แต่ยังทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและได้พบปะสังสรรค์ในสังคม นอกจากนี้ ฟุตบอลยังเป็นกีฬายอดนิยมที่ผู้สูงอายุรวมกลุ่มกันเล่นตามศูนย์ผู้สูงอายุทั่วประเทศ
อัปเกรดวิธีฟื้นฟูร่างกายสไตล์ใหม่ในไทย
ไม่เพียงเท่านั้น ร็อด สจ๊วตยังเตรียมยกระดับการฟื้นฟูร่างกายด้วย wellness suite ส่วนตัวที่บ้าน ซึ่งมีทั้งห้องอบไอน้ำ ซาวน่า และบ่อแช่น้ำเย็น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักกีฬาอาชีพและกลุ่มคนรักสุขภาพในไทย การบำบัดด้วยความร้อนสลับเย็นที่เคยนิยมในแถบสแกนดิเนเวียและญี่ปุ่น ปัจจุบันถูกนำมาปรับใช้ในศูนย์สุขภาพและสปาชั้นนำในกรุงเทพฯ เพื่อเจาะกลุ่มผู้สูงวัยและผู้บริหารที่ใส่ใจการฟื้นฟูร่างกายอย่างจริงจัง
ตลอดทั้งปีนี้ ร็อด สจ๊วตมีคิวแสดงคอนเสิร์ตยาว 2 ชั่วโมงเต็มถึง 46 รอบทั่วโลก และยังมีเป้าหมายส่วนตัวคือการทุบสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรสำหรับรุ่นอายุ 80 ปีขึ้นไป โดยปัจจุบันทำเวลาได้ 19 วินาที และตั้งเป้าจะทำให้ได้ภายใน 14 วินาที นี่คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าวัยเกษียณไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความฝันหรือไฟในการใช้ชีวิต ในไทยเองก็มีการแข่งขันกีฬาสูงอายุนานาชาติ (Masters Games) ที่มีผู้สูงวัยหลายท่านลงแข่งจนคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย
ปรับใช้ได้จริง ต้องเน้นความปลอดภัยและดูแลเป็นรายบุคคล
แน่นอนว่าโปรแกรมสุดเข้มข้นของร็อด สจ๊วต ถูกออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะและมีทีมงานดูแลใกล้ชิด ไม่ใช่ว่าใครก็จะลอกเลียนแบบได้ทั้งหมด แต่หัวใจสำคัญที่ทุกคนนำไปปรับใช้ได้คือแนวคิด “ฝึกให้เหมาะกับร่างกายของตัวเอง” และต้องประเมินสุขภาพก่อนเริ่มเสมอ อาจารย์จากคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เน้นย้ำว่า “ผู้สูงอายุไทยไม่ควรรีบฝึกหนักแบบ High Intensity โดยไม่มีการตรวจร่างกายหรือได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ”
ดังนั้น สำหรับครอบครัวไทยหรือผู้สูงอายุที่อยากลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพ ควรเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มกิจกรรมที่ชอบ เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว เต้นแอโรบิก ไทเก๊ก หรือชวนเพื่อนไปเตะฟุตบอลเบาๆ แม้จะดูเรียบง่าย แต่หากทำอย่างสม่ำเสมอและปลอดภัย ก็จะช่วยรักษาสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้ในระยะยาว
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยได้ที่หน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลในพื้นที่ ปัจจุบันศูนย์ฟื้นฟูและโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งก็มีหลักสูตรออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ รวมถึงเทคโนโลยีฟื้นฟูร่างกายอย่างห้องอบไอน้ำ ซาวน่า หรือบ่อน้ำเย็น แต่ที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ ความปลอดภัย และการตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ให้กับตัวเอง โดยไม่ให้ตัวเลขของอายุมาเป็นข้อจำกัด
สามารถศึกษาแนวทางสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มเติมได้จาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือคู่มือสากลโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะตัวอย่างของร็อด สจ๊วต ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับทุกคนที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเองและใช้ชีวิตในวัยเก๋าอย่างมีคุณภาพ