งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่เผยแพร่ในช่วงเดือนรณรงค์ตระหนักรู้ภาวะมีบุตรยากโลก และได้รับการรายงานโดย ABC News ได้ชี้เป้า 5 ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายอย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่หลายครอบครัวไทยกำลังเผชิญกับปัญหามีลูกยาก ข้อมูลชุดใหม่นี้จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนครอบครัวและสุขภาพของคนรุ่นต่อไป

แม้สังคมมักจะพุ่งเป้าไปที่ฝ่ายหญิงเมื่อพูดถึงภาวะมีบุตรยาก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเกือบ 1 ใน 3 ของทุกกรณีทั่วโลกมีสาเหตุมาจากฝ่ายชาย (ABC News) ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านจำนวนหรือคุณภาพของอสุจิ ความผิดปกติแต่กำเนิด การติดเชื้อ หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ข้อมูลจากทั่วโลกพบว่า มีประชากรราว 186 ล้านคนที่ประสบปัญหามีบุตรยาก และกว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางฝั่งผู้ชายโดยตรง (Tesarik, 2025; Amoah et al., 2025; WHO 2025)

เทรนด์ใหม่ สังคมไทยเริ่มเปิดใจเรื่องสุขภาพเจริญพันธุ์ชาย

ในประเทศไทย ซึ่งมีอัตราการเกิดลดลงสวนทางกับความนิยมเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประเด็นสุขภาพของผู้ชายถูกหยิบยกมาพูดถึงอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่ามีผู้ชายไทยจำนวนมากขึ้นที่ตัดสินใจเข้ารับการตรวจประเมินสุขภาพการเจริญพันธุ์กับโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะทาง ซึ่งสะท้อนถึงทัศนคติที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่มองว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว

สรุปจากงานวิจัย: 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ชายไทยอาจมองข้าม

นักวิจัยได้ระบุ 5 พฤติกรรมหลักที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างชัดเจน ได้แก่ 1. การใช้กัญชา 2. การดื่มแอลกอฮอล์ 3. การสูบบุหรี่ 4. ภาวะน้ำหนักเกิน และ 5. ความเครียดสะสม พฤติกรรมเหล่านี้ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่หากทำต่อเนื่องก็สามารถสร้างความเสียหายผ่านกลไกในร่างกายที่เชื่อมโยงกันได้

งานวิจัยตลอดหลายปีที่ผ่านมาพบว่าปัจจัยเหล่านี้ล้วนนำไปสู่ภาวะ “ความเครียดออกซิเดชัน” (Oxidative Stress) ในเซลล์อสุจิ ซึ่งทำให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินกว่าที่ร่างกายจะกำจัดได้ทัน ส่งผลให้ดีเอ็นเอของอสุจิเสียหาย อสุจิเคลื่อนที่ได้ไม่ดี หรือมีพัฒนาการที่ผิดปกติ และท้ายที่สุดก็ลดโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สำเร็จลง (Tesarik, 2025)

เจาะลึกแต่ละพฤติกรรมเสี่ยง

๑. การใช้กัญชา

งานวิจัยจากอเมริกาเหนือและยุโรปพบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการใช้กัญชากับจำนวนอสุจิที่ลดลง รูปร่างของอสุจิที่ผิดปกติ และการรบกวนระบบฮอร์โมน (Gundersen et al., 2020; Barazani et al., 2023) เนื่องจากสาร THC ในกัญชาจะเข้าไปขัดขวางระบบที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของอสุจิและการหลั่งฮอร์โมนสืบพันธุ์ที่สำคัญ โดยผู้ที่ใช้กัญชามากกว่าสัปดาห์ละครั้ง มีความเสี่ยงที่จำนวนอสุจิจะลดลงถึง 29% ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงเด็ดขาดเมื่อวางแผนจะมีบุตร

สำหรับประเทศไทย หลังการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและทัศนคติที่เปิดกว้างขึ้น สถิติล่าสุดชี้ว่าการใช้กัญชาในกลุ่มชายหนุ่ม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้บางส่วนจะใช้เพื่อการแพทย์ แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ให้คำแนะนำโดยอ้างอิงจากงานวิจัยในวารสารเวชศาสตร์สืบพันธุ์ไทยว่า หากกำลังวางแผนครอบครัว ควรงดใช้กัญชาทุกรูปแบบ

๒. การดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือดื่มในปริมาณมาก จะทำให้ระบบฮอร์โมนรวน จำนวนอสุจิลดลง และเพิ่มความผิดปกติของรูปร่างอสุจิ (Nguyen-Thanh et al., 2023) เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้นและสร้างความเครียดออกซิเดชันในอัณฑะ แม้การดื่มเพียงเล็กน้อยอาจไม่ส่งผลกระทบกับทุกคน แต่หากดื่มสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้ใช้เวลามีบุตรนานขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง และอาจส่งผลเสียทางพันธุกรรมไปถึงลูกได้ (Frontiers, 2025)

สำหรับวัฒนธรรมไทยที่นิยมสังสรรค์ด้วยเบียร์หลังเลิกงาน หรือดื่มสุราในโอกาสพิเศษต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ออกมาเตือนชายวัยเจริญพันธุ์โดยเฉพาะว่าควรจำกัดปริมาณการดื่ม หรือควรหยุดดื่มชั่วคราวในช่วงเตรียมตัวมีบุตร

๓. การสูบบุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า)

ในควันบุหรี่เต็มไปด้วยสารพิษกว่า 5,000 ชนิด ทั้งสารก่อมะเร็งและสารเคมีที่ทำลายดีเอ็นเอของอสุจิโดยตรง (Sharma et al., 2016) การสูบบุหรี่จึงสัมพันธ์กับจำนวนอสุจิที่น้อยลง การเคลื่อนไหวที่ย่ำแย่ และการแตกหักของดีเอ็นเอที่สูงขึ้น ที่น่ากังวลคือ งานวิจัยในสัตว์ทดลองยังชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจสร้างความเสียหายให้อสุจิได้รุนแรงกว่าบุหรี่ธรรมดาเสียอีก (Vivarelli et al., 2019) บทสรุปจากการวิเคราะห์งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า แม้จะสูบเพียงนาน ๆ ครั้ง ก็เพิ่มความเสี่ยงมีลูกยากได้ และยิ่งสูบมากเท่าไร อันตรายก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

ในประเทศไทย ซึ่งมีสถิติชายไทยสูบบุหรี่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค โครงการรณรงค์โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเน้นย้ำให้ชายที่ต้องการมีลูกเลิกใช้ยาสูบทุกชนิดอย่างเด็ดขาด (Tesarik, 2025)

๔. โรคอ้วนและการไม่ออกกำลังกาย

โรคอ้วนเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดปกติทั้งระบบฮอร์โมนและเมตาบอลิซึม ซึ่งกระทบต่อการสร้างอสุจิโดยตรง นอกจากนี้น้ำหนักที่เกินยังทำให้อุณหภูมิบริเวณถุงอัณฑะสูงขึ้น และลดระดับฮอร์โมนเพศชาย ทำให้อสุจิเสื่อมคุณภาพและลดโอกาสการปฏิสนธิ ผลกระทบเหล่านี้ยังสามารถส่งต่อไปยังรุ่นลูกผ่านการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอได้อีกด้วย (Tesarik, 2025; Amoah et al., 2025)

การขาดการออกกำลังกาย ซึ่งพบได้บ่อยในคนเมือง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ลดโอกาสการมีบุตร งานวิจัยล่าสุดในปี 2024 ยืนยันว่าแค่ขยับร่างกายในระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือตีแบดมินตันแบบที่คนไทยคุ้นเคย ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้แล้ว แต่ในทางกลับกัน การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป เช่น ฝึกวิ่งมาราธอน ก็อาจส่งผลเสียต่อฮอร์โมนและคุณภาพอสุจิได้เช่นกัน

๕. ความเครียดสูง

ความเครียดทางจิตใจอาจดูเป็นเรื่องนามธรรม แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดชี้ว่า เมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ในระดับสูง จะไปกดการสร้างฮอร์โมนเพศชายและทำให้ระบบการผลิตอสุจิรวนไปด้วย (Nargund, 2015) ผู้ที่เผชิญความเครียดสูงจากเรื่องงาน การเงิน หรือความคาดหวังของครอบครัว จึงมีแนวโน้มที่จะมีจำนวนอสุจิต่ำ อสุจิเคลื่อนไหวได้ไม่ดี และมีรูปร่างผิดปกติมากขึ้น

ในสังคมไทย ซึ่งครอบครัวและชุมชนมีบทบาทสำคัญ ความคาดหวังเรื่องการมีทายาทจึงสร้างแรงกดดันได้ไม่น้อย ปัจจุบันคลินิกสำหรับผู้มีบุตรยากหลายแห่งจึงเริ่มนำบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเข้ามาผสมผสาน โดยใช้แนวทางที่เข้ากับวัฒนธรรมไทย เช่น การฝึกสติและสมาธิ เพื่อช่วยลดความเครียดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ปัจจัยเสริมอื่น ๆ: มลพิษ เทคโนโลยี และโภชนาการ

นอกจากพฤติกรรมส่วนตัวแล้ว ปัจจัยแวดล้อมใหม่ ๆ ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ สารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ยาฆ่าแมลงและพลาสติก รวมถึงความร้อนจากโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊กที่วางไว้ใกล้เป้า งานวิจัยในไทยเริ่มพบความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยเหล่านี้กับการเสื่อมของอสุจิ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานโรงงาน โรงกลั่น หรือแม้แต่ผู้ค้าขายริมถนน ผลการศึกษาเบื้องต้นยังชี้ว่าการเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงเป็นประจำ อาจทำให้ทั้งจำนวนและความแข็งแรงของอสุจิลดลงได้ (Agarwal et al., 2011)

อาหาร: เสาหลักของภาวะเจริญพันธุ์

ข้อมูลใหม่ ๆ ยืนยันว่าโภชนาการที่ดีคือเกราะป้องกันอสุจิชั้นเยี่ยม อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เมล็ดพืช ปลา และไขมันดี มีผลเชิงบวกต่อคุณภาพอสุจิอย่างชัดเจน (Agarwal et al., 2025) โดยมีสารอาหารสำคัญได้แก่ สังกะสี ซีลีเนียม โฟเลต โคเอนไซม์คิวเท็น และโอเมกา-3

หากปรับให้เข้ากับบริบทของชายไทย ควรเน้นการบริโภคผักพื้นบ้านอย่างผักบุ้ง ผลไม้ไทยอย่างมะละกอและฝรั่ง กินข้าวกล้อง ปลา และถั่วชนิดต่าง ๆ แทนอาหารแปรรูปหรือฟาสต์ฟู้ดตะวันตก ขณะที่อาหารทะเลซึ่งหาได้ง่ายในพื้นที่ชายฝั่งของไทยก็เป็นแหล่งโอเมกา-3 ชั้นดี

ในทางตรงกันข้าม ขนมขบเคี้ยว แป้งขัดขาว เครื่องดื่มรสหวาน และอาหารจานด่วนแบบตะวันตกที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมและภาวะเจริญพันธุ์ นักโภชนาการจึงแนะนำให้กินผักผลไม้ทุกวัน กินถั่วในปริมาณพอเหมาะ และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ติดมันลง

ความเห็นผู้เชี่ยวชาญและข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ นักต่อมไร้ท่อ และนักโภชนาการ ต่างเห็นตรงกันว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ และการปรับพฤติกรรมอย่างถูกจุดจะช่วยฟื้นฟูโอกาสการมีบุตรของผู้ชายส่วนใหญ่ได้จริง “หากอยากเพิ่มโอกาสมีลูก แค่เน้นอาหารดี ๆ ออกกำลังกายให้พอเหมาะ จัดการความเครียด และลดละกัญชากับแอลกอฮอล์” ขณะเดียวกันก็ต้องกล้าที่จะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สารต่าง ๆ ความเสี่ยงในสภาพแวดล้อม หรือลักษณะงานที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์

ด้วยเหตุนี้ คลินิกเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ชั้นนำของไทยหลายแห่งจึงเริ่มปรับโปรแกรมการรักษาโดยเน้นการสร้างพฤติกรรมเชิงบวกตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น จัดอบรมด้านโภชนาการ โปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่ คลาสฝึกสมาธิ และกิจกรรมออกกำลังกายกลุ่มสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ รวมถึงมีบริการให้คำปรึกษาแบบครบวงจรในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่

เคล็ดลับที่ชายไทยทำได้ทันที

  1. งดหรือจำกัดกัญชาและบุหรี่: หากจำเป็นต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ถึงผลกระทบ
  2. ลดแอลกอฮอล์: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไม่ให้เกิน 14 ดื่มมาตรฐานต่อสัปดาห์ และควรมีวันที่ปลอดแอลกอฮอล์
  3. คุมน้ำหนักให้พอดี: ด้วยการปรับเมนูอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหม
  4. กินอาหารไทยพื้นบ้าน: เน้นผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ปลา และถั่วเป็นหลัก
  5. จัดการความเครียด: หาเวลาทำสมาธิ ฝึกสติ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  6. ลดการสัมผัสสารพิษ: หากทำงานในพื้นที่เสี่ยง ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันและหาเวลาพัก
  7. อย่าวางมือถือหรือโน้ตบุ๊กใกล้เป้า: หลีกเลี่ยงการเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง

สถานการณ์ไทยบนเวทีโลก

ปัญหามีบุตรยากในผู้ชายและอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงของไทย ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งผลักดันมาตรการเชิงนโยบาย ทั้งการพัฒนาบริการตรวจคัดกรองภาวะเจริญพันธุ์สำหรับผู้ชาย การสร้างระบบติดตามการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตราย และการพิจารณานำหลักสูตรสุขภาพเจริญพันธุ์เข้าสู่ระบบการศึกษา แม้กระทั่งในบางวัดของเมืองใหญ่ก็เริ่มมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องบุตรยากโดยผสมผสานหลักศาสนาเข้ากับความรู้ทางการแพทย์

ในอดีต ปัญหามีลูกยากในผู้ชายไทยอาจเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเงียบหรือถูกมองว่าเป็นภาระของฝ่ายหญิง แต่ในปัจจุบัน ผลกระทบจากโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และค่านิยมที่เปลี่ยนไป ทำให้ปัญหานี้ถูกเปิดเผยมากขึ้น องค์ความรู้ใหม่ ๆ จากทั้งทางการแพทย์ งานวิจัย และเครือข่ายสนับสนุน กำลังสร้างทางเลือกที่ผู้ชายไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

ทิศทางอนาคตและนโยบาย

ขณะนี้มีงานวิจัยระยะยาวในหลายประเทศ รวมถึงทีมวิจัยของไทย กำลังศึกษาแนวโน้มคุณภาพอสุจิและผลกระทบต่อสุขภาวะในระยะยาว (Priskorn et al., 2025) นักวิชาการจึงเรียกร้องให้ภาครัฐผลักดันประเด็นนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของชาติ

ข้อคิดสำหรับชายไทยและครอบครัว

งานวิจัยล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในผู้ชายหลายอย่างสามารถป้องกันและแก้ไขได้ หากคุณกำลังวางแผนสร้างครอบครัว กำลังเผชิญปัญหามีลูกยาก หรือเพียงต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้ง 5 ข้อนี้จะส่งผลดีอย่างมหาศาล การเปิดใจคุยกับแพทย์ การประเมินตนเองอย่างซื่อสัตย์ และการยอมรับว่าสุขภาพเจริญพันธุ์ของผู้ชายเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ

หากกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ ก็ไม่ควรท้อแท้ เพราะโอกาสในการฟื้นฟูและทางเลือกใหม่ ๆ ยังมีอยู่เสมอ ขอเพียงมีความมุ่งมั่น กล้าเรียนรู้ และเปิดรับความช่วยเหลือ โดยตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มโอกาสในการมีลูก แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีไปตลอดชีวิต


แหล่งข้อมูล